| |

Heart Of Darkness คราฟท์เบียร์บาร์บนถนน Ly Tu Trong, Ho Chi Minh – เวียดนาม

เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสไปเมืองโฮจิมินห์ประเทศเวียดนามมาครับ เป็นหนึ่งในประเทศที่อยากไปมานานมากๆ ทริปส่วนใหญ่ก็จะเกี่ยวข้องกับคราฟท์เบียร์ เพราะไปงานสัมมนาคราฟท์เบียร์สองวันครับ

หลังจากลงเครื่องที่สนามบินก็เรียก Uber ไปที่โรงแรมบนถนน Lý Tự Trọng เก็บของแล้วเดินเท้าประมาณ 800 เมตรไปยังร้านแรกของทริปนั่นก็คือ Heart Of Darkness ซึ่งตอนนี้หลายคนน่าจะคุ้นชื่อเพราะมีการนำเข้ามาขายในบ้านเราแล้วครับ (เป็นเบียร์สดทั้งหมด ขายตามร้านคราฟท์เบียร์บาร์)

ตัวร้านขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ด้านหน้าเป็นโซนเอาท์ดอร์มีโต๊ะอยู่ 6-7 โต๊ะ เข้าประตูมาด้านใน บรรยกาศมืดๆ สลัวๆ หน่อยครับ ฝั่งซ้ายเป็นบาร์ขนาดใหญ่ บนกำแพงเป็นจอทีวีแสดงรายชื่อเบียร์สด ซึ่งวันที่ไปนี่มีถึงจัมป์อยู่ 21 ตัวเลยครับ

ด้านหน้าร้านครับ
เข้ามาด้านในเป็นโซนเอาท์ดอร์
บรรยากาศภายในร้านครับ
Heart of Darkness
แทปเบียร์สดเรียงรายสวยงาม ด้านบนเป็นรายชื่อเบียร์ครับ
รายชื่อเบียร์วันนี้
รายชื่อเบียร์วันนี้
แผ่นรองแก้วลาย Kurz’s Insane IPA ตัวดังของโรงครับ
แน่นอนว่าแก้วแรกก็ต้องเป็น Kurtz’s Insane IPA นั่นเอง จิบแรกรู้สึกขมแล้วตามด้วยหวานนิดๆ ฮอปส์ออกไพนี่ บอดี้กลางหนา น้ำเบียร์ค่อนข้างซ่า สดชื่นดีครับ
แก้วที่สองเป็น Directors Cacao Porter แอลกอฮอล์ 7.2% รสนมๆ บอดี้กลาง ซ่า มีรสขมคั่วอ่อนตอนท้าย
ปิดท้ายด้วย IPA อีกแก้วครับ ชื่อว่า Turn My Head IPA ตัวนี้ฮอปส์ออกส้ม รสหวาน ตามด้วยขม มียางนิดๆ บอดี้หนา ตัวนี้ดีเลยครับ ดื่มอร่อยมาก

เบียร์ทั้งหมดในวันที่ผมไปนี่เป็นเบียร์ที่ต้มจากโรงของ Heart Of Darkness ซึ่งอยู่นอกตัวเมืองไปหน่อย ได้ลองไปสามตัวเบียร์นี่ดีเลยครับ ส่วนอาหารไม่แน่ใจว่าเป็นยังไงบ้างเมนูไม่ได้ดูเลย ฮ่าๆ ถ้ามา Ho Chi Minh เป็นร้านที่ห้ามพลาดครับร้านนี้

Heart Of Darkness ถนน Lý Tự Trọng
เบอร์ : +84 90 301 75 96
เปิด : 11.00-24.00
เว็บไซต์
เพจ
foursquare

Similar Posts

  • 7 Days Craft Kitchen คราฟท์เบียร์บาร์อาหารอร่อย – สถานี Nagoya

    คืนที่สามของทริปนาโกย่า ร้านคราฟท์เบียร์ที่ผมได้แวะไปนั้นอยู่แถวสถานี Nagoya เลยครับ จากสถานีประมาณ 500 เมตรเท่านั้น ร้านนี้ชื่อว่า 7 Days Craft Kitchen ครับ ตัวร้านอยู่ชั้นล่างของตึกตรงหัวมุมตรงแยกพอดี ชั้นบนเข้าใจว่าเป็นร้านไวน์ ที่นั่งในร้านจะเป็นเคาท์เตอร์นั่งติดครัวจำนวน 8 ที่ วันที่ไปนี่ลูกค้าเยอะเหมือนกันนั่งกันแน่นเลย ในร้านเปิดเพลงฝรั่งโบราณๆ กลิ่นไม้สนในลอยมาเรื่อยๆ ที่นี่มีเบียร์สดเสิร์ฟทั้งหมด 10 แทป เป็นคราฟท์นอกเป็นหลักครับ ส่วนอาหารก็จะมีพวกกับแกล้มง่ายๆ แบบ ชีส แฮม พาเต้ หรือถ้าจะกินจริงจังก็มีพวกเบอร์เกอร์ พาสต้า และก็เนื้อสัตว์อีกนิดหน่อยครับ

  • |

    Miraku Tei ปิ้งย่างสไตล์เกาหลี Shinjuku

    กลับจาก Daikanyama มาแถวที่โรงแรม ผมแวะรื้อแผ่นเสียงที่ร้าน disk union จนค่ำๆ ก็หาร้านข้าวเย็นครับ เป็นวันที่เดินหาหลายร้านมาก วันนี้ตั้งใจอยากทานเนื้อย่างก็เลยเดินไปตามร้านที่จดมา ปรากฎว่า เดินไป 4 ร้าน ไม่ได้เข้าซักร้าน เต็มบ้าง ไม่รับต่างชาติบ้าง จนมาเจอร้านี้ Miraku Tei นี่หละครับ ตอนแรกก็จดๆจ้อง เอาไงดีหว่า คนดูน้อยๆ มันจะเวิร์คไหม สุดท้ายก็ตัดสินใจกันว่ากินไปเถอะ ไปร้านอื่นที่คะแนนเยอะๆ ก็เต็มอยู่ดี เดินวนหาอยู่หลายร้านแล้ว ขนาดร้านไม่เล็กไม่ใหญ่ครับ พนักงานเป็นคุณลุงพูดภาษาอังกฤษพอสื่อสารกันได้ เมนูมีรูปและเป็นภาษาอังกฤษ ค่อนข้างเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ร้านนี้เป็นปิ้งย่างแบบเกาหลี เมนูต่างๆก็จะปรุงรสแบบเกาหลี มีกิมจิ มีซุป

  • |

    อูด้งเนื้อม้า !! ร้าน Takekawa Kawaguchiko Japan 2014 ตอนที่ 6.2

    จากร้านโครเกต์ Furuya เราก็หาข้าวกลางวันกินกันก่อนเดินทางเข้าโตเกียว ตอนแรกตั้งใจจะไปร้าน Casa Osano เดินไปเรื่อยๆ ฝนก็ตกปรอยๆ ไปจนถึงร้าน ปรากฎว่าร้านดันปิดวันพุธ -_- ก็เลยเปิดหาร้านใหม่ เจอร้านนี้ก็เดินๆ ลุยฝนไปจนถึงร้าน ร้าน Takekawa อูด้ง แต่ความพิเศษของที่นี่คือเป็นอูด้งเนื้อม้า ไม่ใช่เนื้อหมู เนื้อวัว ธรรมดา ตอนที่เราไป คนเต็มร้าน ส่วนใหญ่ก็เป็นนักเรียนและคนทำงานมาทานซะเยอะ น่าจะเป็นที่นิยมของคนในพื้นที่ ร้านบรรยากาศดูบ้านๆ ไม่หรูหรา โต๊ะเตี้ยนั่งพื้น ถอดรองเท้าแล้วเดินไปนั่ง พนักงานพอฟังอังกฤษได้ เมนูภาษาอังกฤษแบบแฮนด์เมด สั่งเสร็จก็จ่ายเงินเลย แล้วก็นั่งรอเค้าเอามาเสิร์ฟ น้ำดื่มก็จะคล้ายบางร้านของเราคือมีแก้ววางคว่ำเอาไว้เดินไปรินเอง บรรยากาศบ้านๆ สบายๆ

  • |

    The Fat Cow ร้านคราฟท์เบียร์เสิร์ฟพร้อมเบอร์เกอร์ – ลาดพร้าว 15

    ร้านนี้เป็นอีกร้านที่จดเอาไว้ว่าอยากมา แต่โซนลาดพร้าวนี่ก็ไม่ค่อยได้วนไปเลย คราวนี้มีธุระแถวนั้นพอดีก็สบโอกาสครับ แวะไปลองซะหน่อย ร้านนี้ชื่อว่า The Fat Cow อยู่ที่ปากซอย ลาดพร้าว 15 เดินทางด้วย MRT สะดวก ลงสถานีลาดพร้าวแล้วเดินย้อนกลับมาทางหัวถนน ประมาณ 400 เมตร จากสถานีครับ วันที่ผมไปเป็นช่วงหัวค่ำลูกค้าแน่นร้านเลยทีเดียว ด้านในเต็มก็เลยนั่งรอด้านนอกร้านไปก่อน ซักพักโต๊ะว่างถึงได้ย้ายเข้ามาด้านใน ขนาดร้านไม่ใหญ่มาก 1 ห้อง เปิดแอร์เย็นดี ลูกค้าเป็นคนไทยและชาวต่างชาติปนๆ กัน มองไปด้านนอกก็ดูรถติดบนถนนลาดพร้าว ฮ่าๆ อาหารของร้านนี้จะเป็นอาหารฝรั่งครับพวกเบอร์เกอร์  ฟิชแอนด์ชิปส์ พาสต้า สลัด อะไรประมาณนี้ แต่ที่เป็นทีเด็ดคือคราฟท์เบียร์ครับ Fat Cow มีคราฟท์ไทยขายเยอะมาก หลายแบรนด์ เจ้าดังๆ อย่าง Eleventh Fort, X-Beer, Decsnob, Triple Pearl มหานครและอีกหลายยี่ห้อ ผมว่าน่าจะเป็นร้านที่เยอะอันดับต้นๆ เลยหละครับ

  • |

    Bankara Ramen ราเม็งร้านดัง สาขา Kabukicho Shinjuku

    ถ้าพูดถึงราเม็งในกรุงเทพผมยกให้ Bankara เป็นร้านอันดับหนึ่ง คือเป็นเจ้าที่รสชาติน้ำซุปอร่อย ร้อน เข้มข้น มัน เส้นดี ซึ่งก็มีอยู่สามสาขาคือที่สุขุมวิท 39 ,พารากอน และ Zpell รังสิตครับ ปกติไปโตเกียวก็ไปกินแต่ราเม็งร้านอื่นๆ คราวนี้มาพักแถว Kabukicho ซึ่งมีสาขาอยู่พอดี ก็เลยขอมาลองดูหน่อยว่าที่ร้านต้นฉบับเค้ารสชาติเป็นยังไงบ้าง ร้านช่วงค่ำๆ วันธรรมดาคนน้อย ร้านโล่งๆ เดินมาได้ที่เลย ไม่ต้องกดคูปองครับ ใช้วิธีสั่งและเก็บเงินตอนท้ายทีเดียว

  • | |

    Bunker สาธร – Deschutes A Unique Pairing Event

    เมื่อเดือนก่อนได้ไปร่วมงานที่ร้าน Bunker แถวสาธรมาครับ เป็นงาน Food pairing กับเบียร์ งานนี้จัดโดยทางร้านร่วมกับ Beervana ผู้นำเข้าคราฟท์เบียร์เจ้าใหญ่ของบ้านเรา เป็นมื้อเย็นที่จะเสิร์ฟอาหาร 4 จาน ฝีมือเชฟ Arnie Marcella แต่ละจานก็มีจะเบียร์ Deschutes, Stones และ Anderson Valley  เสิร์ฟมาด้วยกัน อาหารแต่ละจานขนาดกำลังดี มีจานสุดท้ายชิ้นใหญ่กินเกือบไม่หมดครับ สำหรับบรรยากาศร้านเป็นเหมือนตึกเก่ามารีโนเวท มีปูนเปลือยเป็นพระเอกของตึก ดูดิบๆ แข็งๆ แล้วก็มีพวกเหล็กสลับๆ ที่ผมชอบอีกอย่างก็คือทางร้านจัดไฟได้สวยงามครับ ลงตัวดีมาก


แสดงความคิดเห็น