Ginza Iwa ซูชิแบบโอมากาเสะมื้อกลางวัน สถานี Shimbashi โตเกียว

มื้อกลางวันของวันที่ 7 ในทริปโตเกียวปีก่อนนั้น เราแบ่งกลุ่มกันอีกครั้งครับ คราวนี้ผมกับสมาชิกอีกสองท่านจะไปทานซูชิแบบ Omakase กันครับ อยู่แถวย่าน Ginza จะลงสถานี Ginza หรือ Shimbashi ก็ได้ครับ

ร้านนี้มีชื่อว่า Ginza Iwa อยู่ห่างจากสถานีประมาณ 500 เมตร ตัวร้านเป็นตึกหน้าตาดูเรียบๆ ขนาดหนึ่งห้องครับ เข้ามาด้านในก็จะเป็นห้องสีโทนอ่อนๆ ที่นั่งเป็น L นั่งได้ประมาณ 7 ที่

ที่นี่เป็นร้านของเชฟ Hisayoshi Iwa ผู้มากประสบการณ์ ซึ่งหลังจากทำงานที่ร้านดัง Sushi Kanesaka อยู่หลายปี ก็ออกมาเปิดร้านเองในปี 2012 ในย่านกินซ่านี่

ด้านหน้าร้าน
บรรยากาศภายในร้าน
บรรยากาศภายในร้าน
เราเริ่มมื้อกันด้วยสาหร่ายกรุบๆ รสเปรี้ยวหวาน มีรสงานิด เป็นเมนูล้างปากก่อนเริ่มคอร์สครับ
เชฟกำลังเตรียมปลาครับ
ปลาชนิดต่างๆ
ซูชิคำแรกเป็นปลาคินเมได ซึ่งเชฟก็มีการเล่นมุกว่า กินไม่ได้ๆ เป็นมุกคลาสสสิคสำหรับเชฟถ้ารู้ว่าลูกค้าเป็นคนไทย ฮ่าๆ ชิ้นปลากรุบดึ๋ง เย็นๆ ข้าวอุ่นนุ่มรสเปรี้ยวนำ อร่อยดีครับ
คำที่สองเป็นปลาโคฮาดะครับ มีรสเปรี้ยวจากการเอาไปหมัก เนื้อมีความกรุบๆ ออกคาวนิด ซึ่งส่วนตัวจะไม่ค่อยถูกชะตากับโคฮาดะทุกที มันจะมีรสและกลิ่นที่ผมไม่ค่อยชอบครับ
คำที่สามเป็น Akami หรือเนื้อแดงของปลาทูน่า เอาไปหมักโชยุ (zuke) เนื้อมันลื่น หนึบนุ่ม รสเค็มและเปรี้ยวบาลานซ์กันกำลังดี มีความเผ็ดจากวาซาบินิดหน่อย คำนี้ชอบครับ
ตามด้วยทูน่าอีกคำครับ เป็นส่วนชูโทโร่ นำไปเอจไว้สองอาทิตย์ก่อนเสิร์ฟ บั้งมาเป็นเส้นๆ แนวยาวตามชิ้นปลา มันดีครับ เนื้อมันฉ่ำ เข้ากันดีกับข้าวเปรี้ยวๆ หนุบๆ
คำที่ 5 เป็นปลา Kodai (Baby Snapper) ภาษาไทยเรียกกะพงแดงเนื้อเย็น นุ่ม ซิตรัสนิด สดชื่นดีครับ
ไข่หอยเม่นหรือ Uni เป็นคำต่อมาครับ รสหวาน ครีมมี่ มาเย็นๆ สดดี ไม่มีรสคาว สาหร่ายที่ห่อมากรอบๆ
คำที่ 7 เป็นปลาไทครับ หั่นหนานิด เนื้อปลาหนึบๆ เย็น มียุสุอยู่ด้านล่าง เปรี้ยวหน่อย สดชื่น คำนี้ชอบครับ
ต่อด้วยปลาอาจิ บั้งแนวยาวตรงกลางชิ้นแล้วโรยด้วยใบชิโสะกับต้นหอมซอยละเอียด เนื้อปลานุ่ม หวานนิด ไม่คาว สดชื่นดีเช่นกันครับ
หอยเชลล์หรือโฮทาเทะถูกเสิร์ฟมาเป็นคำที่ 9 ครับ บั้งเฉียงๆ มาทั้งชิ้น ชิ้นหนา เย็น สดดี รสหวานเข้ากันดีกับข้าวเปรี้ยวๆ อุ่นๆ ชอบครับ
คำที่ 10 เป็นปลาฮิราเมะหรือปลาตาเดียวนั่นเองครับ เนื้อจะกรุบๆ หน่อย แบบเฟิร์มๆ จากกล้ามเนื้อ สดใหม่ดี อร่อยครับ
หลังจากทานอากามิและชูโทโร่ไปแล้ว โอโทโร่หรือส่วนที่มันที่สุดก็มาเป็นลำดับสุดท้าย เชฟนำไปเอจ 2 อาทิตย์เช่นกันครับ ชิ้นปลาอุ่นๆ บั้งขนานเนื้อปลามาทั้งชิ้น เข้าปากแล้วละลายเลย มีความรู้สึกควันๆ นิด ชอบเช่นกันครับ
ซูชิคำสุดท้ายเป็นปลาไหลทะเลหรืออานาโกะครับ เนื้อต้มมาละลายๆ ทามาด้วยซอสรสหวานบางๆ มีรสยุสุนิดหน่อย เข้ากับข้าวดี
น้ำซุป
มีโรลให้อีกหนึ่งคำครับ สาหร่ายกรอบๆ มีปลาทูน่ามาเป็นไส้ มันๆ ลื่นๆ เนื้อนุ่ม
จบมื้อด้วยไข่หวาน เนื้อเนียน เย็นๆ อร่อยดีครับ ทานแล้วนึกถึงขนมหม้อแกงเนื้อเนียนๆ

ข้อดีของที่นี่ก็คือสามารถจองทางเว็บไซต์ได้ (tablecheck) เชฟพูดภาษาอังกฤษได้ดี มีเปิดมื้อกลางวัน และที่สำคัญคือราคาเป็นมิตรมากครับ คือถ้าอยากลองชิมซูชิที่ญี่ปุ่น ก็ราคาพอไหวไม่แรงมาก ในชุดมื้อกลางวันนี่จะมีประมาณ 12 คำ บวกกับจานเล็กๆ เรียกน้ำย่อยอีกนิดหน่อย 

เราเริ่มมื้อกันด้วยสาหร่ายกรุบๆ รสเปรี้ยวหวาน มีรสงานิด เป็นเมนูล้างปากก่อนเริ่มคอร์สครับ

ซูชิคำแรกเป็นปลาคินเมได ซึ่งเชฟก็มีการเล่นมุกว่า กินไม่ได้ๆ เป็นมุกคลาสสสิคสำหรับเชฟถ้ารู้ว่าลูกค้าเป็นคนไทย ฮ่าๆ ชิ้นปลากรุบดึ๋ง เย็นๆ ข้าวอุ่นนุ่มรสเปรี้ยวนำ อร่อยดีครับ

คำที่สองเป็นปลาโคฮาดะครับ มีรสเปรี้ยวจากการเอาไปหมัก เนื้อมีความกรุบๆ ออกคาวนิด ซึ่งส่วนตัวจะไม่ค่อยถูกชะตากับโคฮาดะทุกที มันจะมีรสและกลิ่นที่ผมไม่ค่อยชอบครับ

คำที่สามเป็น Akami หรือเนื้อแดงของปลาทูน่า เอาไปหมักโชยุ (zuke)  เนื้อมันลื่น หนึบนุ่ม รสเค็มและเปรี้ยวบาลานซ์กันกำลังดี มีความเผ็ดจากวาซาบินิดหน่อย คำนี้ชอบครับ

ตามด้วยทูน่าอีกคำครับ เป็นส่วนชูโทโร่ นำไปเอจไว้สองอาทิตย์ก่อนเสิร์ฟ บั้งมาเป็นเส้นๆ แนวยาวตามชิ้นปลา มันดีครับ เนื้อมันฉ่ำ เข้ากันดีกับข้าวเปรี้ยวๆ หนุบๆ

คำที่ 5 เป็นปลา Kodai (Baby Snapper) ภาษาไทยเรียกกะพงแดงเนื้อเย็น นุ่ม ซิตรัสนิด สดชื่นดีครับ

ไข่หอยเม่นหรือ Uni เป็นคำต่อมาครับ รสหวาน ครีมมี่ มาเย็นๆ สดดี ไม่มีรสคาว สาหร่ายที่ห่อมากรอบๆ

คำที่ 7 เป็นปลาไทครับ หั่นหนานิด เนื้อปลาหนึบๆ เย็น มียุสุอยู่ด้านล่าง เปรี้ยวหน่อย สดชื่น คำนี้ชอบครับ

ต่อด้วยปลาอาจิ บั้งแนวยาวตรงกลางชิ้นแล้วโรยด้วยใบชิโสะกับต้นหอมซอยละเอียด เนื้อปลานุ่ม หวานนิด ไม่คาว สดชื่นดีเช่นกันครับ

หอยเชลล์หรือโฮทาเทะถูกเสิร์ฟมาเป็นคำที่ 9 ครับ บั้งเฉียงๆ มาทั้งชิ้น ชิ้นหนา เย็น สดดี รสหวานเข้ากันดีกับข้าวเปรี้ยวๆ อุ่นๆ ชอบครับ

คำที่ 10 เป็นปลาฮิราเมะหรือปลาตาเดียวนั่นเองครับ เนื้อจะกรุบๆ หน่อย แบบเฟิร์มๆ จากกล้ามเนื้อ สดใหม่ดี อร่อยครับ

หลังจากทานอากามิและชูโทโร่ไปแล้ว โอโทโร่หรือส่วนที่มันที่สุดก็มาเป็นลำดับสุดท้าย เชฟนำไปเอจ 2 อาทิตย์เช่นกันครับ ชิ้นปลาอุ่นๆ บั้งขนานเนื้อปลามาทั้งชิ้น เข้าปากแล้วละลายเลย มีความรู้สึกควันๆ นิด ชอบเช่นกันครับ

ซูชิคำสุดท้ายเป็นปลาไหลทะเลหรืออานาโกะครับ เนื้อต้มมาละลายๆ ทามาด้วยซอสรสหวานบางๆ  มีรสยุสุนิดหน่อย เข้ากับข้าวดี

มีโรลให้อีกหนึ่งคำครับ สาหร่ายกรอบๆ มีปลาทูน่ามาเป็นไส้ มันๆ ลื่นๆ เนื้อนุ่ม 

จบมื้อด้วยไข่หวาน เนื้อเนียน เย็นๆ อร่อยดีครับ ทานแล้วนึกถึงขนมหม้อแกงเนื้อเนียนๆ

โดยรวมค่อนข้างประทับใจครับ เชฟอัธยาศัยดี และราคาก็ย่อมเยา ถ้ามีโอกาสก็อยากจะลองมื้อเย็นแบบฟูลคอร์สครับ เป็นตัวเลือกที่ดีมากๆ ร้านหนึ่ง ถ้าอยากจะลองซูชิแบบ Omakase ที่โตเกียวครับ

Ginza Iwa สถานี Shimbashi
เบอร์ : +81335720955
เปิด : อังคาร-เสาร์ 12.00-14.00, 18.00-22.00 อาทิตย์ 12.00-20.00 จันทร์ปิด
foursquare

Similar Posts

  • เบียร์หิมะ อาหารทะเลร้านดังย่านวัดเสมียนนารี คลองประปา

    ร้านที่ไปวันนี้เป็นหนึ่งร้านเก่าแก่ แต่เท่าที่จำได้ผมน่าจะไม่เคยไปเลยครับ ทั้งที่ก็ขับผ่านและก็ได้ยินชื่อเสียงมาเป็นสิบปี วันก่อนมีธุระโซนนั้นก็เลยไปกันทั้งบ้านทานเป็นข้าวเย็น ร้านนี้มีชื่อว่า เบียร์หิมะ ครับ อยู่บนถนนเทศบาลสงเคราะห์ ใกล้ๆ กับวัดเสมียนนารีนั่นเองครับ ตัวร้านดั้งเดิมเป็นแบบ open air ตรงหัวมุม แต่ปัจจุบันมีโซนห้องแอร์อยู่ที่ตึกฝั่งขวามือ ผมไปช่วงค่ำวันธรรมดา ลูกค้าแน่นจนเกือบจะไม่ได้ที่นั่งแล้วครับ ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารทะเลต่างๆ มีปูนิ่ม ปูม้า กุ้งมังกร กุ้งก้ามกราม มีกั้ง ส่วนปลาก็มี เก๋าจุดฟ้า เก๋าจุดดำ และของโปรดผมปลาเต๋าเต้ยครับ นอกจากนี้ก็ยังมีเมนูอาหารใต้อีกหลายรายการเป็นเมนูแนะนำ

  • Rock Me Burgers สาขาระมิงลอดจ์ ลอยเคราะห์ เชียงใหม่

    ร้านสุดท้ายของทริปเชียงใหม่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้น ผมเดินทางไปยังแถวถนนลอยเคราะห์ ทานมื้อเย็นก่อนจะเดินทางไปยังสนามบิน เพื่อจะบินกลับในไฟลท์ค่ำๆ มื้อนี้ผมมาที่ร้านเบอร์เกอร์เจ้าดังของเชียงใหม่ นั่นก็คือ Rock Me Burgers ครับ ตัวร้านอยู่ชั้นล่างของโรงแรมระมิงลอดจ์ ใกล้ๆ กับร้าน Chez Marco ที่เคยมาทานเมื่อหลายปีก่อนครับ ด้านหน้าร้านฝั่งขวาเป็นครัวโซนปรุงเบอร์เกอร์ เข้ามาด้านในขนาดร้านใหญ่กว้างขวาง ตกแต่งดูเป็นร้านสไตล์อเมริกันแบบย้อนยุค มีแผ่นเสียงกีต้าร์ เข้ากับชื่อร้าน มีไฟหลอดๆ วิ่งเป็นเส้น และที่นั่งโซฟาตัวใหญ่ๆ

  • เจ๊เช็ง ตือฮวนเกี้ยมฉ่าย หาดใหญ่

    จบทริปเชียงใหม่ ทริปต่อมาของผม เป็นทริปที่ตั้งใจเอาไว้หลายปี ไม่ได้มาซักที จนสุดท้ายได้ตั๋วราคาโปรโมชั่นไม่กี่ร้อยบาท (ค่ารถไปกลับสนามบินแพงกว่าเยอะ ฮ่าๆ) นั่นก็คือ ‘หาดใหญ่’ ครับ ผมออกจากสุวรรณภูมิแต่เช้า มาถึงหาดใหญ่ช่วงสายๆ นั่งแทกซี่จากสนามบินเข้าตัวเมือง จุดหมายแรกของทริปคือมาทานข้าวเช้าที่ร้าน เจ๊เช็ง ตือฮวน เกี้ยมฉ่าย ซึ่งอยู่บนถนนละม้ายสงเคราะห์ เส้นนี้มีร้านอาหารอยู่เพียบเลยครับ ที่นี่มีเมนูหลักคือตือฮวน หรือจะสั่งเป็นเกาเหลาเลือดหมูก็ได้ นอกจากนี้ก็มีหมูกรอบที่สามารถสั่งแยก เพิ่มมาเป็นพิเศษได้ อีกเมนูก็คือข้าวขาหมูครับ

  • |

    ร้าน Emporium, Napier – New Zealand 2014 ตอนที่ 4.6

    สำหรับเย็นนี้เราขับจากที่พัก Deco City Motor Lodge เข้ามาในตัวเมือง Napier เพื่อหาร้านข้าวเย็นรับประทานกันครับ ร้านนี้ไม่ได้หามาก่อน แต่มาตอนอยู่ที่ New Zealand แล้ว ดูจากพวก tripadvisor foursquare ดูบรรยากาศดี และคะแนนก็เยอะดี ร้าน Emporium จะอยู่เกือบๆหัวถนนที่ติดทะเล อยู่ไม่ไกลจากร้าน Ujazi ที่เรามาทานเมื่อตอนเช้ามาก ซึ่งก็คืออยู่ในโซนที่ตัวตึกรามบ้านช่องจะเป็นสไตล์ Art Deco ทำให้การตกแต่งภายในร้าน ดีไซน์ต่างๆ ก็จะเป็นแนว Art Deco ดูย้อนยุคไป ปี 20-30 เช่นกัน ในร้านจัดแสงไฟออกแดงๆ ได้อารมณ์ไปอีกแบบนึง สำหรับอาหารร้านนี้ก็จะเป็นอาหารฝรั่ง เมนูค่อนข้างหลากหลายพอสมควรครับ มีทั้งจากฝรั่งยุโรป แล้วก็มีอเมริกา อเมริกาใต้มาผสมๆ ทำให้มีเมนูแปลกๆ ใหม่ได้ลองหลายจานครับ

  • |

    Brewers คราฟท์เบียร์บาร์ Fukuoka

    ร้านนี้เป็นร้านสุดท้ายของทริปนี้ครับ เป็นร้านที่ 3 หลังจากร้าน Goodbeer Faucets และ Craft Beer Creek  ซึ่งไม่ได้หามาด้วยครับร้านนี้ ตอนแรกตั้งใจจะไปอีกร้านคือ Craft Beer Brim แต่พอไปถึงร้านเค้าจัด Private Party ก็เลยต้องเปลี่ยนที่ครับ ซึ่งร้าน Brewers นี่ก็เป็นร้านที่พนักงานของ Craft Beer Brim แนะนำ ร้านอยู่ไม่ไกลจากสถานี Gion ก่างประมาณ 400 เมตรครับ ถ้านั่งรถเมล์ลงป้าย Okunodo หรือ Gion-machi จะใกล้สุดครับ ขนาดร้านไม่เล็กไม่ใหญ่ ตอนแรกที่ไปถึงมีลูกค้าประมาณ 3 โต๊ะครับ สำหรับเบียร์สดมีทั้งหมด 12 แทป เป็นคราฟท์ญี่ปุ่น (Ji-biru) ทั้งหมด อาหารก็ดูน่ารับประทานดี (แอบดูโต๊ะอื่น) แต่อย่าคเยครับ อิ่มข้าวเย็น ทานไม่ไหวแล้ว

  • Okinawa Brewing Company คราฟท์เบียร์บาร์ใน American Village – Okinawa

    ร้านคราฟท์ร้านสุดท้ายของทริปนี้อยู่ในบริเวณ American Village แต่ห่างจากร้าน Chatan Harbor Brewery มาพอสมควรราว 1 กิโลได้ครับ ด้านหน้าร้านมีคลองเล็กๆ โซนนี้มีพวกบาร์อยู่หลายร้านเหมือนกันครับ โดยร้านที่เรามามีชื่อว่า Okinawa Brewing Company แต่ไม่ได้ต้มที่นี่นะครับมีแต่แทปเบียร์เฉยๆ โดย 1-4 เป็นเบียร์ของทางร้าน ส่วนที่เหลือเป็นเบียร์นอกเป็นหลักครับ เน้นเป็นพวกคราฟท์เบียร์จากอเมริกา บรรยากาศในร้านวันที่นี่เสียงดังพอสมควร คือมีทหารเรืออเมริกันมาคุยเสียงดังอยู่ในร้านกัน เอาจริงๆ คือทั้งร้านนี้มีแต่ฝรั่งตั้งแต่ลูกค้ายันพนักงาน ไม่มีคนญี่ปุ่นเลยครับ ตัวเบียร์และอาหารต้องไปสั่งและจ่ายเงินที่บาร์ เสร็จก็เอาป้ายกลับมาแล้วพนักงานก็จะยกมาให้ที่โต๊ะ


แสดงความคิดเห็น