ร้านอาหาร

  • |

    Akarenga ตึกแดงที่ Yokohama

    จาก Garden Center ก็นั่งรถไฟกลับมาแถวท่าเรือ Yokohama เพื่อจะไปเดินที่ตึกแดงครับ หลายปีก่อนผมเคยมากับที่บ้าน แต่คราวนั้นไม่ได้เข้าไปข้างใน จำได้ว่าฝนตกหนัก แล้วก็เดินไปดูตรงอื่น การเดินทางนั้นสามารถลงที่สถานี Bashamichi หรือ สถานี Nihon-Oodori ถ้านั่ง JR ยาวมาจาก Tokyo ลง สถานี Sakuragicho หรือ สถานี Kannai ครับ Akarenga หรือ Yokohama Red Brick Warehouse ที่คนไทยคุ้นหูกันในชื่อตึกแดงครับ อยู่ที่ท่าเรือโยโกฮาม่า เดิมทีเคยเป็นที่ทำงานของศุลกากร สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1899 ปัจจุบันถูกรีโนเวทปรับปรุงภายใน กลายเป็นร้านอาหาร ร้านขายของ และที่จัดงานต่างๆ ตัวตึกจะมี 2 ตึก ตึกที่มีร้านขายของและอาหารจะเป็นตึกใหญ่ (ตึก 2) ครับ เดินวนไปวนมา แต่สุดท้ายผมและคณะก็ไม่ได้ทานข้าวเย็นทีนี่ ถ่ายรูปเล่น เดินดูของ แล้วก็เดินทางกลับโตเกียวไปทานที่โตเกียวแทน

  • |

    ร้านอาหารที่ Diver City – Odaiba

    ที่ห้าง diver city ถ้ามาดู Gundam ตัวยักษ์แล้ว ด้านในห้างชั้น 1 มี ศูนย์อาหารอยู่ครับ มีหลายร้านเหมือนกัน ทั้งราเม็ง ยากิโซบะ อาหารเกาหลี พาสต้า มีหมด ตัวผมเองเดินวนๆ อยู่ก็ทานราเม็งแล้วกันดูน่าอร่อยดี เป็นราเม็งซุปกระดูกหมูครับ ส่วนสมาชิกท่านอื่น ลองอาหารเกาหลี กับ ยากิโซบะ

  • ร้านราเม็ง Maruichi สาขา Shinjuku

    วันที่ 4 ของทริปเป็นวันว่างๆครับ วันนี้ไม่มีโปรแกรมไปเที่ยวไหน สมาชิกในทริปจะแยกย้ายไปไหนก็ได้ นัดเจอกันตอนเย็นทีเดียวเพื่อจะไปกินเนื้อย่างร้านดัง Rokkasen ตัวผมเอง ก็ไปเดินซื้อแผ่นเสียงที่ร้าน disk union สาขา Shinjuku ครับ สายๆก่อนจะแยกย้ายกัน ทั้งกรุปมาทานราเม็งด้วยกันที่ร้าน Maruichi สาขา Shinjuku ตัวร้านอยู่ชั้นใต้ดินของตึกชื่อ Pandora ครับ วิธีสั่งก็ใช้หยอดตู้กดคูปองเอา ไม่มีเมนูอังกฤษ ใช้ดูรูปเอาอย่างเดียว ร้าน Maruichi  นี่เมนูขึ้นชื่อจะเป็นแบบแยกน้ำหรือที่เรียกว่า tsukemen (สึเคะเม็ง) น้ำซุปเผ็ดร้อนนิดหน่อย ตัวเส้นเป็นแบบหนา เสิร์ฟมาพร้อมาหมูชาชูชิ้นใหญ่ๆครับ

  • | |

    Casa Lapin อารีย์

    เป็นอีกร้านหนึ่งที่ไปหลายทีแล้วแต่ไม่ได้ถ่ายภาพ ก็เลยไม่มีวัตถุดิบมาเขียนถึง กลางสัปดาห์ก่อนมีธุระต้องแวะเวียนไปแถวอารีย์ เลยมาเขียนเอาไว้ซะหน่อย Casa Lapin เสิร์ฟกาแฟ ขนม และอาหาร เน้นเป็นอาหารฝรั่ง มีชุดอาหารเช้าที่เสิร์ฟทั้งวัน มาบ่ายๆ แต่อยากทานขนมปัง ไข่ดาว ก็ยังมีเสิร์ฟ สำหรับเมนูเหมือนจะเพิ่งปรับไป เน้นเป็นอาหารจานเดียวอย่างเช่น สปาเก็ตตี้ อิงลิชเบรกฟาสต์ ร้านนี้มีหลายสาขาครับ น่าจะประมาณ 6 หรือ 7 สาขา ผมเคยทานอีกที่คือแถวตึกมหาทุนพลาซ่า บรรยากาศร้านอารมณ์ Industrial Loft เหล็กๆ ไม้ๆ ตกแต่งวินเทจ สวยงาม เปิดเพลง อิเล็กโทรปอปคลอเบาๆ ระหว่างทาน

  • |

    Cocoro Soup Curry ย่าน Shimokitazawa

    มื้อเย็นแถวย่าน Shimokitazawa หลังจากดูแผ่นเสียงเสร็จ เป็นร้าน soup curry ดูทันสมัยสบายๆ ครับ อยู่ไม่ไกลจากร้านแผ่นเสียงเท่าไหร่เดินนิดเดียวก็ถึง Soup Curry นี่จะไม่เหมือนแกงกระหรี่ที่เราคุ้น แบบที่ร้านคุ้นจะข้น แต่ถ้าเป็น Soup Curry นี่จะออกเหลว แต่เป็นรสผงกระหรี่นั่นเอง เมนูนี้เป็นเมนูฮิตของแถว Sapporo ครับ มีอยู่ทริปนึงที่ผมได้ลอง Soup Curry เป็นครั้งแรก ที่ LA MAISON DE CURRY COEUR บนห้าง Parco อร่อยถูกใจ กลับมาที่ Shimo วิธีสั่งก็จะต้องเลือกก่อนว่าจะทานเครื่องเป็นอะไร เช่น น่องสะโพกไก่ ซีฟู้ด หมู แฮมเบิร์ก เป็นต้น แล้วก็ระบุความเผ็ด ระหว่าง 0-100  โดย เผ็ดอ่อนๆ จะประมาณ 3 ถ้าเผ็ดร้อนหน่อยประมาณ 7 ถ้าเลย 30 ขึ้นไปก็ไฟแล่บในปากกันเลยครับ

  • |

    R Style ร้านขนมใน Omotesando Hills

    จากร้านกาแฟ Omotesando Koffee ก็เดินย้อนกลับมาที่ตัวห้าง Omotesando Hills เพื่อหาอะไรทานเล่นซะหน่อยตอนบ่ายแก่ๆ เนื่องจากที่ร้านกาแฟไม่มีอะไรอยู่ท้องเท่าไหร่ครับ ที่นี่จะเรียกว่าอะไรดี เป็น shopping complex แล้วกันครับ มีร้านเสื้อผ้า ร้านของแต่บ้าน ร้านของมีดีไซน์ ร้านจักรยาน รวมถึงร้านอาหารและร้านขนมครับ เปิดมาปีนี้ก็ครบ 10 ปี พอดี (เปิดตั้งแต่ 2005) ความเท่อย่างนึงก็คือแต่ละชั้นจะลาดเอียงต่อกัน แบบเดียวกับ Siam Square One นั่นหละครับ สำหรับที่แวะทานบ่ายนี้ชื่อ R Style เป็นร้านขนมญี่ปุ่น แต่วางคอนเซท์และตกแต่งร้านให้ดูร่วมสมัย ลูกค้าในร้านส่วนใหญ่ก็จะเป็นสาวๆ มานั่งคุยกัน ชิทแชท ไม่ก็เป็นคู่รักหนุ่มสาวครับ

  • |

    Omotesando Koffee กรุ่นกลิ่นกาแฟ

    — ร้านนี้ปิดแล้วครับ — เช้าวันนี้ออกจากที่พักไปงาน Meat & Beer Fair ที่ห้างโตคิวสาขา Shibuya ทั้งดื่มทั้งชิมเนื้อจนมึนได้ที่ก็นั่งรถใต้ดินกลับจากสถานี Shibuya มายังสถานี Omotesando ครับ เป้าหมายที่สถานีก็คือร้านกาแฟยอดนิยม Omotesando Koffee นั่นเอง ไม่ว่าจะ monocle, kinfolk, cereal และอีกหลายสื่อ ต้องแนะนำเอาไว้ใน list ร้านกาแฟในโตเกียวครับ เป็นร้านที่อยากมานานมากๆ แล้ว แต่ก็วนออกไปนอกโตเกียวบ่อย ไม่ค่อยได้อยู่ยาวๆเยอะๆ แบบทริปนี้ครับ ชื่อร้านที่สะกดด้วยตัว ‘K’ ก็มีที่มาจากคำว่า Kiosk และ Kunitomo (นามสกุลเจ้าของร้าน) ก็เลยกลายเป็น Koffee ตัวร้านอยู่ในบ้านเก่าอายุ 60 ปี ตกแต่งใหม่เรียบๆ ดูมินิมัล ให้อารมณ์แบบญี่ปุ่นร่วมสมัยครับ โดยมีกิมมิคเป็นการเล่นกับสี่เหลี่ยมประกอบอยู่ในเกือบๆทุกอย่าง เช่น ชื่อร้าน บาร์ โลโก้ ความมินิมัลอีกอย่างก็คือไม่มีที่นั่งในร้านครับ ซื้อเสร็จแล้วก็ออกมายืนดื่ม ไม่ก็ซื้อแล้วกลับบ้าน นอกจากกาแฟเค้ามี Baked Custard เป็นของทานแกล้มกาแฟที่ได้รับความนิยม (จริงๆ…

  • |

    Kisentei ร้าน Teppanyaki ใน Tokyo Midtown

    เดินเล่น นั่งชมนกชมไม้ที่สวน Hinokicho จนได้เวลาก็เดินข้ามกลับมาที่ Tokyo Midtown ครับ ข้าวเย็นของเราวันนี้เป็นสเต็กสไตล์ญี่ปุ่นหรือที่เรียนว่า Teppanyaki นั่นเองครับ ร้านที่ไปมีชื่อว่า Kisentei ค่อนข้างหรูนิดนึง ลูกค้าเยอะ ถ้าวอล์คอินอาจจะไม่ได้ทาน เป็นไปได้ควรจองก่อน อาจจะมาจองสายๆเที่ยงๆ เพื่อทานมื้อเย็น หรือไม่ก็ให้โรงแรมโทรจองเอาก็สะดวกดีครับ พอถึงเวลาพนักงานก็พาเข้าไปนั่งในห้อง ขนาดไม่ใหญ่ มีกระทะอยู่กลางห้อง นั่งกันรอบๆกระทะ นั่งเต็มน่าจะได้ประมาณ 4-5 คน เข้ามาในร้านแล้วถึงได้รู้ว่าร้านนี้เป็นเครือเดียวกับสุกี้เจ้าดังที่ผมไปเคยไปทานนั่นก็คือร้าน Imahan ที่มีสาขาอยู่ที่ห้าง Takashimaya Shinjuku ครับ

  • |

    Pintokona ร้านซูชิที่ Roppongi Hills

    วันที่ 2 ของทริปไม่มีโปรแกรมเป็นพิเศษครับ สายๆก็เดินจากที่พัก Airbnb มาแถว Roppongi Hills วันนี้มีจัดงานแจกเบียร์ Premium Malts ของ Suntory อยู่ แต่คนเยอะมากเลยไม่ได้เข้าแถวกับเค้าด้วยครับ พอสายๆ เริ่มหิว เพราะข้าวเช้าทานมาแบบแค่รองท้อง ก็เลยลงบันไดเลื่อนมาชั้นล่างสุดของตึก Metro Hat จะเป็นร้านอาหารหลายร้านครับ มื้อเลือกทานซูชิสายพานชื่อร้าน Pintokona เป็นซูชิสายพานก็จริงแต่คุณภาพค่อนข้างโอเคครับ รอคิวแป๊บนึงก็เข้าได้เข้าไปในร้าน ถอดรองเท้าใส่ตู้เก็บ พนักงานก็พาไปนั่งโต๊ะด้านในครับ พนักงานพูดภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างดี เมนูภาษาอังกฤษก็มีครับ สามารถหยิบจากสายพานได้เลย หรือ อยากทานเมนูไหนก็สั่งที่พนักงานได้เช่นกัน บนโต๊ะมีก๊อกน้ำร้อนเอาไว้ชงชาได้ด้วยครับ