ร้านนั่งดื่ม

  • | |

    Baird Beer Taproom สาขา Takadanobaba

    สถานี Takadanobaba เป็นชื่อที่ได้ยินบ่อยเวลานั่ง JR สาย Yamanote ครับ จะอยู่ระหว่าง Ikebukuro และ Shinjuku ซึ่งผมเองก็ไม่เคยมาหรอกครับ แต่จำได้เพราะชื่อมันยาวและเสียงมันตลกดี มาทริปนี้มีโอกาสได้แวะมาลอง Taproom ของเบียร์ยี่ห้อ Baird Beer นับเป็นครั้งแรกเลยครับ สำหรับแบรนด์ Baird Beer นั้นเป็นแบรนด์จากเมือง Shizuoka เจ้าของเป็นฝรั่งแต่ก็มาเปิดโรงเบียร์ในญี่ปุ่นครับ แบรนด์นี้คอคราฟท์เมืองไทยน่าจะเคยได้ยินชื่อมาบ้างเพราะมีจำหน่ายในไทยซักพักแล้ว ตัว Brewer เคยมาต้มตัวพิเศษกับ Chit Beer บนเกาะเกร็ดด้วยครับ กลับมาที่ร้าน Taproom สาขา Takadanobaba อยู่เรียกว่าแทบจะติดทางออกจากสถานีเลยครับ เดินประมาณไม่ถึง 100 เมตรดีก็จะเจอร้าน ตัวร้านอยู่บนชั้น 2 ของตึก เข้าไปในร้านก็จะตกแต่งด้วยไม้จริงๆ เยอะ บรรยกาศเหมือนบ้านญี่ปุ่นโบราณๆ วันที่ไปประมาณ 6 โมงนิดๆ โต๊ะยังพอว่าง แต่แป๊บๆ พนักงานออฟฟิศก็มากันเต็มร้านครับ

  • |

    Hitachino Brewing Lab บาร์ไซส์เล็กของเบียร์นกฮูก สถานี Akihabara

    Hitachino เป็นเบียร์ญี่ปุ่นที่คนไทยรู้จักกันพอสมควร มีคำเรียกติดปากว่าเบียร์นกฮูก ผลิตโดย Kiuchi Brewery ตั้งแต่ปี 1996 ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นโรงสาเกที่มีอายุ 190 ปี สืบทอดกันมา 8 รุ่นแล้วครับ ตัวเบียร์มีชื่อเต็มๆ ว่า Hitachino Nest Beer สำหรับร้านนี้ Hitachino Brewing Lab อยู่ในโครงการ mAAch ecute โครงการที่ทำปรับปรุงสถานีเก่าบนสะพาน Manseibashi ให้กลายเป็นแหล่งชอปปิ้งและร้านอาหารต่างๆครับ บรรยากาศดี มีกลิ่นอายของอดีตแฝงตัวอยู่ (เดี๋ยวแยกเขียนถึงอีกตอนนึง) ขนาดร้านไม่ใหญ่มาก มีที่นั่งด้านนอกนิดหน่อย ที่นี่ก็จะมีขายแต่เบียร์ Hitachino มีทั้งสดและขวด เบียร์สดนั้นมีตัวที่ต้มพิเศษที่นี่โดยเฉพาะด้วย ซึ่งความพิเศษอีกอย่างคือสามารถต้มเบียร์ของเราเองได้ด้วย แต่ต้องจองล่วงหน้ามาครับ อาหารก็เป็นอีกอย่างที่น่าสนใจเพราะเค้าจะเสิร์ฟมาในถ้วยแก้วสาเกเก่า ใช้ชื่อเท่ๆว่า BIN’S FOOD

  • | |

    Devil Craft คราฟท์เบียร์และพิซซ่าสไตล์ชิคาโก้ สถานี Hamamatsucho

    ยังคนวนเวียนรอบๆสถานี Hamamatsucho อยู่ครับ คราวนี้ไปร้านดัง Devil Craft ผมวนเวียนไปร้านนี้ช่วงหัวค่ำ 2 วัน ไม่ได้ที่เลยเพราะลูกค้าจองหมด พนักงานบอกต้องรอคิว 3 ทุ่มโน่น จนวันพอวันที่ 3 เย็นก็กินข้าวร้านอื่น พอ 3 ทุ่มค่อยมา ก็ได้โต๊ะครับ ร้านนี้มี 3 สาขา คือ Gontanda และอีกสาขาคือแถวสถานี Kanda ซึ่งผมเคยไปเมื่อปี 2015 คราวนี้ได้มาลองสาขา Hamamatsucho ครับ อาหารจานเด่นของร้านก็คือพิซซ่าสไตล์ชิคาโก้ ขอบมันจะหนาและสูง คล้ายๆพาย แต่วันนี้ไม่ได้ทานนะครับ ข้าวเย็นแน่นท้องมาแล้ว สั่งแต่ของทานเล่นนิดๆ หน่อยเท่านั้นครับ บรรยากาศในร้านก็สว่างกำลังดี โซนด้านหน้าเป็นโต๊ะนั่งทานอาหาร ตรงนี้แน่นทุกวันเลย ฝั่งซ้ายเป็นโซนยืนจิบๆ ส่วนด้านในจะเป็นโต๊ะและเก้าอี้ทรงสูง มีที่นั่งรอบๆ บาร์ด้วย กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นพนักงานออฟฟิศ ใส่สูทมานั่งจิบเบียร์กันหลังเลิกงานครับ

  • |

    PDX Taproom ร้านนี้เสิร์ฟแต่คราฟท์เบียร์จาก Portland – Shibuya

    ผมข้ามกลับมาฝั่ง Shibuya อีกครั้งครับ แวะไปร้านคราฟท์เบียร์อีกร้าน เป็นร้านที่มีคอนเซปท์ชัดเจนดี คือขายแต่คราฟท์เบียร์จากเมือง Portland รัฐ Oregon ก็เลยเป็นที่มาของชื่อร้าน PDX Taproom (ชื่อย่อสนามบินเมือง Portland) ซึ่งหลายๆ คนก็คงทราบดีว่าเมือง Portland นี่เรียกได้ว่าเป็นเมืองหลวงของฮิปสเตอร์เลยทีเดียว ทำให้ที่นี่มีโรงคราฟท์เบียร์อยู่หลายแห่งครับ ร้านอยู่ห่างจากตัวสถานี Shibuya นอกมาพอสมควร ตัวร้านอยู่บนชั้น 2 ของตึก วันที่ไปถึงลูกค้าแน่นร้านพอสมควรครับ บรรยากาศอบอุ่นใช้ได้เลย พนักงานในร้านมีอยู่ 2 คนชายหญิง น่าจะเป็นเจ้าของนั่นหละครับ

  • |

    Soul Bird คราฟท์เบียร์บาร์ สถานี Hamamatsucho

    ต่อจากร้าน On The Table คืนเดียวกันผมไปที่ร้านชื่อ Soul Bird ครับ ร้านอยู่ใกล้สถานีเช่นกันครับ ประมาณ 150 เมตรเท่านั้น สามารถลงที่ Hamamatsucho หรือ สถานีใต้ดิน Daimon ก็ได้ครับ ตัวร้านขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่มาก เข้าไปด้านในตกแต่งแบบไม้ๆ ผสมปูนเปลือย บริเวณเคาเตอร์อยู่ฝั่งซ้ายมือมีเบียร์สดอยู่ 10 แทป อากาศในร้านอุ่นๆ เปิดเพลงคลอเบาๆ ลูกค้ายังแน่นร้าน ผมไปถึงค่อนข้างดึกแล้ว พนักงานรีบออกมาบอกก่อนว่าสั่งอาหารไม่ได้แล้วนะ ผมบอกไม่เป็นไรมาจิบเบียร์เฉยๆ ก็เลยโอเค ได้โต๊ะนั่งติดกับบาร์ครับ

  • |

    On The Table คราฟท์เบียร์บาร์ สถานี Daimon

    ทริปโตเกียวคราวนี้จองค่อนข้างกระชั้นชิดและเป็นช่วงท่องเที่ยวพอดีทำให้โรงแรมเต็มหมดแล้วครับ จึงได้ใช้บริการของ Airbnb อีกครั้ง ก็เลยได้มาพักฝั่งตะวันออกของโตเกียวอยู่แถวสถานี Hamamatsucho (ปกติพักแต่แถว Shinjuku เป็นหลัก) พอมาพักฝั่งนี้ก็เลยได้ลองไปร้านเบียร์ร้านใหม่ๆอีกหลายร้านครับ ส่วนมากก็เป็นร้านแถวๆ สถานี Hamamatsucho สถานี Daimon นี่แหละครับ ซึ่งโซนนี้จะเป็นคนทำงานเยอะหน่อย ในร้านก็จะเจอ Salary Man ใส่สูทดำมากันเป็นกลุ่มๆ แบบเลิกงานเสร็จก็มา ร้านแรกที่ได้ไปลองชื่อว่าร้าน On The Table โดยร้านนี้เป็นเจ้าของเดียวกับ Goodbeer Faucets ร้านโปรดของผมครับ แต่สาขานี้จะเน้นพนักงานออฟฟิศมากกว่า ตัวร้านอยู่บนชั้น 3 ของตึก GEMS อยู่ห่างจากสถานีเพียง 100 เมตรเท่านั้น

  • |

    Q Club ร้านขายของชำคราฟท์เบียร์ล้นตู้ สถานี Central – Hong Kong

    ร้านนี้ไปเจออย่างไม่ตั้งใจครับ คือทานร้าน Roundhouse กำลังจะเดินไปสถานีรถไฟแล้ว เจอร้าน Q Club อยู่ข้างๆ กัน หน้าร้านมีขวดเบียร์โชว์อยู่เยอะเลย แวะเข้าไป อื้อหือ มีเยอะใช้ได้ เข้ามาด้านในบรรยากาศเหมือนร้านสะดวกซื้อธรรมดา คุณน้าที่เคาท์เตอร์จ่ายเงินก็ดูเป็นคนธรรมดาไม่ได้ดูเป็นแฟนเบียร์อะไรมาก คือดูเป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อนั่นหละครับ ผมหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูป คุณน้าคงงงว่ามึงจะถ่ายทำไม เท่าที่ดูคร่าวๆ ส่วนใหญ่เป็นคราฟท์เบียร์จากอเมริกาเป็นหลัก มียี่ห้อที่ยังไม่เข้าไทยอยู่บ้านเช่นเจ้าดัง Sierra Nevada, Lagunitas และ Dogfish Head เป็นต้น ถึงแม้ว่าเบียร์จะดึงความสนใจไปหมดแต่ในร้านก็ยังมีของใช้อื่นๆ เหมือนร้านสะดวกซื้อขายด้วยเช่นกันครับ

  • |

    Roundhouse คราฟท์เบียร์บาร์ สถานี Central – Hong Kong

    อีกหนึ่งร้านเบียร์ในทริปฮ่องกงคราวนี้คือ Roundhouse Taproom ครับ ตัวร้านอยู่แถวสถานี Central ห่างจากสถานีประมาณ 800 เมตร แต่มันดันเป็นเดินขึ้นเขา ถึงร้านปุ๊บก็เหนื่อยประมาณนึงเลยครับ จริงๆ มาจากสถานี Sheung Wan ก็พอๆ กันสะดวกสถานีไหนก็ลงที่นั่นครับ ที่ร้านมีเบียร์สดทั้งหมด 27 แทปเยอะพอสมควรผสมกันทั้งนำเข้าและเจ้าในประเทศ ความเจ๋งอย่างนึงคือลิสต์เบียร์ของร้านจะอยู่ใน iPad ซึ่งจะมีบรรยายรายละเอียดเกี่ยวกับเบียร์ และก็ยังมีเรตติ้งต่างๆ ทำให้ง่ายในการตัดสินใจว่าจะลองตัวไหนดี นอกจากเบียร์ที่นี่มีอาหารสไตล์เท็กซัสเสิร์ฟครับ พวกสายรมควัน บาร์บีคิว มีบริสเกต ชอร์ทริบส์ ไส้กรอกอะไรอย่างนี้ น่ารับประทานมากๆ แต่ผมอิ่มแล้วเลยลองได้แค่บริสเกตไซส์เล็กครับ อร่อยใช้ได้

  • |

    TAP The Ale Project คราฟท์เบียร์บาร์ สถานี Mong Kok – Hong Kong

    จากงาน Beertopia วันที่ 2 ผมออกเดินทางมาที่ย่าน Mong Kok ย่านขายของวัยรุ่นยอดนิยม พวกเสื้อผ้า รองเท้านี่ติดกับเป็นแผงเลยครับ ค่อยๆ เดินลัดเลาะไปจนถึงร้าน ‘TAP’ ที่ย่อมาจาก TAP The Ale Project บรรยากาศคืนวันเสาร์คนเยอะแน่นร้านครับ เกือบจะไม่ได้ที่แล้ว ได้ไปยืนอยู่ที่ปลายโต๊ะยาวกลางร้านครับ ได้เจอทีมคนไทยที่มาในงาน Beertopia ด้วยเช่นกัน ร้านนี้มีเบียร์สดทั้งหมด 18 แทป เป็นทั้งคราฟท์นำเข้าจากต่างประเทศผสมกับแบรนด์ที่ต้มในฮ่องกงครับ สำหรับอาหารก็มีเป็นของทานเล่นแล้วก็มีแซนด์วิชเป็น Signature ของร้านครับ ผมอิ่มแล้วเลยได้ลองแค่อย่างเดียว