โฮเดี๊ยมเดี่ยม ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น หม้อไฟ สะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ นนทบุรี

สัปดาห์ก่อนผมมีธุระแถวสะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ ตรงอำเภอเมืองนนท์ครับ เป็นโซนที่ผมไม่ค่อยคุ้นเท่าไหร่ น่าจะไม่เคยข้ามตรงแถวนี้เลยครับ

เสร็จธุระก็เล็งๆ ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อหม้อไฟไว้สองร้าน สุดท้ายเลือกที่อยู่ใกล้ มีชื่อแปลกๆ ว่า ‘โฮเดี๊ยมเดี่ยม’ ถ้ามาจากสะพานคืออยู่ฝั่งซ้ายมือก่อนถึงแยกที่ตัดกับถนนราชพฤกษ์ครับ

ร้าน ‘โฮเดี๊ยมเดี่ยม’ เป็นร้านขายเนื้อตุ๋นหมูตุ๋นของ เชฟตุ๋ย เรนเจอร์ เจ้าของร้านซี่โครงบาร์บีคิวชื่อดังที่มีหลายสาขา จนเริ่มแตกไลน์มาทำร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อในช่วงโควิดเมื่อปีก่อนครับ ซึ่งเชฟตุ๋ย ได้สูตรโบราณมาจากทางฝั่งภรรยา ก่อนนำมาทดลองและปรับปรุงอยู่หลายเดือนจนลงตัว

ด้านหน้าร้าน
บรรยากาศภายในร้าน
รายการอาหาร
รายการอาหาร
รายการอาหาร
ชุดหม้อไฟเนื้อ มาร้อนๆ เดือดๆ เลยครับ ตักชิมน้ำซุป รสหวานนนิด เค็ม เข้มข้นพอสมควรครับ กลิ่นกระเทียมและโป๊ยกักชัด ตักราดท้านกับข้าวดีเลย ซึ่งข้าวก็หุงมาได้นุ่ม คุณภาพข้าวดีจริงครับ บางร้านจะเป็นข้าวแห้งแข็งๆ ที่นี่นุ่ม หนึบ
เครื่องในมีเป็นขอบกระด้งเปื่อยนุ่ม
เอ็นแก้วก็ดึ๋งกรุบ จิ้มทานกับน้ำส้มพริกตำดีมาก
ไส้ คลีนๆ ออกหวาน ไม่ขม นุ่มดึ๋ง
ม้าม(ตับเหล็ก) ซุยๆ เนื้อเนียน ขมไม่มาก กลมกล่อมดี ทางร้านทำครื่องในดีมากครับ ไม่ขมไม่คาวทุกอย่าง
ส่วนเนื้อเปื่อยจะหนึบๆ หน่อย กลิ่นยาจีนชัด ส่วนตรงที่ติดพัดผืดนี่ดึ๋งอร่อยครับ
สั่ง เอ็น ลูกชิ้น แล้วก็เนื้อเปื่อยมาเติมอีกจาน
เพิ่มผักบุ้งลวก
พอน้ำซุปพร่องก็แจ้งพนักงาน เค้าเอามาเติมให้เสร็จยกไปทั้งหม้อ ปิดฝาแล้วเอา blower เป่าจนถ่านแดงค่อยยกกลับมาเสิร์ฟ ประทับใจมากครับ
กลับมาเดือดปุดๆ อีกรอบ
น้ำส้มพริกตำ เติมพริกป่น และน้ำปลาหน่อย จิ้มเนื้อเพลินๆ ครับ

วัตถุที่ร้านใช้ล้วนคัดสรรมาแต่ของดี เช่นเนื้อวัวจากบางเลน นครปฐม ลูกชิ้นเนื้อสุไลมาน ก๋วยเตี๋ยวตราเสือ (โรงก๋วยเตี๋ยวไทยเจริญผล) ข้าวปลอดสารจากบุรีรัมย์ รวมถึงเครื่องเทศ ยาจีนจากร้านง่วนสูน เยาวราช

ที่นี่มีทั้งเนื้อและหมูตุ๋นครับ สั่งเป็น ก๋วยเตี๋ยว เกาเหลา หรือหม้อไฟก็ได้ หรือจะสั่งแยกเป็นจานๆ มาเติม ก็มีให้สั่ง ทั้งเครื่องในต่างๆ เอ็น เนื้อสด ลูกชิ้น และผักบุ้งลวกครับ

ผมสั่งเป็นหม้อไฟเนื้อรวมใส่ทุกอย่างมาครับ มาร้อนๆ เดือดๆ เลยครับ ตักชิมน้ำซุป รสหวานนนิด เค็ม เข้มข้นพอสมควรครับ กลิ่นกระเทียมและโป๊ยกักชัด ตักราดท้านกับข้าวดีเลย ซึ่งข้าวก็หุงมาได้นุ่ม คุณภาพข้าวดีจริงครับ บางร้านจะเป็นข้าวแห้งแข็งๆ ที่นี่นุ่ม หนึบ

เครื่องในมีเป็นขอบคุณครับกระด้งเปื่อยนุ่ม มีไส้ คลีนๆ ออกหวาน ไม่ขม นุ่มดึ๋ง ม้าม(ตับเหล็ก) ซุยๆ เนื้อเนียน ขมไม่มาก กลมกล่อมดี ทางร้านทำครื่องในดีมากครับ ไม่ขมไม่คาวทุกอย่าง

เอ็นแก้วก็ดึ๋งกรุบ จิ้มทานกับน้ำส้มพริกตำดีมาก ส่วนเนื้อเปื่อยจะหนึบๆ หน่อย กลิ่นยาจีนชัด ส่วนตรงที่ติดพัดผืดนี่ดึ๋งอร่อยครับ ได้ลองลูกชิ้นไปคำนึง หอมกลิ่นกระเทียมพริกไทยดีครับ

ทานไปจนเกือบหมดเราสั่ง เอ็น ลูกชิ้น แล้วก็เนื้อเปื่อยมาเติมอีกจานพร้อมกับผักบุ้งลวกด้วยเช่นกัน พอน้ำซุปพร่องก็แจ้งพนักงาน เค้าเอามาเติมให้เสร็จยกไปทั้งหม้อ ปิดฝาแล้วเอา blower เป่าจนถ่านแดงค่อยยกกลับมาเสิร์ฟ ประทับใจมากครับ

โดยรวมถูกใจเลยครับ ราคาดีด้วย หม้อไฟรอบแรกนี่ 200 บาท ชุดเติม 80 บาท คุ้มค่ามาก เครื่องในทำดี ข้าวก็นุ่ม ลงตัวครับ น้ำซุปพอตอนท้ายๆ พอมันงวดเริ่มเค็มหน่อย อยากดื่มเครื่องดื่มเย็นๆ ซ่าๆ ไปด้วย น่าจะเยี่ยมเลยครับ ใครอยู่ไม่ไกลโซนนี้ลองแวะมาชิมดูร้านเปิดตั้งแต่เช้า 9 โมงครึ่งถึง สองทุ่มครับ 

* ชื่อร้านโฮเดี๊ยมเดี่ยม แปลว่า ‘ได้ที่แล้ว’ เกิดจากตอนที่ระหว่างกำลังทำการทดลองปรุงน้ำซุป เจ๊แก่(ผู้สืบทอดสูตรโบราณที่ร้านนำมาประยุกต์) ได้ชิมน้ำซุปแล้วกล่าวออกมาครับ 

 ** ขอบคุณข้อมูลของร้านและวัตถุดิบต่างๆ จากเว็บไซต์ bltbangkok.com ครับ

โฮเดี๊ยมเดี่ยม เนื้อตุ๋น-หมูตุ๋น ถนน ราชพฤกษ์-นนทบุรี 1 บางกร่าง นนทบุรี
เบอร์ : 089 776 6356
เปิด : 9.30-20.00
เพจ
foursquare

Similar Posts

  • |

    ชมสถานที่ท่องเที่ยวรอบๆเมือง budapest – budapest/paris ตอนที่ 4

    – blog นี้ ย้ายมาจาก blog เก่านะครับ – เข้าวันที่ 2 ใน budapest วันนี้เราจะออกไปตามสถานที่ท้องเที่ยวยอดนิยมของเมืองบูดาเปสต์กัน โดยมีไกด์ของโรงแรมพาเราเที่ยว

  • โหงว ข้าวต้มร้านอร่อยตลาดรังสิต

    สำหรับร้านนี้เป็นร้านที่เคยทานตั้งแต่สมัยอยู่มหาลัย วันก่อนมีธุระแถวรังสิต มีโอกาสเลยแวะทานอีกครั้ง ใครอยู่แถวนี้น่าจะรู้จักเป็นอย่างดี ร้านนี้ชื่อ ‘โหงวโภชนา’ ครับ เป็นร้านข้าวต้มที่อยู่ตลาดรังสิตขายช่วงเย็นๆ ตัวร้านจะอยู่ริมถนน โต๊ะก็ตั้งริมๆถนนในตลาดนั่นแหละครับ มีสองฝั่ง ลูกค้าแน่นเป็นประจำ บางวันอาจจะต้องรอคิว เพราะขายดีจริงๆครับ เมนูเด็ดๆ ก็จะเป็นพวกหม้อไฟ และผัดผักต่างๆ ไฟแรง ผัดมานุ่มอร่อย ปรุงรสกำลังดีครับ ทานกับข้าวต้มหรือข้าวสวยก็เวิร์ค พวกยำต่างๆก็ รสจัดจ้านถูกปาก

  • |

    Casa Antonio – เชียงใหม่

    เขียนแต่ร้านที่ไปซ้ำ วันนี้เลยขอเขียนถึงร้านที่เพิ่งเคยไปครั้งแรก ที่เชียงใหม่ในทริปนี้ เป็นร้านอาหาร Italian รู้จักจาก blog ของป๋าปึกส์เช่นเคย Casa Antonio (ป้ายหน้าร้านเปลี่ยนเป็น Ristorante Da Antonio แล้ว) อยู่ในซอยเจริญประเทศ 12 ซึ่งเป็นซอยที่เชื่อมกันระหว่างถนนเจริญประเทศกับถนนช้างคลาน ร้านอยู่ใกล้ฝั่งช้างคลานมากกว่า ตัวร้านเป็นบ้านเก่า ตกแต่งให้อารมณ์อิตาเลี่ยนด้วย เถาองุ่น และมีสนามหญ้าโล่งๆ ที่ด้านหน้าร้าน โดยมีโต๊ะตั้งข้างนอก 2-3 ตัว วันไหนอากาศดีก็น่านั่งด้านนอกเหมือนกันครับ วันที่เราไปมีชาวต่างชาตินั่งข้างนอกตรงระเบียงร้านอยู่ 2 โต๊ะ นั่งจิบไวน์ และเบียร์กันเพลินเลย

  • |

    Ganko ร้านธรรมดา เหมือนฟูจิบ้านเรา – osaka ตอนที่ 3.4

    ตอนแรกคิดอยู่ว่าจะเขียนดีไหม เพราะร้านนี้ไม่มีอะไรหวือหวามากนัก แต่ไหนๆก็ถ่ายรูปมาแล้ว เขียนหน่อยแล้วกัน อารมณ์ก็คล้ายๆ ฟูจิบ้านเราคือมีหลายเมนู มีอาหารเซ็ตเยอะ และก็เป็นร้านที่มีสาขาทั่วไป เห็นป้ายได้บ่อยมากๆ สาขาที่กินก็คือติดกับ Kaiyukan นั่นแหละครับ เดินออกมาไม่รู้จะทานอะไร ก็เอาวะ ป้ายร้านลุงแกเต็มเมืองลองซะหน่อยก็ได้

  • |

    ถึงสนามบิน แวะชิม Ajisai Ramen – Hokkaido ตอนที่ 1.1

    ทริปนี้นับเป็นทริปแรกของปี 2556 หลังจากที่เราไป ปารีส/บูดาเปสต์ เมื่อปลายปี 2555 โปรแกรมของทริปนี้จะเป็นการเที่ยวบนเกาะฮอกไกโด (Hokkaido) อย่างเดียว โดยพักอยู่ที่ 2 เมืองคือ ซัปโปโร (Sapporo)และ อาซาฮิคาว่า (Asahikawa) การจอที่พักนั้นเราจองผ่านเว็บไซต์ Japanican ทั้งสองที่ การเดินทางระหว่างทริปนั้นที่ซัปโปโรจะใช้รถไฟและแทกซี่ ส่วนที่ อาซาฮิคาว่าจะเช่ารถเอา ส่วนเครื่องบินที่เดินทางไปนั้นเป็นของการบินไทย บินตรงไปลงสนาม ชิโตะเสะ(Chitose) เลย ซึ่งเส้นทางนี้เพิ่งเปิดมาไม่นานมากนัก ไฟลท์ที่บินจะบินออกจากบ้านเรากลางคืนไปถึงเช้าที่ญี่ปุ่น เวลาบินจะมากกว่าไปลงโตเกียวราวๆ 1 ชั่วโมง คือประมาณ 6.30-7.00 ชั่วโมง วันที่ออกเดินทางมีปัญหาตอนเช็คอินนิดหน่อยคือพี่ชายลืมเอาบัตรเครดิตที่ใช้จองตั๋วมา ทำให้ออกตั๋วไม่ได้ สรุปว่าต้อง cancel ตั๋วเดิมแล้วจองตั๋วใหม่ด้วยบัตรเครดิตอีกใบ บนเครื่องถ้าจำไม่ผิดน่าจะมีอาหารเสิร์ฟแค่มื้อเช้ามื้อเดียว

  • Rijks ร้านอาหารของพิพิธภัณฑ์ชื่อดัง เมือง Amsterdam

    หลังจากเดินทางไปยังร้าน Foeders ไม่ดึกมากเท่าไหร่ ผมก็เดินทางกลับไปยังที่พักด้วย Uber ครับ สายๆ วันรุ่งขึ้นเราก็ไปเดินเล่นแถวย่านใจกลางเมือง พอช่วงเที่ยงก็เดินทางไปยังพิพิธภัณฑ์ดัง Rijksmuseum ครับ แต่ไม่ได้มาดูงาน เป็นการมาทานมื้อเที่ยงครับ ฮ่าๆ ชื่อร้านก็คือ Rijks ตั้งอยู่ด้านหน้าฝั่งซ้ายมือของตัวพิพิธภัณฑ์นั่นเอง จะเป็นสเตปต่ำลงไปกว่าทางเดินนิดหน่อย  ร้าน Rijks เปิดเมื่อปี 2014 มีเชฟ Joris Bijdendijk เป็นหัวเรือใหญ่ในการสร้างสรรค์อาหารของที่นี่ โดยจะเป็นใช้วัตถุดิบท้องถิ่นเป็นหลักในทุกๆ เมนู


แสดงความคิดเห็น