|

จิบเบียร์ Duchesse de Bourgogne ระลึกถึงแม่หญิง Mary ที่ร้าน Wild & Co. กล้วยน้ำไท

สัปดาห์ก่อนผมได้รับเชิญจากทาง Captain Barrel ผู้นำเข้าเบียร์จากทางฝั่งยุโรปหลายๆ แบรนด์ โดยเฉพาะโรงจากประเทศเบลเยี่ยม ไปร่วมงานแนะนำเบียร์ Duchesse De Bourgogne ที่ร้าน Wild & Co. แถวๆ กล้วยน้ำไทครับ

งานจัดขึ้นในวันที่ 27 มีนาคม เพื่อเป็นการระลึกถึงการจากไป ของ Duchesse De Bourgogne ที่เสียชีวิตจารตกม้าในปี 1482 หรือกว่า 536 ปีมาแล้ว

ภายในงานเป็นการ pairing อาหารของร้าน Wild & Co. ทั้งหมด 4 เมนู จับคู่กับเบียร์ Duchesse De Bourgogne โดยมีตอนแรกเป็นแบบขวดใหญ่ ตามด้วยขวดเล็กให้ผู้ร่วมงานได้ทดลองรินเบียร์ด้วยเอง

ที่นี้ทำไม Duchesse De Bourgogne จึงเป็นผู้ที่ชาว Flanders ระลึกถึง เพราะว่าเธอได้ลงนามใน Great Privilege เพื่อปลกแอกเมือง Flanders, Brabant, Hainaut, และ Holland ให้เป็นอิสระจาก Great Council of the Netherlands สภาสูงที่ปกครองอยู่ โดยเบียร์ตัวนี้เป็นสไตล์ Flanders red ale ผลิตจากโรง Verhaeghe Brewery ซึ่งตั้งอยู่ในเมือง Vichte หนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับการปลดปล่อย นั่นเอง

ด้านหน้าร้าน ตัวร้านเป็นบ้านสีดำมันตกแต่งดัดแปลงครับ
รูปวาดของ Duchesse de Bourgorne หรือ Mary of Burgundy
บรรยากาศภายในร้าน
บรรยากาศภายในร้าน
เมนูอาหารและรายการเบียร์วันนี้ครับ
ก่อนเริ่มงานมี Grisette Bio เบียร์ออแกนิคจากโรง St Feuillien ให้ดื่มก่อน รสขมนิดๆ ซ่า ดราย ดื่มแล้วรีเฟรชชิ่งดีครับ
ข้าวเกรียบให้ทานเล่น
ทีมงานมารินเบียร์ Duchesse de Bourgorne แบบขวดใหญ่ให้ลองชิมครับ กลิ่นเปรี้ยวแหลมๆ มีฟองสีน้ำตาลอ่อนนิดหน่อย กลิ่นมีความเหมือนบัลซามิก จิบปุ๊บรู้สึกเปรี้ยว หวาน บอดี้กลางๆ มีความซ่านิดๆ
เชฟ Alex มาแนะนำอาหารแต่ละจาน
เมนูเรียกน้ำย่อยเป็นฟัวกราใส่โฟมที่ทำจากเบียร์ Duchesse de Bourgorne ด้านบนมีปอปคอร์นหนึบๆ ด้านล่างเหลวใส ตัวตับนุ่มเหลว ไม่ร้อน รสครีมมี่นิดๆ พอจิบเบียร์ตามก็ตัดเลี่ยนได้ดี
ต่อมามีแบบขวดเล็กให้ทุกคนได้ลองรินเบียร์ด้วยตัวเอง มีความรู้สึกว่าแบบขวดเล็กซ่ากว่านิดหน่อยครับ
เมนูที่สองเป็นซูชิที่ทำจากข้าวเหนียว ด้านบนเป็น carpaccio เนื้อ ตัวข้าวแข็งไปหน่อยครับ เคี้ยวเมื่อยเลย ส่วนตัวเนื้ออร่อย นุ่ม รสเค็มมัน
จานหลักเป็นเป็ด เอาไปบดๆ ออกครีมๆ ผมนึกถึงพวก tuna paste ตัวแผ่นแป้งเป็นลาซาญญาเอาไปทอดกรอบ มีความคล้ายแป้งเกี๊ยวทอด ซอสราดเผ็ดนิดหน่อยครับ
จานสุดท้ายเป็น พานาคอตตามะพร้าวทานกับเสาวรส รสหวานกำลังดี เนื้อเนียนแบบเยลลี่ มีความเค็มมันนึกถึงพวกกระทิเข้ากันดีกับรสหวานเปรี้ยวของเสาวรส

สำหรับอาหารผม ชอบหน้า beef carpaccio แล้วก็สนุกสนานกับเรื่องเล่าและประวัติเกี่ยวเกี่ยวกับตัวแม่หญิง Duchesse De Bourgogne จากคุณไปรท์เจ้าของ Captain Barrel ผู้นำเข้าเบียร์ตัวนี้นั่นเองครับ ตัวอาหารดูเมนูปกติของร้านแล้วคิดว่าจะกลับไปซ้ำอีกรอบ อยากทานพวกเนื้ออะไรอย่างนี้ สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทาง Captain Barrel ที่ชวนผมไปร่วมงานนี้ด้วยครับ

Wild & Co. ซอยฟาร์มวัฒนา ถนนพระราม 4
เบอร์ : 061 515 6989
เปิด : 17.30-24.00 ปิดวันจันทร์
เว็บไซต์
เพจ
foursquare

Similar Posts

  • Temple Cellars คราฟท์เบียร์บาร์และบอทเทิลชอป สถานี Fort Canning สิงคโปร์

    ในทริปสิงคโปร์เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ผมได้ไปแวะร้านคราฟท์เบียร์ 2-3 ร้านครับ ร้านแรกที่จะเล่าถึง ชื่อว่า Temple Cellar อยู่แถวสถานี Fort Canning ร้านนี้ผมเคยมาแล้วเมื่อปี 2018 ครับ แต่ไม่ได้เขียนถึง  ตัวร้านอยู่ในตึก UE Square ครับขนาดกลางๆ ไม่ใหญ่มาก ผังในร้านปรับจากคราวก่อนที่ผมมานิดหน่อย ฝั่งขวามือเป็นตู้แช่เบียร์ขวดและกระป๋อง ที่นี่ของเยอะพอสมควร มีเบียร์ให้เลือกชิมจากหลายประเทศ หลายสไตล์เลย ส่วนเบียร์สดมีทั้งหมด 8 แทป วันที่ผมไปเป็นแบรนด์สิงคโปร์ผสมกับแบรนด์อื่นๆ ในเอเชีย มีคราฟท์จากอเมริกาแทรกมาแทปเดียวครับ เครื่องดื่มอื่นๆก็มีเป็นไวน์และวิสกี้ ส่วนอาหารจะเป็นของทานเล่นง่ายๆ อย่างชิปสและชีส

  • Rakutenchi หม้อไฟไส้วัวจากต้นตำหรับ Hakata ที่โฮจิมินห์

    จบจากมื้อรองท้องที่ร้าน Five Oysters เราก็เดินต่อไปยังแทปรูมของคราฟท์เบียร์เจ้าดังอีกแบรนด์ในโฮจิมินห์ นั่นก็คือ Pasteur street ครับ นั่งจิบกันอยู่พักใหญ่ จนเริ่มย่อยของเดิมหมด ก็มาต่ออีกร้านอาหาร ซึ่งตลกนิดหน่อย คือ มาเวียดนามแต่เราจะไปทานหม้อไฟไส้วัวแบบญี่ปุ่นกันครับ (Motsunabe) ร้านนี้มีชื่อว่า Rakutenchi เป็นร้านจากสาขามาจาก Fukuoka เจ้าของเป็นญี่ปุ่น มีสาขาต่างประเทศคือที่นี่และโซล เกาหลีครับ ตัวร้านอยู่ในซอยเดียวกับร้าน Pizza 4P’s ที่มาทานเมื่อตอนกลางวันเลย คือโซนนี้จะเป็นร้านญี่ปุ่นเยอะหน่อย พิซซ่าเลี้ยวไปทางซ้าย ร้านนี้เลี้ยวมาทางขวาสุดซอย ร้านจะอยู่ขวามือ

  • | |

    Daikanyama T-Site

    จากสถานี Daikanyama เดินมาเรื่อยๆประมาณ 350 เมตร ผ่านร้านเสื้อผ้า ร้านขนม ร้านรองเท้า (อ่านจากตอนที่แล้ว) ก็เดินมาถึงจุดประสงค์หลักคือ Daikanyama T-Site ครับ Daikanyama T-Site เป็นโครงการที่รวมร้านหนังสือ ที่มีเพลงและหนังขายด้วย ร้านกาแฟ ร้านอาหาร ร้านกล้อง ร้านจักรยานและอื่นๆ เอาไว้ด้วยกัน ด้านหลังยังมีโซนสวนเล็กๆ ให้พักผ่อนหย่อนใจ แถมยังมีที่วิ่งเล่นของหมา เอาไว้ให้ด้วย ตัวโครงมีที่จอดรถอยู่ด้านหลังประมาณ 150 คัน ชื่อ T-Site มาจาก Tsutaya ร้านหนังสือรายใหญ่นั่นเองครับ มีคอนเซปท์ว่า A Library in the Woods เปิดบริการเมื่อธันวาคมปี 2011 ตัวร้านหนังสือนี่เปิดตั้งแต่ 7 โมง แล้วไปปิดดึกดื่นถึง ตี 2 เลยครับ คอหนังสือนี่พลิกอ่านกันเพลินเลย

  • เซี้ย เกาเหลาเนื้อไร้เทียมทาน เวิ้งนาครเขษม

    ถ้ามีการจัดอันดับก๋วยเตี๋ยวเนื้อในกรุงเทพ ร้านนี้นับเป็นอีกหนึ่งร้านที่จะติดอันดับต้นๆ แฟนคลับเตี๋ยวเนื้อจะต้องรู้จักแน่นอนกับร้าน เซี้ย เกาเหลาเนื้อไร้เทียมทาน เราเคยมาทานครั้งสองครั้ง ไปคราวนี้เลยเก็บภาพมาฝากกันครับ ร้านนี้เมื่อก่อนอยู่ในตลาดปีระกา  เวิ้งนาครเขษม (ส่วนใหญ่จะเขียนว่า เวิ้งนครเกษม) แต่ตอนนี้ย้ายร้านมาอยู่ในถนนบริพัตรแล้ว ไม่ไกลจากที่เดิมมากนัก ถ้ามาจากฝั่งเจริญกรุง เลี้ยวขวาเข้าถนนบริพัตร(หัวมุมเป็นร้านเพชร Jubilee) มานิดเดียวร้านจะอยู่ซ้ายมือ เป็นห้อง 1 คูหา ที่นี่จะมีแต่เกาเหลา ตัวน้ำซุปจะเป็นแบบใส ไม่เข้ม มีเนื้อเปื่อย เนื้อสด และเครื่องในหลากหลายชนิด ราคาจะอยู่ที่ชามละ 60 80 และ 100 บาท ถ้าสั่งทุกอย่าง ทางร้านจะเรียกชื่อที่ฟังแล้วแปลกดีคือ “หลายอย่าง” เช่น พิเศษหลายอย่าง 2

  • บันทึกการเดินทาง ‘เกาะกง 21 ชั่วโมง’

    อย่างที่หลายๆ คนอาจจะทราบกันว่าการทำเบียร์ในประเทศไทย ต้องมีเครื่องจักรที่มีกำลังผลิตได้อย่างน้อย 10 ล้านลิตรต่อปี น้อยลงมาหน่อยก็คือ Brewpub หรือร้านขายเบียร์สด (ไม่สามารถบรรจุขวดได้) ก็มีขั้นต่ำที่ 100,000  ลิตรต่อปีซึ่งทำให้การจะขออนุญาตเป็นโรงงานผลิตเบียร์, ร้านขนาดเล็กและกลางเป็นไปไม่ได้เลย พอกระแสคราฟท์เบียร์มาจากทางฝั่งอเมริกา เราคนไทยที่สนใจจะผลิตเบียร์เองเพื่อจำหน่ายก็ต้องหาหนทางเพื่อจะผลิต หลายทีมต้องเดินทางไปผลิตยังต่างประเทศแล้วนำเข้ามา ขั้นตอนก็คือไปหาโรงเบียร์ที่รับทำเบียร์ตามสูตรที่เราคิดขึ้น จากนั้นเปิดบริษัทนำเข้าในประเทศไทย นำเบียร์เข้ามาเหมือนว่าเป็นเบียร์นำเข้าจากต่างประเทศ เป็นความขำขื่น น่าเศร้า น่าสงสารที่ Brewer(คนต้มเบียร์) ต้องออกไปทำแล้วนำเข้ามา ทั้งที่เราควรจะผลิตได้ในประเทศ สร้างงานสร้างรายได้ให้พนักงาน ลูกจ้าง แล้วก็เสียภาษีให้รัฐ หนึ่งในนั้นทีมคนไทยที่ใช้อีกวิธีคือไปเปิดโรงงานเบียร์เองที่ต่างประเทศ ผลิต แล้วนำเข้ามาขายในไทย แบรนด์นั้นก็คือทีมคนหัวแข็ง ‘StoneHead’ ซึ่งน่าจะเป็นเจ้าแรกที่เปิดโรงงานในต่างประเทศ(เกาะกง กัมพูชา)

  • Cranc บริวผับไซส์เล็กย่าน Itabashi – Tokyo

    ร้านต่อมาที่ได้แวะไป เป็นร้านที่ไม่ได้หามาแต่ทีมงานร้าน Beer++ แนะนำว่าอยู่ไม่ไกลมากเดินประมาณ 15-20 อยากให้ลองแวะไป ก็เลยเดินให้หายมึนไปจนถึงครับ ร้านนี้มีชื่อว่า ‘Cranc Brewing’ ครับ ที่นี่เรียกว่าเดินทางมายากพอสมควรเพราะว่าห่างจากสถานีรถไฟ สถานีที่ใกล้สุดคือ Itabashi ซึ่งอยู่ห่างร้าน 1.2 กิโลเมตร หรือถ้าสายแปลกๆ อย่าง Mita Line ก็จะเหลือประมาณ 600 เมตรครับ ตัวร้านเป็นห้องเดียวขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ฝั่งขวามือเป็นบาร์ ฝั่งซ้ายมีโต๊ะที่ทำจากถังแกลลอนใหญ่ๆ ด้านหลังบาร์มีห้องต้มเบียร์อยู่ ที่นี่มีถังหมักขนาด ประมาณ 250-300 ลิตร วันที่ผมไปนี่กำลังต้มอยู่พอดีเลยครับ


แสดงความคิดเห็น