| |

Goose Island โรงเบียร์หรูใจกลาง Gangnam – โซล เกาหลี

วันที่สามในทริปหลังจากทานข้าวเที่ยงเสร็จ ช่วงบ่ายๆ ผมเดินทางไปยัง Goose Island ครับ ที่นี่เป็น Brew House ของแบรนด์ดังจาก อเมริกา ตัวร้านอยู่ในย่าน Gangnam ใช่ครับ ที่มาของเพลง Gangnam Style นั่นหละครับ

ร้านขนาดค่อนข้างใหญ่ ตัวอาคารเป็นกระจกทั้งตึก สวยงามและดูหรูหราเลยครับ มองจากถนนเห็นถัง ferment ชัดเจน มีทั้งหมด สามชั้น ชั้นบนเป็นดาดฟ้า ผมนั่งที่ชั้น 1 โซนกลางๆ ร้าน พนักงานมาต้อนรับสุภาพเรียบร้อยเลยครับ วันที่ไปมีวงมาเล่นเพลง jazz สดๆ ให้ดู บรรยากาศดีประทับใจเลยครับ

เปิดดูเมนูอาหารเยอะพอสมควร ส่วนเบียร์จะเน้นเป็นเบียร์สดของทางร้านเป็นหลัก ซึ่งเท่าที่ดูของ Goose Island จะออกสไตล์คลาสสิคซะเยอะครับ นอกจากเบียร์สด เบียร์ขวดพอมีบ้างนิดหน่อย แล้วก็มีพวกคอกเทลอะไรอย่างนี้ขายด้วย

เดินๆ มาเจอร้านอยู่หัวมุมพอดี ตึกสวยงาม
โชว์ถังบาเรลอยู่ด้านล่างครับ
เดินมาเข้าร้านตรงกลาง มีป้ายไม้แกะสลักโลโก้ห่านอยู่
บริเวณทางเข้าร้าน
มีป้ายแสดง floor plan อยู่
เข้ามาปุ๊บก็จะเจอโซนขายของ
เป็นพวกของที่ระลึกต่างๆ ของแบรนด์ครับ
เดินมานิดเดียวเป็นโซนหลัก บรรยากาศภายใน หรูหราเลย
ลิบๆ มีวงสามชิ้นเล่นเพลง jazz อยู่
อีกมุมนึง
แทปเบียร์เรียงรายอยู่ด้านในครับ
ติดด้วยหัวห่านทุกหัวเลย
ด้านหลังเป็นถัง bright beer tank
แก้วแรกเป็น Goose IPA กลิ่นมอลตี้ สะอาด น้ำเบียร์ใสสวย ฟองขาวหนา รสมอลตี้ ขมหวาน ขมบนลิ้น สดชื่น
ต่อมาเป็น Duck duck goose ตัวนนี้เป็น Pale Ale เบา น้ำฝรั่ง ส้ม ดื่มลื่นดีครับ
แก้วที่สามชื่อ Honkers Ale เป็นสไตล์ English Bitter กลิ่นหวาน รสหวาน ครีมๆ ฟองเนียน บอดี้กลางๆ
พักยกขึ้นสำรวจชั้นสอง เดินผ่านตรงใต้บันไดเป็นห้องเก็บ keg เบียร์สดครับ
บรรยากาศชั้น 2
โชว์ถังเบียร์เหมือนข้างล่าง
บรรยากาศชั้น 2 อีกมุมครับ
มีเบียร์ขวดโชว์อยู่ด้วย
แก้วสุดท้ายชื่อ Old Clybourn Porter น้ำเบียร์ดำสนิท ฟองครีมเนียน กลิ่นกาแฟอ่อนๆ นมๆ เปรี้ยว กาแฟ คั่ว หวานนิดนึง

อยากลองอาหารแต่ได้ความว่ามี เซ็ตเมนูเท่านั้น เพราะเค้าจะเสิร์ฟเต็มๆ ในช่วงเย็น รวมๆ ก็ร้านสวยงาม บรรยากาศดี หรูหรา นิดๆ ไม่ดูลุยๆ มันๆ ถ้าไม่ดื่มเบียร์ มาทานอาหารก็น่าจะเวิร์คครับ

Goose Island สถานี Gangnam
เบอร์ : 02-6205-1785
เปิด : 11.00-01.00
เว็บไซต์
เพจ
foursquare

เมนูร้าน Goose Island
เมนูร้าน Goose Island
เมนูร้าน Goose Island
เมนูร้าน Goose Island
เมนูร้าน Goose Island
เมนูร้าน Goose Island
เมนูร้าน Goose Island
เมนูร้าน Goose Island
เมนูร้าน Goose Island
เมนูร้าน Goose Island
เมนูร้าน Goose Island
เมนูร้าน Goose Island
เมนูร้าน Goose Island
เมนูร้าน Goose Island
เมนูร้าน Goose Island

Similar Posts

  • |

    รีวิวโรงแรม Sansuikan เมือง Beppu – Kyushu 2014 ตอนที่ 9.3

    ดูลิงและทานข้าวเสร็จ ก็เดินทางมายังโรงแรมของเราในเมือง Beppu นี่ครับ เราพักกันที่ โรงแรม Sansuikan อยู่ห่างจากสถานี Bppu ประมาณ 4.5 กิโลเมตรครับ จากสถานีวันนี้เรานั่งแทกซี่มาที่โรงแรมเลย ที่นี่เราจะนอน 2 คืนครับ ตัวโรงแรมเป็นตึกแบบโรงแรมทั่วไป แต่ห้องพักที่จองเป็นแบบญี่ปุ่น คือนอนฟูกบนพื้น มีอาหารให้ทั้งมื้อเย็นและเช้า โดยมื้อเย็นจะเป็นแบบไคเซกิ หรือเป็นคอร์สนั่นเองครับ ตอนเช็คอินหรือตอนมาดูห้อง ถ้าเราไม่ทานอะไรให้แจ้งพนักงานไว้ด้วย เค้าจะได้เตรียมอาหารให้เราได้ถูกต้องครับ วันที่ไปพนักงงานพูดอังกฤษได้ไม่คล่องเท่าไหร่ แต่ก็พอสื่อสารกันได้ครับ อีกอย่างนึงของโรงแรมแบบเรียวกังก็คือจะมีบ่อน้ำร้อนออนเซนให้อาบ ของที่นี่แยกชายหญิงตามปกติ มีโซนเอาท์ดอร์ น้ำร้อนกำลังดีครับ อากาศก็เย็นดี เวลาลงออนเซนนี่ตอนแรกมันจะร้อนสุดๆ ต้องฝืนๆหน่อย ร่างกายจะค่อยๆปรับตัวได้ครับ แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ช่างมันเถอะครับ หะหะ

  • Van Moll คราฟท์เบียร์บาร์บรรยากาศดี 24 แทป เมือง Eindhoven

    คืนที่ 2 ในเมือง Eindhoven หลังจากที่คณะของเรากลับจากพิพิธภัณฑ์และชอปปิ้งที่ Outlet คืนนี้ไม่มีโปรแกรมต่อ ใครจะไปไหนก็ได้  กลุ่มที่จะดื่มต่อก็มาเจอกันที่ร้านคราฟท์เบียร์บาร์ โซนกลางเมืองชื่อร้านว่า Van Moll ครับ อยู่ห่างจากร้านเมื่อคืน (Drinkers Pub) นิดเดียว ตัวร้านขนาดค่อนข้างกว้างเข้ามาปุ๊บจะมีสเตปขึ้นชั้นลอย บรรยากาศดูสบายๆ ตกแต่งดูทันสมัย สลัวๆ แต่ไม่มืดมาก บาร์อยู่ฝั่งซ้ายมือครับ มีมุมขายของที่ระลึก ที่นั่งตรงโซนนี้จะเป็นโต๊ะสูงเก้าอี้สูง ส่วนชั้นล่างจะมีโซฟา และโต๊ะเตี้ยครับ

  • Mezzaluna – อาหารฝรั่งเศสบรรยากาศสุดประทับใจบนชั้น 65 โรงแรม Le Bua – สีลม

    สำหรับร้านที่แวะไปวันนี้เป็นร้านที่ต้องยอมรับว่าก่อนที่ทางร้านจะได้รับดาวมิชลินนั้นผมไม่เคยรู้จักมาก่อนครับ คือรู้จักตัวโรงแรม Le Bua รู้จักตัวตึก รู้จัก Sirocco Bar ที่อยู่ชั้นบนของโรงแรม ร้านนี้มีชื่อว่า Mezzaluna อยู่บนชั้น 65 ของตึก state tower บนถนนสีลมครับ ที่นี่เสิร์ฟอาหารฝรั่งเศสที่มีการผสมผสานความเป็นญี่ปุ่นลงไปด้วย เนื่องจาก Ryuki Kawasaki เชฟใหญ่ของเป็นชาวญี่ปุ่น โดยเมนูจะเป็น Tasting Menu เท่านั้นครับ ผมมาถึงที่ชั้นล่างของโรงแรม ก็มีพนักงานของทางร้านมาต้อนรับ สอบถามชื่อที่จองไว้ จากนั้นก็พาไปขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้น 64 แล้วก็ขึ้นบันไดไปยังชั้น 65 ซึ่งอยู่ใต้โดมสีทองชั้นบนสุดนั้นเอง บรรยากาศตกแต่งแบบหรูหราแต่ไม่เวอร์มาก โดยที่โต๊ะริมกระจกจะเห็นวิวแม่น้ำเจ้าพระยาสวยงามมากๆ ครับ มีวงดนตรีสี่ชิ้นบรรเลงเพลงชิลล์ๆ

  • | | |

    Ivy Place ร้านบรรยากาศดี Daikanyama

    Ivy Place เป็นร้านที่อยู่ในโครงการ Daikanyama T-Site ครับ ดำเนินการและบริหารงานโดย T.Y.HARBOR ผู้ผลิตเบียร์และกิจการร้านอาหารที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น เปิดบริการตั้งแต่เช้า 7.00 จนถึงดึก 22.00 เลย แต่ละช่วงเวลาก็จะมีเมนูที่ต่างกัน เป็นชุดอาหารเช้า ชุดอาหารกลางวัน และอาหารเย็น ขนาดร้านใหญ่พอสมควรครับ บรรยากาศดี ดูเนี้ยบๆ สีโทนอบอุ่น มีหลายโซนทั้งด้านในด้านนอก และมีโซนที่ดูเป็นบาร์นั่งดื่มในช่วงเย็นๆ ถึงจะมีที่เยอะแต่ร้านดังครับ วันที่ไปก็ต้องรอคิว รอจัดที่ทางราว 15 นาที ได้ ผมและเพื่อนๆ ทานกลางวันมากันอิ่มตื้อแล้ว เป็นช่วงบ่ายแก่ๆค่อนไปทางเย็น ก็เลยทานแต่ขนมและจิบๆ กาแฟเฉยๆ ครับ สั่งขนมเสร็จพนักงานยกชาเย็นมาเสิร์ฟ พนักงานสุภาพเรียบร้อย อัธยาศัยดีมากๆ ครับ

  • |

    Devilish Chews+Brews เมนูรมควัน เสิร์ฟพร้อมคราฟท์เบียร์ – สุขุมวิท 101/1

    วันก่อนไปอีกหนึ่งร้านที่จดเอาไว้ในลิสต์นานแล้วครับ แต่ด้วยความที่อยู่ไกลบ้านพอสมควรเลยไม่ได้ไปซะที พอดีธุระใกล้ๆ ก็เลยได้ไปลองครับ ร้านนี้มีชื่อว่า Devilish Chews+Brews ครับ ตัวร้านอยู่ในโครง Di Wavery ซอยสุขุมวิท 101/1 (ซอยวชิรธรรมสาธิต) ถ้ามา BTS ลงสถานีอุดมสุขจะใกล้ที่สุดครับ ตัวร้านเป็นห้องในโครงการขนาดกลางๆ ไม่ใหญ่ไม่เล็ก ตอนแรกที่ดูรูปในเน็ตผมคิดว่อยู่ในตึกอะไรประมาณนี้ ตกแต่งสีโทนดำๆ หน่อยครับ มีห้องใหญ่ตรงกลางแล้วด้านในมีอีกห้องขนาดเล็กกว่าหน่อย ตอนไปถึงลูกค้ายังไม่มี แป๊บเดียวพอเริ่มค่ำๆ ลูกค้ามาเพียบเลยครับ เป็นโต๊ะจองหลายโต๊ะ แนะนำว่าถ้ามาหลายคน ควรโทรจองเพื่อความชัวร์ครับ

  • |

    Mikkeller Tokyo pop up คราฟท์เบียร์บาร์ในรถเทรลเลอร์ไซส์จิ๋ว

    ที่โตเกียวนี่เคยมีร้าน Mikkeller เปิดอยู่เมื่อราวๆ ปีที่แล้วครับ ผมไปมาทีนึงพอกลับมาซักพักก็ปิดร้านไป รู้สึกว่าจะมีปัญหากับพาร์ทเนอร์และเจ้าของที่เดิม ก็เลยต้องเปลี่ยนสภาพมาเป็น trailler ไซส์น่ารักครับ คือนอกจากจะเป็น Gypsy Brewery แล้วยังเป็น Gypsy Bar ด้วย คาดว่าน่าจะย้ายไปเปิดตามที่ต่างๆ เรื่อยๆ สำหรับรอบแรกนี่มาเปิดที่ s-cage เป็นโครงการเล็กๆ ใต้ทางรถไฟ อยู่แถวสถานี Shimokitzawa ย่านเดินเล่นน่ารักๆ อีกแห่งของโตเกียว เดินจากสถานีมาประมาณ 200 เมตรครับ ตัวโครงการเป็นกรงขนาดใหญ่ขึงตาข่าย ให้อารมณ์แบบที่เตะบอลใต้ทางด่วน บางวันจะมีร้านมาเปิดขายอาหารเป็นฟู้ดทรัคอยู่ด้านนอกบ้าง ร้านขนาดกระทัดรัดมีพี่ฝรั่งอเมริกันเป็นคนเฝ้าอยู่ พูดญี่ปุ่นชัด มีเบียร์ทั้งหมด 6 แทป เป็น mead (เหล้าน้ำผึ้ง) ของ superstition ซะหนึ่งแทป แต่ละตัวโหดๆ ทั้งนั้นเริ่มมาก็ 6.5% โหดสุดนี่ 18.3% เลย สำหรับอาหารไม่มีครับ มีถั่วเป็นของกินเล่นนิดหน่อย (อ่านประวัติของแบรนด์ mikkeller ได้ที่นี่)


แสดงความคิดเห็น