Stone Brewing ทัวร์โรงเบียร์และทานอาหารที่โรงคราฟท์เบียร์ชื่อดัง – San Marcos, California

เช้าวันรุ่งขึ้นที่โรงแรม Lakehouse Resort ในเมือง San Marcos เราทานข้าวเช้ากันช่วงสายๆ เสร็จตอนเที่ยงก็ออกเดินทางไปยังโรงเบียร์ Stone หนึ่งในเป้าหมายหลักของทริปนี้

Stone ก่อตั้งขึ้นในปี 1996 ซึ่งโรงดั้งเดิมที่ก่อตั้งก็คือโรง Lost Abbey ที่เราไปมาเมื่อวานนี่เองครับ ส่วนโรงปัจจุบันที่เรามากันวันนี้นั้น เริ่มเปิดใช้งานเมื่อปี 2006 ตอนที่มาถึงหน้าโรงนึ่กลิ่นมอลต์กลิ่นฮอปส์ลอยฟุ้ง หอมมาก

พอเข้ามาภายในโรงมีทั้งส่วนขายของที่ระลึก พวกเสื้อ หมวก แก้ว และของเบ็ดเตล็ดอื่นๆ พอเข้าไปด้านในก็จะเป็นฮอลล์โล่งสูง ส่วนนี้เป็นห้องอาหารและแทปรูมครับ 

<--!more-->

ติดกันกับส่วนนี้เป็นโซนเอาท์ดอร์ที่บรรยากาศดีมากๆ แล้วก็มีสวนขนาดกลางๆ อยู่ติดกัน ตรงโซนนี้เราก็กลับมาทานข้าวตอนบ่ายหลังจาก Brewery Tour อีกที

ระหว่างรอเวลา Brewery Tour พวกเราก็นั่งจิบเบียร์และซื้อของที่ระลึก เบียร์สดที่จัมป์นั้นนอกจากเบียร์ของสโตนเอง ก็จะมี Guest Beer มาด้วย ซึ่งเป็นความโชคดีของพวกเราที่ตอนที่ไปนั้น มีเบียร์ดัง Pliny The Elder ของ Russian River จัมป์อยู่ ก็เลยจัดกันซะคนละแก้วครับ

พอถึงเวลาก็มีพนักงานมาต้อนรับและพาเราชมโรง โดยเริ่มจากส่วนต้มและถังหมัก สำหรับระบบต้มนั้นต้มทีละเกือบๆ 20,000 ลิตร ต้ม 3 แบทช์ ตัวถังหมักประมาณเกือบ 60,000 ลิตร (360 barrels)

นอกจากชุดต้มปกติแล้ว ยังมีชุดเล็กที่ไว้ทำแบทช์ทดลองไว้ลองสูตร ให้ brewer ได้ทำตัวที่เอามาแข่งกัน หลายๆ ตัวจากหม้อนี้ก็จะได้พัฒนาจนผลิตสเกลใหญ่ อย่างเช่น Tangerine Express เป็นต้นครับ

เสร็จจากโซนต้มและหมัก เราก็เดินออกนอกอาคารไปอีกอาคารที่เป็นส่วนของการบรรจุครับ ระหว่างทางจะผ่านถนนที่ชื่อ Lupulin Lane ด้วย เท่จริงๆ (Lupulin คือ น้ำมันในดอกฮอปส์ที่ให้รสชาติ และกลิ่นในน้ำเบียร์)

น้ำเบียร์นั้นจะวิ่งมาตามท่อใต้ดินจากห้องหมักและก็มาผ่านกระบวนการ Centrifuge เพื่อให้เศษตะกอนต่างๆ หมุนเป็นวงกลมและกระเด็นไปตรงขอบๆ จากนั้นก็เอาน้ำเบียร์ตรงกลางที่ใสแล้วไปบรรจุครับ

ด้านหน้าโรง
เข้ามาก็จะเจอกับโซนขายของที่ระลึก พวกเสื้อผ้าต่างๆ
แถวเสื้อยืด
มีแทปเบียร์สด ที่สามารถกรอกใส่ Growler หรือกระป๋องกลับบ้านได้
รายชื่อเบียร์
อีกฝั่งมีตู้เบียร์ขวดและกระป๋อง
เวลาและราคาค่า Brewery Tour
เดินเข้ามาทางขวามือเป็นส่วนของร้านอาหาร เพดานสูงโปร่ง
ฝั่งซ้ายเป็นกระจกใส มองเห็นถังหมัก
บรรยากาศในฮอลล์
บริเวณบาร์
บรรยากาศภายใน
บรรยากาศภายใน
มีปีศาจอยู่บนผนัง
จิบ Pliny The Elder เป็นแก้วแรกครับ ยาง ขม เย็น คลีน ใส ซ่า ยอดเยี่ยมครับ
เวลาทัวร์
เข้ามาที่ห้องหมักแล้วครับ
ถังหมักขนากด 60,000 ลิตร จำนวน 65 ถังครับ
ส่วนอันนี้เป็นชุดทดลอง ขนาดเล็ก
Steve Wagner หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Stone มากล่าวต้อนรับเราด้วย
ออกจากห้องหมักไปยังไลน์บรรจุผ่านถนน Lupulin Lane
ไลน์บรรจุอยู่ในตึกนี้ครับ
ภายในห้องบรรจุ
ภายในห้องบรรจุ
ฝากระป๋องเรียงเป็นแถว
เครื่องบรรจุกระป๋อง
ไลน์กระป๋อง
แลบทดสอบเบียร์
ภาพถ่ายมุมกว้างภายในโรง
กลับมาที่ห้องแรกแล้วก็ชิมเบียร์กันครับ
แก้วแรก Moxee Gold IPA Moxee gold เป็นตัวที่ไปคอแลปกับฟาร์มฮอปส์ ฮอปส์ออกโทนยางๆ เมลอน ซ่า หวานนิด ขม ลื่น
แก้วที่สอง Grapefruit slam ฮอปส์ออกยาง รสหวาน ขม ลื่น ขมค้างเลยครับตัวนี้
สุดท้าย Black Metallic Stout ขม คั่ว ลื่น หวานนิด บอดี้กลางๆ
ออกมาที่สวนด้านนอกโรง
บรรยากาศในสวน
นั่งทานข้าวกันตรงแถวนี้ครับ
จิบเบียร์ Professor Monster IPA Yuzu รอ ออกฟรุตตี้ ลื่น รสขมนิด ซ่า หวาน
อาหารจานแรกเป็นทาโก้ กรอบ เนื้อนุ่มมัน ครีมมี่ พริกนิดๆ
อร่อยดีครับ
Brussel sprouts กรอบ หวาน ควันๆ เกรียม ควัน พริกไทย เบคอนกรอบๆ
ปลาจืด ผักเปรี้ยวหวาน ซอสเข้มข้น
ข้าวไก่ย่าง ไก่เนื้อนุ่ม หนังกรอบ เค็มมัน อร่อยดี รสแขกๆ อร่อย
กริลแซนด์วิช ไม่ร้อนมาก ขนมปังกรอบ ชีสหนึบ หวาน เค็ม อร่อยดี ชิปส์หนา กรอบ
ข้าวผัดแฉะๆ รสหวานเค็ม ใส่ต้นหอมซอย pork belly เปื่อยนุ่ม มัน
ก่อนกลับจิบ Ghost hammer ตัวนี้ซ่า โทนๆส้ม ขม ลื่น กินง่ายครับ
มีสมาชิกซื้อเบียร์กรอกใส่กระป๋องกลับมาเลยของถ่ายรูปไว้

จบการทัวร์พนักงานก็พาเรากลับมายังอาคารแรกแล้วก็ออกไปนั่งทานข้าวและดื่มเบียร์กันที่โซนเอาท์ดอร์ บรรยากาศดีครับ อาหารอร่อยดี ได้ชิมเบียร์สดของ Stone อีกหลายตัวเลย สดชื่นมาก เป็นการจบทัวร์ที่ยอดเยี่ยมสนุกสนานครับ

ถ้าใครมีโอกาสมา San Diego / San Marcos เป็นอีกหนึ่งโรงที่ไม่ควรพลาดครับ แต่อาจจะต้องเช็คเวลาทัวร์วันนั้นก่อนมาเพื่อความชัวร์ครับ

Stone Brewery Escondido, California
เบอร์ : +1 760-294-7899
เปิด : อาทิตย์-พฤหัสบดี 11.00-22.00 ศุกร์-เสาร์ 11.00-23.00
เว็บไซต์
เพจ
foursquare

รายการเบียร์
รายการเบียร์
รายการเบียร์
รายการเครื่องดื่ม
รายการเครื่องดื่ม

Similar Posts

  • |

    Sour Pongdang ลองชิมเบียร์เปรี้ยวในซอยคราฟท์เบียร์ – โซล เกาหลี

    ในกรุงโซล ย่าน Itaewon – Noksapyeong เป็นโซนที่มีร้านคราฟท์เบียร์เยอะมากครับ ร้านดังๆ ร้านแปลกๆ มาเปิดแถวนี้กันหลายเจ้า The Booth เอย Magpie เอย แล้วก็พวกร้านอื่นๆ อีกเพียบ โดยเฉพาะในซอย Noksapyeong-daero 54-gil นี่คือสวรรค์ของนักดื่มเลยครับ ร้านแรกที่คณะของเราเข้าไปนั่งชิมกันมีชื่อว่า Sour Pongdang มีคอนเสปท์ตามชื่อร้าน คือขายเฉพาะเบียร์เปรี้ยว เฉพาะทางสุดๆ มีเป็นเบียร์สด 9 แทป ทั้ง Berliner weisse / Sour Ale / Gose / Saison เป็นต้น แล้วก็ยังมีมีเบียร์อีกหลายสิบตัวครับ บรรยากาศในร้านจะสลัวๆ มืดๆ หน่อย โต๊ะอยู่ฝั่งซ้ายมือของร้าน ฝั่งขวาเป็นเคาท์เตอร์ให้พอยืนแปะๆ ได้ มีหนังสือเรื่องเบียร์เปรี้ยว แล้ก็ขวดเบียร์เรียงรายโชว์อยู่ทั้งบนโต๊ะ และชั้นวางของติดผนังร้าน ในร้านมีพนักงานผู้หญิงอยู่คนเดียวครับ ภาษาอังกฤษดีเลย

  • The Six Taps คราฟท์เบียร์บาร์ ชลบุรี

    ปัจจุบันร้านคราฟท์เบียร์บาร์ไม่ได้กระจุกอยู่แค่กรุงเทพและชานเมืองเท่านั้นครับ แต่เริ่มกระจายออกไปตามหัวมุมเมืองใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่ ภูเก็ต รวมถึงฝั่งตะวันออกอย่าง ชลบุรี พัทยา ซึ่งเป็นโซนที่กลุ่มคนดื่ม คนต้ม คราฟท์เบียร์รวมตัวกันอย่างเหนียวแน่น พอดีเมื่อสัปดาห์ก่อนมีโอกาสได้ไปชลบุรีก็เลยได้ตระเวนเก็บหลายร้านเหมือนกัน ร้านแรกที่ไปชื่อร้านว่า The Six Taps อยู่ในโครงการ The Bazaar Chonburi ด้านหลังห้างเซ็นทรัล ชลบุรี ร้านนี้หลายๆ คนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตาเจ้าร้านนั่นก็คือสาวๆ ทีม Hops Hub ที่มักจะเจอหน้ากันตามอีเวนท์งานเบียร์เป็นประจำครับ ตัวร้านขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ มีโต๊ะนั่งด้านนอกนิดหน่อย ด้านในมีอีกประมาณ 4-5 โต๊ะ และสามารถยืนบริเวณหน้าบาร์ได้ด้วย สำหรับเบียร์สดนั้นก็มีทั้งหมด 6 หัวแทปตามชื่อร้าน และก็มีเบียร์ขวดให้เลือกอีกหลายสิบชนิด ส่วนอาหารสามารถสั่งจากร้านข้างๆ มาทานได้ครับ

  • |

    Beer Pub Bamboo คราฟท์เบียร์บาร์ชั้นใต้ดิน Tokyo

    กลับมาแถวฝั่ง Shinjuku บ้างครับ ร้านนี้เคยเสิร์ชเจอนานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสมา คราวนี้ได้ไปลองดู ตอนเห็นรูปดูอาหารน่าอร่อยดี และก็คิดว่าร้านจะใหญ่กว่านี้ ปรากฎว่าเล็กกว่าท่คิดเยอะ ตัวร้านจะอยู่ฝั่งตะวันออกของสถานี Shinjuku แต่จากสถานีจะเดินไกลพอสมควรครับ 1.4 กิโลเลย ถ้าอยากเดินย่อยก็โอเค แต่ถ้าไม่มีแรงให้นั่ง metro ลงสถานี Shinjukugyoen-Mae แล้วเดินอีก 300 เมตรเท่านั้นครับ ผมมาถึงตัวร้านมีป้ายชี้ลงไปข้างล่างชั้นใต้ดิน เดินไปถึงหน้าร้านเป็นห้องทึบๆ มีประตูบานเดียว เปิดประตู้แอ๊ดเข้าไป ทุกคนหันมามองว่า มึงมาจากไหน ในร้านสลัวๆ ทีวีเปิดเบสบอลดูอยู่ มีลูกค้าอยู่ 4-5 คนครับ

  • |

    Beer Inn Mugishutei คราฟท์เบียร์บาร์ชั้นใต้ดิน – Sapporo

    สุดสัปดาห์ก่อนมีโอกาสแวะไปเที่ยวที่ Hokkaido มาครับ ช่วงต้นของทริปออกไปเมือง Asahikawa ซึ่งอยู่เหนือจาก Sapporo ไปนิดหน่อย ที่นั่นไม่มีร้านคราฟท์เบียร์เลย ผมใช้วิธีสั่งออนไลน์ไปส่งไว้ที่โรงแรม ทำให้มีคราฟท์เบียร์ดื่มทุกคืนครับ พอช่วงท้ายของทริปกลับมานอนที่ Sapporo สองคืน ก็เลยได้แวะไปร้านคราฟท์เบียร์ที่จดไว้คืนละ 1 ร้าน ร้านแรกที่ไปมีชื่อว่า Beer Inn Mugishutei อยู่ห่างจากโซน Susukino ลงมาทางทิศใต้ครับ ถ้ามารถไฟใต้ดินให้ลงสถานี Nakajima Koen ครับ ด้านหน้าร้านดูเรียบๆ ไม่มีอะไร เดินลงชั้นใต้ดินไปก็จะเจอกับฐานลับที่ตกแต่งร้านด้วยขวดและกระป๋องเบียร์จำนวนมหาศาลทั่วร้าน เป็นเบียร์ที่คุณ Phred เจ้าของร้านแฟนเบียร์ดื่มและนำมาตกแต่ง แกเกิดที่ Hollywood แต่มาอยู่ที่ญี่ปุ่นจะ 40 ปีได้แล้ว สำหรับบรรยากาศเงียบๆ มีเพลงญี่ปุ่นคลอเบาๆ ลูกค้าดูเป็นคนทำงานอายุแบบ 30-40 อะไรงี้ครับ ไม่ดูเป็นวัยรุ่น สำหรับเบียร์เป็นแทปเบียร์สด 6 แทป แล้วก็เบียร์ขวดอีกแน่นๆ ตู้

  • Bia Craft คราฟท์เบียร์บาร์ 16 แทปใจกลางเมืองโฮจิมินห์

    จบมื้อที่ Quan Ut Ut คณะของเราก็เดินทางกันต่อครับ บ่ายนี้เราไปกันที่ร้านคราฟท์เบียร์โซนใจกลางเมืองแถวถนน Le Thanh Ton ร้านนี้มีชื่อว่า BiaCraft ครับ ผมเองเคยไปอีกสาขานึงเมื่อปี 2017 ส่วนสาขานี้มาเป็นครั้งแรก ตัวเราเป็นอาคารตรงหัวมุมพอดี ขนาดกลางๆ ไม่ใหญ่มากครับ มีชั้นบนและชั้นดาดฟ้าด้วย แต่เปิดเฉพาะตอนเย็น คณะของเราก็เลยนั่งกันหน้าบาร์ครับ ที่นี่มีเบียร์สดทั้งหมด 16 แทปครับ เป็นเบียร์ของทางร้านหมดเลย มีหลายสไตล์คละๆ กันไป ส่วนเบียร์ขวดและกระป๋อง มีแช่อยู่อีกหนึ่งตู้ เป็นเบียร์-ของทางร้านและเบียร์นอกคละๆ กันครับ ซึ่งเบียร์สดจากแทปของร้านนั้นสามารถกดใส่กระป๋องแล้วปิดฝา ซื้อกลับบ้านได้ด้วยครับ

  • |

    Beer Camp : Fight Club จิบคราฟท์เบียร์ดูมวยในโกดังริมน้ำ

    สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ไปร่วมงาน Beer Camp อีกครั้งครับ หลังจากที่เคยไปเมื่อเดือนธันวา คราวนั้นออกไปจัดที่เขาใหญ่ กางเตนท์นอนกันจริงๆ แล้วก็ยังมี ครั้ง 2 และ 3 ต่อมาอีกซึ่งผมไม่ได้เดินทางไปด้วย คราวนี้ครั้งที่ 4 เป็นครั้งพิเศษ จัดขึ้นที่กรุงเทพครับ (ไม่มีค้างคืน) โดยจัดในโกดังแห่งหนึ่งริมแม่น้ำเจ้าพระยา ภายในงานมีการประกวดคราฟท์เบียร์ไทย 2 ชนิดเบียร์คือ IPA และ Wheat ครับ แล้วก็มีเบียร์นอกแบบฟรีโฟลว์ตลอดคืนอีกหลายยี่ห้อ รวมถึงรถ Food Truck อีก 5 เจ้า ทานได้ตลอดไม่ต้องจ่ายเพิ่มเติม (จ่ายค่าบัตรทีเดียว กินและดื่มได้ตลอดงาน) งานคราวนี้สเกลใหญ่ขึ้น มีวงดนตรี 2 วงครับ เล่นสนุกสนานมาก หน้าเวทีนี่เต้นกระจาย สายย่อมากันเพียบ อีกหนึ่งไฮไลท์ที่น่าสนใจก็คือมีกรงชกมวย MMA ด้วย เกิดมาเพิ่งเคยดูชกมวยใกล้ขนาดนี้เป็นครั้งแรกครับ


แสดงความคิดเห็น