ร้านอาหาร

  • Zinkid HotDog – ร้านฮ็อทด็อกในซอยอารีย์

    ซอยอารีย์เป็นซอยที่มีร้านรวงมากมายครับ ทั้งร้านอาหารญี่ปุ่น อาหารฝรั่ง ร้านกาแฟ รวมถึงร้านนั่งดื่ม โดยส่วนตัวผมค่อนข้างชอบบรรยากาศของซอยนี้คือมันจะไม่หรูหรามาก แต่ก็ดูมีสไตล์ มีคาแรคเตอร์ ร้านโปรดของผมก็อย่างเช่น ปลาดิบ หรือ Salt อาจจะเพราะเคยเป็นโซนที่อยู่อาศัยมานาน หลายๆร้าน ก็จะเป็นบ้านเก่ายุค 70 มารีโนเวตครับ เกริ่นยืดไปหนึ่งย่อหน้า วันนี้ไปลองร้านฮอทด็อกร้านเจ้าฮอตฮิตในตอนนี้ครับ ลงหนังสือลงเว็บหลายแห่งเหมือนกัน ชื่อร้าน Zinkid Hotdog หรืออ่านเป็นไทยว่า สิ้นคิด ฮอทด็อก อยู่บริเวณตรงข้ามซอย อารีย์ 3 อยู่ไม่ไกลร้าน Summer Street ตัวร้านมีอารมณ์ foodtruck อยู่นิดๆ แม้ว่าจะเป็นร้านตั้งโต๊ะครับ ที่นี่จะมีขนมปังให้เลือก 3 แบบคือ ธรรมดา, โฮลวีท และ ขนมปังดำ (ชาร์โคล) ส่วนไส้กรอกวันที่ไปมีอยู่ 5 แบบครับ จุดเด่นของร้านก็คือเราจะสามารถตักทอปปิ้งเองได้ฟรี ซึ่งมีก็หลายหลายชนิดให้เราตักได้เองตามเลย

  • |

    ข้าวลิ้นวัวร้าน Rikyu สถานี Hakata – Kyushu 2014 ตอนที่ 11.1

    วันที่ 11 ของทริป วันนี้เดินทางจาก Beppu กลับไปยัง Fukuoka แล้วครับ ออกเดินทางจากสถานี Beppu เกือบๆ 11 โมง ใช้เวลาเกือบๆ 2 ชั่วโมงครึ่ง ก็มาถึงสถานี Hakata ที่ Fukuoka ครับ อีกสองวันที่เหลือเรากลับไปพักที่โรงแรมเดิมนั่นก็คือ Hotel Centraza ซึ่งอยู่ติดสถานีเลย ก็ลากกระเป๋าเดินทางหาข้าวกินก่อนเข้าโรงแรม เดินไปเดินมาจนเจอร้าน Rikyu ร้านลิ้นวัวย่างเจ้าดังจาก sendai ครับ อยู่บนชั้น 9 ของตึก Amu Plaza ฝั่งตะวันตกของสถานีครับ (ตึกอยู่บนสถานีเลย) มาถึงร้านคิวยาวพอสมควร รอคิวเกือบ 30 นาทีครับ เข้ามาในร้านก็ลูกค้าแน่นๆ ร้านนี้มีจานขึ้นชื่อคือลิ้นวัวย่าง แต่ก็มีเมนูอื่นๆ ด้วยเช่น สตูว์ลิ้นวัว หรือ แกงกระหรี่ Keema ครับ

  • Bacco ร้านอาหารอิตาเลี่ยน สุขุมวิท 53

    ไปร้านญี่ปุ่น ร้าน Izakaya บ่อยๆ วันนี้ลองเปลี่ยนบรรยากาศเปลี่ยนแนวไปทานอาหารฝรั่งอีกครั้งครับ เป็นอาหารอิตาเลียนร้านเก่าแก่เจ้าดัง แต่ผมก็เพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรกเหมือนกันครับ ชื่อร้านว่า Bacco หรือชื่อเต็มๆว่า Bacco – Osteria da Sergio อยู่ในซอย สุขุมวิท 53 ครับ วันธรรมดาร้านจะเปิดสองช่วงคือมื้อกลางวันและเย็น ส่วนวันหยุดจะเปิดยาวไม่มีพักครับ ตัวร้านเหมือนจะมีสองฝั่ง วันที่ไปเป็นช่วงกลางวัน ลูกค้ายังไม่เยอะมาก บรรยากาศดีครับ ดูอบอุ่น ตกแต่งสวยงามครับ สำหรับอาหารนั้นเมนูก็เยอะกำลังดี พวกพาสต้า พิซซ่า หรือจานเรียกน้ำย่อยก็น่ารับประทานหลายอย่างเลยครับ แต่วันนั้นสมาชิกไม่เยอะเลยต้องสั่งแบบยั้งๆ กลัวทานไม่หมด ขนาดว่างยั้งแล้ว สุดท้ายก็ยังมีต้องใส่กล่องกลับบ้านมาอยู่ดี

  • |

    ข้าวกลางวันร้าน Bungo Chaya – Kyushu 2014 ตอนที่ 9.2

    อาหารมื้อแรกของเราใน Beppu นั้นคือร้าน Bungo Chaya ครับ อยู่ในตัวสถานี Beppu เลย แต่ไม่ได้ทานทันทีที่มาถึงนะครับ ออกไปเที่ยวภูเขาลิงก่อน แล้วถึงได้กลับมาที่สถานี ร้านนี้ไม่ได้หามาหรือมีอะไรเป็นพิเศษครับ แต่อย่างเคยคือหิวมากแล้ว หน้าตาดูน่าทาน ลองเปิดคะแนนดูก็ไม่เยอะเท่าไหร่ แต่ต้องกินละ ไม่งั้นตาย เมนูก็จะมีอูด้งและโซบะ มีทั้งร้อนและเย็นครับ เมนูอื่นๆก็จะเป็นพวกข้าวและเทมปุระต่างๆ เช่น เทมปุระไก่ เทมปุระผักเป็นต้น อีกอย่างคือร้านนี้มีเบียร์ท้องถิ่นจำหน่ายด้วยครับ

  • |

    Tarafuku ร้าน Izakaya ใน Nagasaki – Kyushu 2014 ตอนที่ 8.3

    ข้าวเย็นวันที่ 2 ใน Nagasaki ก็เป็นสไตล์  Izakaya อีกเช่นเคยครับ ร้านชื่อ Tarafuku อยู่ไม่ไกลจากโรงแรม Richmond Hotel Nagasaki มากเท่าไหร่ ปรมาณ 240 เมตรเองครับ ร้านนี้มาดูตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่ลูกค้าเต็ม ก็เลยจองไว้แล้วมาใหม่ในวันนี้แทน ซึ่งก็ลูกค้าเต็มเช่นเคย ถ้าไม่ได้จองมาก็อดแน่นอน ถ้าอยากลองร้านนี้แนะนำว่าต้องมาจองไว้ก่อนครับ ภายในร้านจะส่วนที่เป็นเคาเตอร์นั่งติดกับพ่อครัว และส่วนที่เป็นห้อง ผมมาจองไว้ก็เลยได้เป็นห้องครับ แต่ก็เป็นห้องไม่ใหญ่นะครับ และก็ยังมีโต๊ะคนญี่ปุ่นเล็กๆ นั่งอยู่ด้วยกันด้วย สำหรับที่นี่เมนูภาษาอังกฤษไม่มีต้องใช้วิธีเปิดรูปในเว็บและแอบดูโต๊ะอื่นบวกกับภาษามือในการสั่งอาหารครับ

  • | | |

    Glover Garden, Nagasaki – Kyushu 2014 ตอนที่ 7.1

    เดินทางกันมาจนถึงวันที่ 7 ของทริปครับ วันนี้เราจะย้ายเมืองกันแล้ว ออกจาก Fukuoka ไปยังเมือง Nagasaki เมืองที่หลายคนน่าจะคุ้นชื่อว่าเป็น 1 ใน 2 เมืองที่โดนระเบิดปรมาณูตอนสงครามโลกครั้งที่ 2 นั่นเองครับ (อีกเมืองคือ Hiroshima) ผมและสมาชิกในทริปพยายามออกเดินทางจากสถานี Hakata ตั้งแต่เช้าๆ เพื่อเราจะได้มีเวลาเที่ยวที่ Nasagaki เยอะหน่อย การเดินทางด้วยรถไฟใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ระหว่างที่รอรถออกหิมะก็ลงมาปรอยๆ เป็นละอองสวยงาม พยายามหยิบกล้แงมาถ่ายแต่ก็ได้ภาพไม่สวยเท่าที่เห็น ในใจก็คิดว่าเเออ เราตื่นเต้นอยู่คนเดียวรึเปล่า แต่ก็เห็นคนญี่ปุ่นหยิบโทรศัพท์มาถ่ายรูปบ้างเหมือนกันครับ พอมาถึง Nagasaki ก็ขึ้น Taxi ไปยังโรงแรม Richmond Hotel เพื่อฝากกระเป๋าซะก่อน ตัวโรงแรมอยู่ในโซนที่ดูเป็นแหล่งเที่ยวกลางคืน ผับบาร์เยอะมาก แต่ไม่เปิดเลยครับ เพราะเป็นวันขึ้นปีใหม่พอดี จากโรงแรมก็เดินๆ ไปจนถึงย่าน Chinatown เพื่อหาของกิน ที่นี่มีชื่อเรื่องจัมปง เป็นเมนูเส้นๆ คล้ายราเม็ง แต่เป็นสไตล์จีนมากกว่า เพราะคนจีนอยู่ที่ Nagasaki นี่เพียบเลยครับ

  • |

    Eki Tadashi หม้อไฟและ izakaya ติดสถานี Hakata – Kyushu 2014 ตอนที่ 6.2

    กลับจากการชอปปิ้งที่ Canal City เรากลับมาทานข้าวที่ใกล้ๆ สถานี Hakata ก็คือใกล้ๆโรงแรมด้วยนั่นเองครับ ตอนแรกอยากทานอีกร้านแต่ปิดเพราะเป็นวันสิ้นปีพอดี เดินวนไปวนมาเลือกอยู่ สุดท้ายเข้าร้านนี้ครับ ร้านนี้ชื่อว่า Eki Tadashi ดูหน้าร้านเห็นมีทั้งรูปปลาต่างๆ หม้อไฟ ปลาดิบ ปิ้งย่างพวกยากิโทริ ดูน่าทานดี โชคดีมีที่นั่งเลยไม่ต้องรอคิวครับ ไม่รู้ด้วยความหิวหรือเปล่า สั่งมาเยอะพอสมควรจนตอนท้ายๆ แทบจะทานไม่หมด โดยเฉพาะหม้อไฟที่ตอนสุดท้ายเอาเส้นจัมปงมาใส่ แล้วมันเค็มมาก ไม่แน่ใจว่าเค็มจากน้ำซุปที่งวดหรือเค็มที่ตัวเส้น หรือทั้งสองอย่าง เล็มไปเล็มมาก็ยอมครับ ทานไม่หมดเค็มเกิน

  • |

    Tontoro ร้านราเม็งใน Ramen Stadium – Kyushu 2014 ตอนที่ 6.1

    — สาขานี้ปิดแล้วครับ ถ้าอยากชิมต้องไปที่ Kagoshima ครับ — โปรแกรมวันที่ 6 ของทริปคิวชู เป็นวันที่สบายๆ คือเดินเล่นในห้างครับ เป็นห้างที่ได้รับความนิยมจากทั้งคนญี่ปุ่นเองและนักท่องเที่ยวก็ด้วยเช่นกันครับ ห้างนี้ก็คือ Canal City Hakata นั่นเอง เป็นห้างที่มีร้านค้าหลากหลาย แบรนด์ที่คนไทยนิยมกันนั้นมีหมด ทั้ง ยูนิโคล มูจิ ABC Mart คุ้นๆว่าเห็นชอปของ Onitsuka tiger แว้บๆด้วย คือมาที่เดียวจบเลย จุดเด่นอีกอย่างของที่นี่คือเป็นห้างแบบเปิดโล่ง มีพื้นที่ตรงกลางห้างกว้างๆ ทำให้ดูไม่ตัน และก็มีทางน้ำในห้างตามชื่อ Canal City ด้วยครับ สำหรับอาหารก็มีให้เลือกหลายร้าน หลายชนิด สุดท้า ก็เลือกราเม็งเช่นเคย กินเร็ว อร่อย ถูกปากง่าย โดยที่นี่มีโซนรวมร้านราเม็งอยู่ชื่อโซนว่า Ramen Stadium เป็นการรวมร้านดังๆมาทั้งหมด 8 ร้านครับ คิวยาวพอกันทุกร้าน เห็นร้าน Tontoro นี่เป็นซุปกระดูกหมู ก็เลยเลือกร้านนี้ครับ ตัวร้านจริงๆมีต้นกำเนิดอยู่ที่เมือง Kagoshima ที่อยู่ทางตอนใต้ของเกาะคิวชูนี่เอง

  • | |

    IBrew Craft Beer Bar สถานี Tokyo

    ร้านสุดท้ายของทริปนี้คือร้าน IBrew Craft Beer Bar ครับ (จริงๆไป GoodBeer Faucets ซ้ำอีกที) ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะมาที่ร้านนี้ ตั้งใจไปร้าน Swan Lake Edo Pub แต่เดินไปถึงหน้าร้านปรากฎว่าดันหยุดพิเศษพอดี ก็เลยเปิดมือถือดูรานอื่นๆที่ save ไว้ มีร้านนี้ที่อยู่ไม่ไกลมาก ตัวร้านมีขนาดเล็กพอสมควรครับ ห้องนิดเดียวแล้วเป็นบาร์รอบๆ น่าจะรองรับลุกค้าได้ประมาณ 10-12 คน คือโซนทำอาหารอยู่กลางร้านเลย ตอนแรกที่เข้าไปผมยังต้องยืนแปะๆ ไม่มีที่นั่ง สักพักมีคนออกถึงได้โต๊ะ แต่ไอ้ความเล็กนี่กลายเป็นจุดเด่นอย่างนึง เพราะระหว่างที่จิบเบียร์ไปนั้น เราก็จะได้ดูพนักงานประกอบอาหารทุกๆจานเลย เห็นขั้นตอนการเตรียม การทอด การหั่น ทำให้เห้นว่าไอ้ตู้เย็น และตอนต่างๆที่แน่นๆ อยู่ข้างล่างนั้น มีฟังก์ชั่นการใช้งานยังไง เป็นประสบการณ์ใหม่เหมือนกันครับ กลับมาที่เรื่องเบียร์ สำหรับร้านนี้จะเน้นคราฟท์เบียร์ของญี่ปุ่นครับ คล้ายๆร้าน Craft Beer Market ซึ่งราคาต่อแก้วก็จะถูกกว่าร้านเบียร์ต่างประเทศ โดยราคาจะอยู่ที่แก้วเล็ก 390 เยน (110 บาท) แก้วใหญ่ 690 เยน (200บาท)