ข้าวราดหน้าเนื้อสับผงพะโล้

เมนูที่ลองทำวันนี้ เกิดจากมีเนื้อสับเหลือครับ มีของที่ซื้อเพิ่มก็คือต้นหอมญี่ปุ่นและผงพะโล้ครับ ต้นฉบับเค้าราดไปบนเส้นโซบะ แต่ผมรู้สึกว่าทานกับข้าวสวยร้อนๆ ก็น่าจะเข้ากันดีเลยราดข้าวแทนครับ

เมนูนี้ผมขอเรียกว่า ข้าวราดหน้าเนื้อสับผงพะโล้  ความอร่อยของเมนูนี้จะอยู่ที่ความร่วนซุยของตัวเนื้อสับ ซึ่งมีรสเค็มหวาน และหอมกลิ่นพะโล้บางๆ รู้สึกจีนหน่อยๆ แล้วก็ได้ความกรุบและสดชื่นจากต้นหอมซอยและสาหร่าย มีรสหวานจากไข่แดงดิบ  เข้ากันดี

ตัวเนื้อรอบแรกที่ลองทำผมใข้เนื้อสับล้วนรู้สึกฝืดๆไปนิด ถ้าผสมหมูสับซัก 50:50 หรือ 60:40 จะช่วยให้ texture นุ่มนวลขึ้นครับ ส่วนไข่แดงต้องเลือกแบบที่ทานดิบได้ด้วยครับ

วัตถุดิบ
เริ่มจากการผ่าแบ่งครึ่งต้นหอมญี่ปุ่นตามแนวยาว
แล้วซอยให้ละเอียด
พักไว้
ซอยกระเทียมให้เละเอียด
ตั้งไฟกลางใส่น้ำมันงาลงไป
ใส่กระเทียมไปผัดพอให้มีกลิ่นหอมไม่เกรียมมาก
จากนั้นใส่ต้มผอมซอยลงไปผัด
ให้สุกนุ่ม
ใส่เนื้อสับลงไปผัด
ให้เปลี่ยนสีจนสุก
เติมผงพะโล้
เติมสาเก
เติมน้ำมันหอย
ผัดให้เข้ากัน
ซอยต้นหอยโรยบนข้าวสวย
ตักเนื้อราดบนต้นหอม
ซอยหรือตัดสาหร่ายด้วยกรรไกรโรยหน้า
ตอกไข่แดงใส่ด้านบน ถ้าไข่แดงทานดิบไม่ได้อาจจะตีให้แตกแล้วอุ่นด้วยไมโครเวฟครับ

ขั้นตอนเริ่มจากการผ่าแบ่งครึ่งต้นหอมญี่ปุ่นตามแนวยาว แล้วซอยให้ละเอียด พักไว้ ซอยกระเทียมให้เละเอียด

ตั้งไฟกลางใส่น้ำมันงาลงไป ใส่กระเทียมไปผัดพอให้มีกลิ่นหอมไม่เกรียมมาก จากนั้นใส่ต้มผอมซอยลงไปผัด ให้สุกนุ่ม

ใส่เนื้อสับลงไปผัดให้เปลี่ยนสีจนสุก เติมน้ำมันหอย สาเก โชยุ ผงพะโล้ (อาจจะใส่ซุปก้อนด้วย) ผัดให้เข้ากัน

ซอยต้นหอยโรยบนข้าวสวย

ซอยหรือตัดสาหร่ายด้วยกรรไกร  ตักเนื้อราดบนต้นหอม แล้วโรยหน้าด้วยสาหร่าย

ตอกไข่แดงใส่ด้านบน ถ้าไข่แดงทานดิบไม่ได้อาจจะตีให้แตกแล้วอุ่นด้วยไมโครเวฟครับ

ส่วนผสม สำหรับประมาณ 4-6 คน

เนื้อสับผสมหมูสับ 400  กรัม
ต้นหอมญี่ปุ่น  2 ต้น
กระเทียมซอยละเอียด 4 กลีบ
น้ำมันหอย 4 ช้อนชา
สาเกทำอาหาร 4 ช้อนชา
โชยุ 4 ช้อนชา
ซุปก้อนรสไก่ 2 ช้อนชา
ผงพะโล้ 2 ช้อนชา
น้ำมันงา 4 ช้อนชา
ต้นหอมซอย   ตามเหมาะสม
สาหร่ายซอย   ตามเหมาะสม
ข้าวสวย   ตามเหมาะสม

ขอบคุณสูตรและวิธีทำจาก kurashiru

Similar Posts

  • เอ็นวัวตุ๋นมิโสะ – Gyusuji Nikomi

    สำหรับเมนูวันนี้ เป็นหนึ่งในเมนูที่ผมมักจะสั่งมาทานเวลาไปร้าน izakaya คือร้านไหนมีขายต้องขอสั่งมาลองชิมซักหน่อยครับ  เมนูนี้คือ เอ็นวัวตุ๋นมิโสะ หรือ ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า Gyusuji Nikomi พอดีได้เอ็นวัวมาชิ้นนึง ดูรายการเครื่องปรุงแล้วหาได้ไม่ยาก มีดาฉิผงที่อาจจะยากหน่อย (ซื้อได้ที่ fuji UFM หรือ shopee) ที่เหลือซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปน่าจะมีครบครับ ความอร่อยของเมนูนี้จะอยู่ที่ ความนุ่มดึ๋งของเอ็นวัว ซึ่งซึมซับรสน้ำซุปที่เข้มข้นเข้าไปในเนื้อ มีรสหวาน เค็ม หอมกลิ่นเครื่องปรุง ตัวซุปก็จะข้นหน่อย รวมถึงชิ้นผักอันเปื่อยนุ่ม สูตรนี้ใส่แค่หัวไชเท้า แต่บางร้านก็มีจะหัวบุก (คอนยักกุ) และรากโกโบ (burdock) ใส่ด้วย

  • เต้าหู้ผัดพริกป่น

    สมัยเด็กๆ ผมอยู่โรงเรียนประจำครับ อาหารต่างๆก็จะเป็นเมนูที่โรงเรียนจัดทำให้ทั้ง 3 มื้อ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะไม่ค่อยถูกปากพวกเรานักเรียนเท่าไหร่ คือมีที่พอรู้สึกว่าอร่อย ซัก 5-10% ของเมนูทั้งหมด คือเมนูอื่นๆ นี่ยังพูดเล่นกันว่า เค้าทำมาให้หมูกินรึเปล่า อธิบายนิดนึงเวลากับข้าวเหลือเค้าจะไปเทใส่ถังแกลอนใหญ่ๆ แล้วเหมือนจะมีรถมารับซื้อไป ซึ่งคงเอาไปให้หมูทาน (เป็นความเชื่อ+เดา) แต่มันจะมีบางเมนูที่เหล่านักเรียนรู้สึกถูกปาก ซึ่งในช่วงเจเนอเรชันเดียวกัน รุ่นใกล้เคียงโหวตให้เมนูนี้เป็นเมนูที่อร่อยที่สุดเมนูหนึ่ง ไม่รู้เพราะว่าอะไร อาจจะเพราะมันเผ็ด เค็ม นุ่มๆ ดีมั๊งครับ เมนูนี้มีชื่อว่า ‘เต้าหู้ผัดพริกป่น’ ครับ จบจากโรงเรียนมาเวลาคุยถึงเรื่องอาหารที่โรงเรียนก็จะมีเมนูนี้แหละที่หลายๆคนอยากจะทานอีกครั้ง แล้วมันก็เป็นเมนูแปลกๆ ที่ร้านต่างๆ ไม่มีทำกัน ทีนี้ก็มีโอกาสได้คุยกับเพื่อนที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการทำวารสารสำหรับศิษย์เก่าว่าเออ อยากกินเมนูนี้อีก ตาเพื่อนคนนี้ก็เลยไปสืบเสาะหาสูตรจากอาจารย์ที่ดูแลโรงครัวสมัยนั้นมาจนได้ ก็ต้องขอบคุณเพื่อนท่านนั้นและอาจารย์ไว้ด้วยครับ สูตรดั้งเดิมคือสำหรับ 1,000 คน (ทั้งโรงเรียน) ผมทอนๆให้ลดลงมาประมาณ 100 เท่า เหลือราวๆ 10 คนครับ เมนูนี้ต้องทำข้ามคืนนะครับ ถึงว่าได้กินเป็นมื้อเช้าทุกที

  • Indian-Spiced Chicken with Chickpeas and Spinach ไก่เคี่ยวแบบอินเดียเสิร์ฟพร้อมชิคพีและผักโขม

    ลองทำอาหารสไตล์ฝรั่งไป 2-3 เมนูแล้ว คราวนี้มาลองทำอาหารอินเดียดูบ้างครับ จริงๆก็ไม่ใช่อินเดียแบบดั้งเดิมเท่าไหร่ คือเป็นอินเดียแบบประยุกต์โดยฝรั่งแล้วนิดหน่อย แต่ก็มีมีกลิ่นและรสชาติของเครื่องเทศครบครันครับ สำหรับชิ้นไก่ ถ้าหาน่องสะโพกไม่ได้ ก็อาจจะใช้น่อง แยกกับสะโพกแทนก็ได้ครับ ตามสูตรที่อ่านมาไม่ได้มีชื่ออินเดีย แต่เราไปเจอเมนูที่หน้าตาและส่วนประกอบคล้ายๆ ชื่อ Pukka Chicken Curry ไม่แน่ใจว่ามันคืออันเดียวรึเปล่า วัตถุดิบหาได้ไม่ยากเกือบทุกอย่าง มีที่ยากคือ greek yogurt ซึ่งจริงๆก็ไม่ได้ซีเรียสมากนัก ใช้โยเกิร์ตธรรมดาแทนกันได้เพราะใช้ผสมปริมาณไม่เยอะ ส่วนอุปกรณ์ในการปรุงถ้ามีเตาอบและหม้อเหล็กก็จะสะดวกดีครับ แต่ถ้าไม่มีก็ใช้เตาแกสธรรมดาได้เหมือนกัน แต่ต้องเผื่อเวลาในการทำมากขึ้นหน่อย

  • ไก่อบสาเกและซีอิ๊ว ไก่เนื้อนุ่ม หอมกลิ่นขิงและสาเก

    สำหรับเมนูนี้มีที่มาจากการไปเจอสาเกปรุงอาหารที่ซื้อไว้ใกล้หมดอายุ ก็เลยลองหาดูว่ามีเมนูอะไรใช้สาเกกับสะโพกไก่บ้าง ก็เจอเมนูนี้ ดูแล้ววิธีการปรุงไม่ยาก และก็ใช้วัตถุดิบไม่เยอะ โดยนอกจากไก่และสาเก ก็จะมีน้ำตาลทราย ขิง ต้นหอม กระเทียม ซอสถั่วเหลือง ที่จะยากหน่อยคือ Brocolini แต่รอบแรกที่ทำผมก็ใช้บรอคโคลี่ธรรมดาแทนก็โอเคครับ ความอร่อยของเมนูนี้จะอยู่ที่เนื้อไก่นุ่มๆ และความหอมจากกลิ่นขิงกับกลิ่นเหล้าสาเก รวมถึงความเค็มหวานของซอสถั่วเหลืองที่ผสมกับน้ำตาลทราย แต่อาจจะลดน้ำตาลลงจากสูตรได้อีกซัก 20% ถ้าไม่ทานหวานครับ

  • Spicy Chicken Couscous – คูสคูสไก่รสเผ็ด

    เข้าครัวกันอีกซัก 1 ตอนครับเป็นเมนูแปลกๆอีกเช่นเคย จากคราวที่แล้วที่ทำ Halloumi กับซาลซ่าถั่วชิคพีและคูสคูส ไปแล้วก็ยังคงติดใจคูสคูส เลยลองหาสูตรต่อ ดูว่ามีอะไรที่ใช้คูสคูสทำ แล้วน่ากินบ้าง ก็มาเจอเมนูนี้ ลองไล่ดูส่วนประกอบ วัตถุดิบก็พอหาได้ไม่ยากเท่าไหร่ เลยลองทำดู วัตถุดิบทั้งหมดสามารถหาซือได้ใน tops และ villa market มีตัว hot curry paste ที่เราหาไม่ได้ ก็เลยมั่วเอาน้ำพริกแกงเผ็ดของไทยใส่ไปแทนเลย รสก็พอได้ ไม่รู้ว่าเหมือนของต้นฉบับรึเปล่า เพราะไม่เคยกินเหมือนกัน อีกอย่างนึงที่ตอนหา ไม่รู้จะเอาแบบไหนดีคือ แอปพริคอต ในใจตอนแรกคิดว่าคงมีแบบกระป๋อง ปรากฎหาไม่เจอเลย ก็คิดอีกว่าเออหรือจะมีขายแบบสดๆ ก็ไม่มี สุดท้ายไปเจอสองแบบ เป็นแบบแห้งทั้งคู่ คือ แบบกล่องๆเขียนว่านำเข้ามาจากตุรกี กล่องละประมาณ 170-200 บาท ส่วนอีกแบบคือ ตักๆ ชั่งน้ำหนักเอา อันนี้เจอใน tops เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ แนะนำว่าซื้อแบบตักๆจะถูกกว่า เพราะใช้เพียง 100 กรัม วัตถุดิบพร้อมแล้วก็ลองลงมือกันเลยครับ

  • |

    Goyonam ซี่โครงวัวนุ่มๆ และ ซูชิเนื้อดิบ – โซล เกาหลี

    ในทริปเกาหลียังคงวนเวียนกับร้านเนื้อครับ อย่างที่เล่าไปในทีแรกๆ ว่าผมทานเนื้อวัวแทบจะทุกมื้อเลยก็ว่าได้ สำหรับร้านที่เราจะทานกันวันนี้มีชื่อ Goyonam ร้านนี้ผมไม่ได้หามา แต่เป็นเพื่อนชาวเกาหลีพาไปรับประทานครับ ร้าน Goyonam เป็นร้านเชนมีสาขาทั่วประเทศครับ เมนูหลักของร้านเป็นซี่โครงวัวตุ๋น (Goindol galbi) เสิร์ฟมาในกระทะทองเหลืองขนาดใหญ่ ใส่ผัก แต่ที่น่าสนใจสำหรับผมซูชิเนื้อดิบยาว 55 เซนติเมตรครับ เค้าจะเสิร์ฟมาบนไม้แผ่นยาวๆ วันที่ไปเป็นช่วงเย็นๆ ลูกค้าแน่นร้านเลยครับ กลุ่มของเราไปกันหลายคน โต๊ะไม่พอเลยต้องแยกกันนั่งแบ่งเป็นโต๊ะใหญ่กับโต๊ะเล็ก 2 คน ผมนั่งโต๊ะเล็กครับ พออาหารมาครบทานเสร็จเกือบตายเพราะปริมาณเยอะมากๆ ทานซัก 3-4 คนน่าจะกำลังดีครับ


แสดงความคิดเห็น