ซาหมวย & ซันส์ อาหารไทยอีสานประยุกต์ – อุดรธานี

ร้านซาหมวยแอนด์ซันส์เป็นร้านที่หลายคนน่าจะเคยได้ยินชื่อและเรื่องราวมาบ้าง ตัวผมเองอยากจะเดินทางไปลองมาซักพัก คือเมื่อคราวก่อนที่ไปอุดรธานีนั้นยังไม่รู้จักร้านเลยครับ กว่าจะมีโอกาส จัดตารางเวลาและรอตั๋วถูก (ไปกลับ 1080 บาท ถูกมากครับ) ก็ผ่านมาพักใหญ่ๆ

สำหรับชื่อร้านอาจจะฟังดูแปลกๆ ที่มาก็คือเป็นชื่อคุณแม่ที่เปิดกิจการตัดเสื้อ พอมาเปิดเป็นร้านอาหารก็เลยมีคำว่า แอนด์ซันส์ เติมต่อท้าย ซึ่งก็หมายถึงคุณหนุ่มและคุณโจ้ สองพี่น้อง เชฟและเจ้าของร้านนั่นเองครับ

ที่นี่เป็นร้านอาหารไทย-อีสาน ประยุกต์ ที่นำวัตถุดิบท้องถิ่นและพืชผักตามฤดูกาลมาปรุงแต่งเป็นแต่ละเมนู ด้วยวิธีการ เทคนิค และการจัดวางนำเสนอที่แปลกตา สวยงาม ต่างจากเดิมที่มีอยู่ ดึงรสชาติ ผสมผสานรสต่างๆ จากวัตถุดิบแต่ละชนิดครับ

ร้านอยู่บนถนนโพนพิสัย ห่างจากสนามบินประมาณ 6.5 กิโลเมตร เดินทางด้วยรถยนต์ประมาณ 20 นาทีครับ ตัวร้านเป็นอาคารพาณิชย์ 1 ห้อง เดินเข้ามาก็จะเจอครัว เดินต่อมาก็จะเป็นโต๊ะ เสียงเพลงลูกทุ่งหมอลำคลอเบาๆ ตลอดมื้อ สร้างบรรยากาศอีสานๆ ได้ดีเลยครับ

โดยเราสามารถสั่งแบบเป็นเซ็ต Tasting menu ที่มีชื่อไทยว่า ‘ฤดูสำรับ ฉบับปัจจุบัน’ มีทั้งหมด 7 เมนูพร้อมเครื่องดื่มและขนม หรือสามารถสั่งเป็นจานเดี่ยวๆ ตามเมนูประจำของร้าน มาทานเป็นกับข้าวก็ได้ ด้วยความอยากลองหลายๆอย่าง ผมและชาวคณะก็เลยสั่ง 1 Tasting menu กับ จานปกติมาเพิ่มอีกนิดหน่อยครับ

ด้านหน้าร้าน ตัวร้านเป็นอาคารพาณิชย์ 1 ห้อง
เข้ามาด้านในก็จะเดินผ่านโซนครัว
บรรยากาศภายในร้าน
บรรยากาศภายในร้านอีกมุม
ดอกมะลิวางตกแต่งอยู่บนโต๊ะ
สั่งอาหารเสร็จในชุด Tasting Menu จะมีสาโทใส่ส้มโอ กลิ่นหอม มีความขม ผสมหวาน แอลกอฮอล์แรงจิบๆ ไปนี่ร้อนเลยครับ
(Tasting Menu) เมนูแรกในเซ็ตเป็นแผ่นมะม่วงกวนทำจากมะม่วงน้ำดอกไม้ หนึบๆ หวานนิด มีไส้เป็น แกงกะหรี่ไก่ ใช้เนื้ออกไก่บ้านทำ เนื้อไก่แน่นๆ ครีมมี่นิดหน่อย
(A la carte) ตามมาด้วยเมนูนอกเซ็ตที่สั่งเพิ่ม ‘คั่วกลิ้งตับหวานฮิมาวาริแจ่วบอง’ เป็นเนื้อและเครื่องในวัวไทยที่เลี้ยงด้วยดอกทานตะวันเลยเป็นที่มาของชื่อฮิมาวาริ เนื้อนุ่ม เสิร์ฟมาไม่ร้อนไม่เย็นครับ ตัวเครื่องในมีตับที่นุ่มอร่อยไม่ขม ออกหวาน แล้วก็หัวใจกับขอบกระด้ง(กระเพาะรังผึ้ง) รสมะกรูดเยอะหน่อย บางคำมีขมๆ ไม่เผ็ดมากเท่าไหร่ อร่อยครับจานนี้
สำหรับข้าวมีให้เลือกสั่งได้สามแบบ ผมสั่งมา 2 แบบ ถ้วยนี้คือข้าวกล้อง หนึบๆ หุงมาแข็งหน่อย
อีกถ้วยคือข้าวพื้นเมือง จะนุ่มกว่าหน่อยครับ
(A la carte) อีกหนึ่งเมนูที่น้องพนักงานแนะนำสำหรับจาน A la carte ‘แกงรัญจวนกระดูกหมูอ่อน’ เป็นเมนูโบราณ รสออกเค็มจากกะปิบางๆ แล้วก็มีเปรี้ยว เผ็ดนิดหน่อย พวกผักจะเป็นตะไคร้ ข่า ซอยละเอียด มีใบมะกรูด หอมแดง กระเทียม หมูมีกระดูกอ่อนกับสันนอกครับ ชามนี้รสชาติดีเลย ทานกับข้าวเพลิน
(Tasting Menu) ‘ก้อยเห็ดป่า’ เป็นเมนูที่ใช้เห็ดเป็นหลักครับ ตัวแผ่นกรอบๆ ทำจากเห็ดไค โรยด้วยผงที่ทำจากเห็ดหอม ใต้แผ่นเป็นเห็ดตาโล่ เห็ดป่าชนิดหนึ่งซึ่งจะออกช่วงหน้าฝน มันจะดึ๋งๆ เหมือนพวกทับทิมกรอบ รสของจานนี้จะเค็มเผ็ดเหมือนทานลาบ ผมชอบเช่นกันครับ
(Tasting Menu) ‘หมูย่างกับเคยสดและหอมแดงดำ’ ตัวซอสทำจากหอมแดงเอาไปตุ๋น เสิร์ฟมากับเม็ดลูกหวาย ชิ้นหมูเป็นส่วนสันนอกเนื้อแน่นเฟิร์มๆ รสทะเลๆ ปลาๆ ด้านบนเป็นดอกกระเจียวย่าง กลิ่นแบบควันๆ รสแปลกดีครับคล้ายฝาดๆ คล้ายข่า จานนี้ผมเฉยๆ
(Tasting Menu) ‘ปลาส้มตุ๋นน้ำมันกับแจ่วบ๊วยเต้าเจี้ยวและข้าวแช่น้ำแตงโม’ ชิ้นปลาหนึบๆ ตรงหนังเนียวนิดหน่อย รสเค็มเปรี้ยว ซอสข้างๆ เป็นซาบายองทำจากส้มไข่ปลา รสเปรี้ยวหวาน
โดยเมนูปลาส้มนี้จะเสิร์ฟมาพร้อมกับข้าวแช่น้ำแตงโม กลิ่นและรสหอมหวานสดชื่น ข้าวหนึบๆ หน่อย เป็นข้าวสายพันธุ์พื้นเมืองชื่อ เพชรราตรี อร่อยครับ
(Tasting Menu) ‘คั่วสับปะรดกับกุ้งและมะรุม’ ตัวขาวๆ คือกุ้งเอาไป sous vide แล้วก็ปั่น ด้านบนเป็นเม็ดมะรุม ตัวซอสเป็นสับปะรด จานนี้ผมไม่ได้ลองเพราะว่าเป็นกุ้งครับ
(A la carte) ‘น้ำพริกมะขามเปียกกับหมูกรอบ’ เป็น A la carte จานสุดท้ายสั่งมา ตรงกลางเป็นน้ำพริกรสเข้มข้น รสเค็มหวาน มีรสเผ็ดอ่อนๆ มีเนื้อสัตว์เป็นหมูกับกุ้ง โดยทานกับผักสดข้างๆที่จัดวางมาสวยงาม มีแตงกวา ฝรั่ง มีดอกไม้ ใบไม้ รสจะผสมๆ กัน ขมบ้าง เขียวบ้าง ฝาด บางใบกลิ่นเหมือนมะม่วง
หมูกรอบที่เสิร์ฟมาด้วยกัน ตรงหนังกรุบๆ เค็มหน่อย ส่วนเนื้อนุ่มดี
(Tasting Menu) ‘น้ำพริกฟองเป็ดต้ม’ เป็นเมนูน้ำพริกหลายๆ ชนิด เสิร์ฟมารอบๆ ไข่เป็ดต้ม เสียดายที่จานนี้พนักงานไม่ได้อธิบายว่ามีอะไรบ้างก็เลยใช้วิธีเดาๆ เอาครับ มีใบมะกอกทานกับแจ่วบอง ชิ้นใหญ่น่าจะเป็นหน่อไม้ทานกับน้ำพริกควันๆ หน่อย ชิ้นซ้ายมือน่าจะเป็นฟัก ด้านบนเป็นใบพลู รสเหมือนทานเมี่ยงคำด้านล่างเป้นน้ำพริกปลาย่าง ขวาสุดน่าจะเป็นดอกแคไส้เป็นหลน
(Tasting Menu) เมนูนี้เสิร์ฟมากับข้าวเหนียวแดง
ข้าวเหนียวแดง แกะออกมาเป็นอย่างนี้ครับ ตัวข้าวหนึบนุ่ม ไม่เหนียวมาก
(Tasting Menu) ‘เนื้อย่างกับอ่อมมะเขืออบและเส้นก๋วยจั๊บญวณ’ เป็นจานสุดท้ายของ Tasting Menu ชิ้นเนื้อเป็นเนื้อฮมาวาริเช่นเดียวกัน ย่างมาแบบ Medium Rare เนื้อนุ่มกำลังดี ผมทานแล้วนึกถึงเนื้ออกเป็ด
ตัวน้ำซุปเป็นแกงอ่อม มีรสขมอ่อนๆ มะเขือนุ่มเปื่อยรสขม มีมะเขือพวงใส่มาด้วย ส่วนเส้นทางร้านทำเอง หนึบๆ ผิวสากหน่อยครับ ด้านข้างสีดำๆ เป็นแจ่วที่เอาไปทำเหมือนเพสต์ รสเค็มเผ็ด
(Tasting Menu) ขนมหวานในเซ็ตเป็นข้าวหมากและธัญพืช เนื้อร่วนรสแบบมะพร้าวๆ ซึ่งส่วนตัวผมไม่ค่อยชอบ ทานกับซอสครีมชีสแล้วก็มะม่วงหาวมะนาวโห่รสเปรี้ยวหวานเหมือนแช่อิ่ม
(A la carte) สั่งขนมหวานมาเพิ่มด้วย ถ้วยแรกผมอยากทานมาตั้งแต่เห็นรูป ‘แพนนาคอตต้าลอดช่อง’ เนื้อเนียนเหลว รสหวาน หอม เค็มมันกะทิ เสิร์ฟมาเย็นๆ เข้ากับลอดช่อง ชอบมากครับ
(A la carte) ขนมอีกอย่างคือ ‘กล้วยบวชชีฝรั่ง’ รสเค็มหวาน กรุบๆ ด้านบนเป็นไอศครีมงาดำ โรยด้วยผลไม้แห้งรสหวานเปรี้ยวผลไม้แห้ง ทานคู่กับแป้งทอดกรอบที่โรยมา
ถ้วยนี้เป็น Complimentary ครับ คือคุณโจ้ กำลังทำฝอยทองอยู่ เราก็เลยได้ชิมแบบสดๆ กัน เนื้อนุ่มหวาน รสไข่ๆ มาแบบอุ่นๆ เลยครับ

รอไม่นานอาหารก็เริ่มทยอยมาเสิร์ฟ ทั้ง Tasting Menu และ A la carte ที่สั่งเพิ่มไป แต่ละจานสวยงาม รสชาติดี อร่อยโดยเฉพาะพวก A la carte ที่พนักงานแนะนำ จานที่ผมชอบเป็นพิเศษคือ ‘คั่วกลิ้งตับหวานฮิมาวาริแจ่วบอง’ ส่วนในเซ็ต จานรวมเห็ดก็อร่อยครับ

แต่ทีนี้ด้วยความที่อาหารรสชาติเข้มข้น จัดจ้าน จานเผ็ดๆ มาก่อน ก็เลยทำให้จานหลัง รู้สึกรสอ่อนไป ซึ่งตรงนี้อาจจะเป็นเพราะผมดันสั่ง A la carte มาผสมกับเซ็ตด้วยรึเปล่าไม่รู้ อีกอย่างก็ช่วงแรกอาหารค่อยๆ มา พอช่วงกลางๆ หลายจานมาติดกัน อาจจะเป็นเพราะทางร้านต้องการให้ทานเหมือนเป็นกับข้าวรึเปล่า ไม่แน่ใจครับ คิดว่าถ้าหมดทีละจานแล้วค่อยเสิร์ฟน่าจะเวิร์คกว่า

ส่วนเรื่องขนาดของแต่ละจาน ถ้าสั่ง Tasting Menu ทานคนเดียวก็อาจจะเยอะไปนิด แต่บางจานก็ไม่เหมาะที่จะแชร์กัน อย่างเช่นจานน้ำพริกฟองเป็ดต้ม ผมกะคร่าวๆ เอาว่าถ้าไป 4 คน สั่ง 2 เซ็ตแล้วเพิ่ม A la carte ที่อยากลองซัก 2-3 จานน่าจะกำลังดีครับ

โดยรวมประทับใจรสชาติและหน้าตาการจัดวางของอาหารครับ เสียดายบางจานพนักงานอธิบายน้อยไปนิด รู้สึกว่าถ้าอธิบายเยอะขึ้น จะเข้าใจที่มาที่ไปและข้อมูลของผักแต่ละชนิดมากขึ้น สำหรับราคาก็คุ้มค่ามาก ไม่แพงเลย (ดูราคาในเมนูด้านล่างได้) ถ้าใครมีโอกาสไปอุดรฯ แนะนำว่าให้ไปลองครับ ตัวผมเองคราวหน้าถ้าได้ไปก็จะไปแวะชิมอีกเหมือนกันครับ

ซาหมวย แอนด์ ซันส์ อุดรธานี
เบอร์โทร : 086 309 6685
เปิด : 11.00-14.30 17.00-21.30
เพจ
foursquare

รายการอาหาร
รายการอาหาร
รายการอาหาร (Tasting Menu)
รายการขนม
รายการเครื่องดื่ม
รายการเครื่องดื่ม

Similar Posts

  • | |

    ไร่องุ่น Hua Hin Hills Vineyard

    หลายๆ คน (รวมถึงผมเมื่อก่อนด้วย) อาจจะคิดว่าประเทศไทยไม่สามารถปลูกองุ่นเพื่อทำไวน์ได้ แต่พอได้อ่านได้เห็นจากหนังสือและเว็บ ทำให้ทราบว่า เราสามารถปลูกและผลิตไวน์ได้ โดยมีการผลิตมาซักพักนึงแล้วครับ มีการปลูกที่เขาใหญ่ (กรา มอนเต้) หรืออีกเจ้าที่ดังมานานเช่นกันก็คือ ชาโตว์ เดอ เลย (ปลูกที่ภูเรือ จังหวัดเลย) รวมถึงเจ้านี้ ซึ่งเรามีโอกาสได้มาเยี่ยมชมและทานข้าวกลางวัน ที่นี่มีชื่อว่า “Hua Hin Hills Vineyard” ครับ ชื่ออาจจะไม่คุ้นหู แต่เจ้าของก็คือ สยาม ไวเนอรี่ ผู้ผลิต(SPY)และนำเข้าไวน์เจ้าใหญ่นั่นเอง เริ่มคุ้นแล้วรึเปล่าครับ โดยไวน์ที่มีชื่อเสียงก็คือ Monsoon Valley ซึ่งใช้องุ่นจากที่หัวหินฮิลลส์นี่นำไปผลิตที่โรงงานแถวสมุทรสาคร ความเป็นมาของที่นี่เริ่มตั้งแต่ปี 2546 โดยก่อนที่จะมาเป็นไร่องุ่นเดิมเคยเป็นสถานที่ฝึกและเลี้ยงช้างป่า ปัจจุบัน มีพื้นที่ของโครงการรวม 1,400 ไร่ เป็นพื้นที่เพาะปลูกองุ่นประมาณ 500 ไร่ ด้วยความที่ดินเป็นแบบหินปนทรายมีลักษณ์คล้ายคลึงกับไร่องุ่นแถวเมดิเตอเรเนียนเลยสามารถจะทดลองเพาะปลูกองุ่นได้

  • Wine I love You – CDC

    จริงๆร้านนี้เค้าดังมาซักพักแล้วแต่เราเพิ่งมีโอกาสได้ลอง สาขาที่ไปทานคือที่ CDC พอดีพี่ชายพี่สาวมาดูของแต่งบ้าน ก็เลยถือโอกาสลองร้านใหม่ๆที่ไม่เคยทาน ถ้าหันหลังให้ถนนเลียบทางด่วน ตัวร้านจะอยู่ฝั่งอาคารปีกซ้ายของโครงการ มี 2 ร้านติดกัน ชื่อ Wine I Love You ซึ่งเปิดช่วงเย็น ติดกับ I Love You II ซึ่งเปิดทั้งวัน (เราทานฝั่ง I Love You II) เมนูของที่ร้านเยอะดี เน้นฝรั่ง + ฟิวชั่นนิดๆ โดยแอบแฝงความกวนๆ กุ๊กกิ๊กอยู่ที่ชื่อของแต่ละเมนู

  • หนวด ข้าวต้มรอบดึก – ลพบุรี

    เล่าถึงร้านอาหารกลางวันในลพบุรีไปหลายแล้ว คราวนี้เป็นร้านมื้อดีกบ้างครับ ดึกๆ ก็ต้องทานข้าวต้ม ร้านที่จะไปชิมกันวันนี้ชื่อร้านว่า หนวด ครับ ร้านหนวดอยู่บนถนนนารายณ์มหาราชใกล้ๆวงเวียนสระแก้วครับ คือถ้ามาจากวงเวียนพระนารายณ์ต้องไปกลับรถมาก่อน กลับมาปุ๊บร้านจะอยู่ซ้ายมือเลยครับ ตัวร้านเป็นอาคารพาณิชย์ 2 ห้อง มีที่นั่งด้านนอกหน้าร้านแล้วก็มีที่นั่งด้านในเป็นห้องแอร์ด้วย วันที่ผมไป น่าจะราวๆ 4 ทุ่มวันธรรมดา มีลูกค้าอยู่ 2-3 โต๊ะครับ

  • Unagi Toku ร้านข้าวหน้าปลาไหล สาขาสถานี Hakata เมือง Fukuoka

    เมื่อเย็นของวันที่ 26 ธันวาคม เป็นอีกหนึ่งมื้อที่หาร้านทานยากพอสมควร เพราะทุกร้านเต็มและคิวยาวเกือบหมด เนื่องจากนักท่องเที่ยวก็เยอะ คนญี่ปุ่นเองก็หยุดไม่ก็กินเลี้ยงกันแล้วครับ สุดท้ายเรามาลงเอยที่ร้านข้าวหน้าปลาไหลเจ้าดัง Unagi Toku ครับ ตัวร้านอยู่บนชั้น 9 ของตึก AMU Plaza Hakata City บนสถานี Hakata นั่นเอง ร้าน Unagi Toku มีจุดกำเนิดมานานกว่า 100 ปี ที่เมือง Hamamatsu, Shizuoka ปัจจุบันมีสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศ รวมถึงกรุงเทพมหานคร ซึ่งตั้งอยู่ที่ Iconsiam ในโซน Takashimaya ครับ

  • |

    Magic Spice ซุปแกงกระหรี่แปลกๆที่ Shimokitazawa – Japan 2014 ตอนที่ 9.2

    จากตอนที่แล้วที่พาเดินเล่นใน Shimokitazawa ตอนนี้จะขอพาไปทานอาหารแปลกๆ กันครับ อาหารที่ว่านี่คือ Soup Curry ซึ่งจะไม่ใช่แกงกระหรี่ข้นๆแบพวก Coco Ichibanya แต่มันจะเป็นเหมือนน้ำซุปใสๆ แล้วรสชาติเผ็ดร้อนด้วยเครื่องเทศ ไอ้ Soup Curry นี่จะเป็นเมนูฮิตที่แถวซัปโปโร เราเคยไปกินร้านนึงอร่อยถูกใจมาก ชื่อร้าน LA MAISON DE CURRY COEUR อยู่ชั้นบนของห้าง PARCO แต่ของร้าน Magic Spice นี่ก็ไม่เหมือนที่เคยกินซะทีเดียว อารมณ์จะคล้ายๆ น้ำซุปก๋วยเตี๋ยวบ้านเราเหมือนกัน เครื่องก็จะเป็นผักหลายชนิด อย่างผักกาดขาว ถัวลันเตา หัวหอม แครอท แตงกวา คะน้า ข้าวโพดอ่อน ฟักทอง มันและอีกหลายๆผัก ผสมปนเปกัน บรรยากาศของร้านเป็นอีกอย่างที่ดูแปลกดี มันดี ขนาดของร้านค่อนข้างใหญ่ มีรูปทางอินเดีย พวกพระพิฆเนศ อะไรงี้ ผสมกับของไทยเราหลายอย่าง มีสติ๊กเกอร์ “อย่าเห็นแก่ตัว” เป็นต้น บรรยากาศแบบอินเดียประยุกต์กับฮิปปี้ ให้อารมณ์คล้ายๆอาศรมนักพรตไรงี้เหมือนกัน อีกอย่างนึงก็คือเพลงที่เปิดในร้านส่วนใหญ่ก็เปิดเพลงไทย เป็นเพลงป๊อปแหละครับ แต่ไม่ค่อยคุ้นหูเท่าไหร่ ฟังแล้วไม่รู้จัก…

  • หลองข้าวลำ อาหารเหนือร้านอร่อย บรรยากาศดี เชียงใหม่

    มื้อกลางวันวันที่สอง ผมออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ ลงมาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้บนถนเส้นเชียงใหม่-ลำพูน แถวหนองผึ้งครับ เป็นร้านอาหารเหนือที่รู้จักจากรุ่นน้อง ตอนแรกจะมาทานเย็น ปรากฎเค้าเปิดแต่ตอนกลางวัน ร้านนี้มีชื่อว่า ’หลองข้าวลำ’ ครับ อยู่ใกล้ๆ กับเวียงกุมกาม บรรยากาศร้านดีมาก เป็นอาคารไม้เก่าๆ หลายๆ อาคาร ตรงกลางเป็นสนามหญ้า วันที่ไปอากาศเย็นสบายดีครับ มีลูกค้าอยู่หลายโต๊ะ ที่นี่เสิร์ฟเมนูอาหารเหนือแบบที่คุ้นเคย อย่างน้ำพริกอ่อง น้ำพริกหนุ่ม แกงผักเชียงดา ผักหวาน จอผักกาด โฮะ ฮังเล ลาบหมู ไส้อั่ว แคบหมู รวมถึงมีแบบเป็นเซ็ทให้สั่งด้วยครับ


แสดงความคิดเห็น