ร้านนั่งดื่ม

  • | |

    จิบเบียร์ที่บาร์บรรยากาศดี Buxton Tap House เมือง Buxton – ประเทศอังกฤษ

    ผมออกเดินทางจากลอนดอนที่สถานี London Euston ตอนประมาณ 10 โมงกว่า ขึ้นรถไฟ Virgin Train มุ่งหน้าสู่เมืองแมนเชสเตอร์ที่อยู่ขึ้นไปทางเหนือประมาณ 320 กิโลเมตร โดยการเดินใช้เวลาราว 2 ชั่วโมงครับ มาถึงแมนเชสเตอร์ที่สถานี Manchester Piccadilly ช่วงเที่ยงๆ มึนทางนิดหน่อยจนงมๆมาขึ้น loop bus ด้านหน้าสถานี เป็นรถฟรีครับ มาลงที่พัก Airbnb ที่จองไว้เจอหน้าเจ้าของห้อง พูดคุยนิดหน่อยแล้วรีบกลับไปยังสถานีเพราได้จองตั๋วไปเมือง Buxton เอาไว้แล้ว รถไฟจากแมนเชสเตอร์ถึง Buxton ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครับ เดินจากสถานีมานิดเดียวก็จะเจอเป้าหมายแรกของเราในวันนี้นั่นก็คือ Buxton Tap house

  • |

    Euston Tap คราฟท์เบียร์บาร์สองฝั่งถนนหน้าสถานี Euston – London

    ร้านเบียร์ร้านสุดท้ายในลอนดอนคือร้านนี้ Euston Tap ครับ เป็นร้านที่อยู่หน้าสถานี Euston ซึ่งวันรุ่งขึ้นผมก็ต้องกลับมาอีกเพื่อขึ้นรถไฟไปยังแมนเชสเตอร์นั่นเอง ความแปลกของร้านนี้ก็คือตัวร้านจะแยกกันสองตึก หน้าตาโบราณๆ เหมือนซุ้มประตูอะไรประมาณนี้ครับ เดินดูสองฝั่งแล้วก็เลือกนั่งตัวร้านฝั่งซ้ายมือครับ รู้สึกว่าจะมีบันไดขึ้นไปชั้นสองด้วยแต่ผมไม่ได้ขึ้นไปครับ ภายในกลิ่นอับๆ แบบร้านเหล้า ฮ่าๆ ช่วงค่ำๆที่ไปมีลูกค้าอยู่หลายคนครับ ยืนแปะตามบาร์รอบๆ ร้าน ที่นี่มีเบียร์สดทั้งแบบ Keg และ Cask Ale นอกจากนี้ก็มี เบียร์ขวดแช่อยู่ในตู้เยอะพอสมควรครับ

  • |

    จิบเบียร์สดที่โรงเบียร์ Mondo Brewing – London

    สำหรับที่นี่ Mondo Brewing เป็นโรงสุดท้ายในลอนดอนที่ผมได้แวะไปครับ แวะไปหลังจากทานข้าวที่ The Ledbury เสร็จ ซึ่งเป็นวันที่ฝนตกยาวทั้งวัน การเดินทางเลยลำบากนิดหน่อย และตัวโรง Mondo เองก็อยู่ค่อนข้างไกลนิดหน่อย ตรงข้ามฝั่งแม่น้ำมาทางทิศใต้ครับ เดินฝ่าฝนจากป้ายรถเมล์ก็มาถึงหน้าโรง เป็นอาคารก่ออิฐดูเท่ไปอีกแบบ ที่นี่เปิด 4 วันต่อสัปดาห์ คือ พุธ-เสาร์ครับ วันเสาร์เปิดตั้งแต่บ่ายสองพอเดินเข้าประตูไป โรงต้มก็จะอยู่ขวามือ มองเห็นถังหมักอะไรอย่างนี้ ส่วนฝั่งซ้ายมือเป็นแทปรูมครับ มี 15 หัวแทป แต่วันนี้จัมป์แค่ 11 ตัว แล้วก็มีเบียร์ขวดในตู้เย็น ผมไปถึงช่วงห้าโมงกว่าหกโมงนี่ก้มีลูกค้านั่งอยู่ สามสี่กลุ่มแล้วครับ โดยบริเวณบาร์มีคุณลุงดูกวนๆ สไตล์อังกฤษ ถามนู่นถามนี่พวกเรา ประมาณว่าแกคงงงว่าพวกเอเชียมาโผล่โรงนี้ได้ยังไง ไม่พอยังแซวผมเรื่องไม่ใช้กระเป๋าสตางค์ แบบ นี่รู้รึเปล่าพวกเรามีสิ่งที่เรียกว่ากระเป๋าสตางค์นะ คือผมเอาเหรียญทั้งหมดใส่ถุงซิปลอคเพราะมันหยิบสะดวกดี กวน(ตีน)มาก

  • | |

    บรรยากาศงาน Great British Beer Festival ครั้งที่ 40 – London

    นอกจากงาน London Craft Beer Festival แล้ว ผมยังมีโอกาสได้ไปงานเบียร์อีกงานชื่อ Great British Beer Festival ด้วยครับซึ่งจริงๆ แล้ว GBBF นี่ยิ่งใหญ่และเก่าแก่กว่าเยอะ คือปีนี้เป็นปีที่ 40! จำนวนเบียร์มีมากกว่า 900 ตัวเลยครับ ตอนแรกผมลังเลว่าจะมาดีไหม แต่เพื่อนชาวต่างชาติที่ไปเจอที่ร้าน Craft Beer Co. บอกว่าอย่าพลาดๆ ก็เลยลองไปดู งานจัดที่ Olympia London เป็นฮอลล์ใหญ่ๆ โครงสร้างเหล็ก มีหลายอาคารติดกัน อารมณ์ประมาณว่าเป็นที่จัดงานแสดงสินค้า มีความคล้ายอิมแพคแต่เป็นแบบเก่าแก่หน่อยครับ วันที่ไปนี่คือวันแรกของงานเลย คนมารอเข้างานยาวเฟื้อย มีคุณลุงมาเป็นอาสาสมัครในการดูแลตรวจสอบให้ คือแก่แบบว่าทำกันมาตั้งแต่งานครั้งแรกเลยรึเปล่า ฮ่าๆ พอเข้ามาในงานก็ต้องเดินไปซื้อแก้วครับ มีหลายไซส์ โดยถ้าเราเอามาคืนตอนกลับก็จะได้เงินคืนด้วย

  • |

    The Craft Beer Co. คราฟท์เบียร์บาร์ สาขา Covent Garden – London

    The Craft Beer Co เป็นร้านคราฟท์เบียร์ที่มีหลายสาขากระจายตัวอยู่ทั่วลอนดอนครับ นอกลอนดอนมีอีกสาขาอยู่ที่เมือง Brighton สำหรับสาขาที่ผมไปลองวันนี้ คือสาขา Covent Garden อยู่ใกล้ๆ สถานี Tottenham Court ครับ ตอนแรกตั้งใจจะมาทานเบียร์ตามปกติ พอมาถึง อ้าว กลายเป็นมีงาน Siren Craft Brew Tap Takeover อยู่ครับ 20 กว่าแทปเบียร์สด และ Cask Ale อีก 9 หัวเป็น Siren Craft หมดเลย นอกจากนี้ก็มีตัว Brewer มาประจำอยู่ด้วย ก็เลยมีโอกาสได้พูดคุยนิดหน่อยครับ ตัวร้านเป็นแนวยาวๆ บนชั้นหนึ่งนี่คุ้นๆ ว่าไม่มีโต๊ะนั่งครับ จะเป็นบาร์พร้อมสตูลหันออกนอกร้าน ส่วนด้านนอกรอบร้านก็สามารถยืนจิบได้ครับ แต่ต้องอยู่หลังเชือที่เค้ากั้นเอาไว้ สำหรับโต๊ะนั่งจะลงไปชั้นใต้ดิน บรรยากาศข้างล่างมืดๆ สลัวๆ

  • |

    The Axe คราฟท์เบียร์บาร์ ถนน Northwold สถานี Stoke Newington – London

    สำหรับร้าน The Axe นี้เป็นร้านที่ผมไปต่อหลังจากเลิกงาน London Craft Beer Festival ครับ คือพอจบงานตอน 5 โมง ก็กะว่าจะเอาของไปเก็บที่พักแป๊บนึงเพราะพะรุงพะรังมากๆ ทีนี้พักสายตาแป๊บ ตื่นมาอีกที 2 ทุ่มครับ ฮ่าๆ รีบขึ้นรถเมล์ไปร้านเลย ตัวร้านอยู่บนถนน Northwold ถ้ามารถไฟก็ลงสถานี Stoke Newington (Overground) ครับ ร้านอยู่ตรงโค้งๆ พอดี เปิดเข้าไปในร้านคนแน่นและวุ่นวายพอสมควร เพราะวันนี้เค้ามีเบียร์ Other Half เจ้าดังจากนิวยอร์คมาหลายตัวเลย แต่ด้วยความที่พวกเราดันเมาแล้วเผลอหลับไป มาถึง Other Half ก็หมดไปหลายตัวแล้วครับ เหลืออยู่แค่ ตัวสองตัว แล้วกว่าจะสั่งได้ก็ค่อนข้างลำบาก เพราะคนเยอะในบาร์วุ่นวายมากๆ โชคดีมีโต๊ะว่าง ได้นั่งพอดี

  • |

    The Fox Craft Beer House ถนน Kingsland สถานี Haggerston – London

    คืนวันเสาร์หลังจากออกไปตระเวณที่ Tiny Rebel และ Deya ผมก็นั่งรถไฟกลับมาถึง London ประมาณ 3 ทุ่มกว่า แล้วก็หาข้าวทานเป็นร้านอาหารตุรกีชื่อ Mangal แนวปิ้งๆ (Kebab เดี๋ยวเล่าละเอียดๆ อีกทีครับ) กินเสร็จก็ขึ้นรถเมล์หาเบียร์จิบก่อนนอนมาลงที่ร้าน The Fox ซึ่งอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่ ตัวร้านอยู่บนถนน Kingsland ซึ่งไม่ไกลจากที่พัก Airbnb ของผมเท่าไหร่ครับประมาณ 1 กิโลเมตรเท่านั้น ถ้าเดินทางด้วยรถไฟก็ลงสถานี Haggerston (overground) ร้านจะเป็นตึกทรงโบราณๆ เพราะมีอายุเก่ากว่าร้อยปีตั้งแต่ปี 1881 เลยทีเดียวครับ ด้านหน้าร้านมีโต๊ะนั่งอยู่สองสามตัว ข้างในคนแน่นและก็ค่อนข้างร้อนผมเลยซื้อเบียร์ออกมานั่งข้างนอก แต่นั่งได้แป๊บเดียวพี่การ์ดก็มาบอกว่าให้เข้าไปนั่งข้างในเพราะเลยเวลาแล้ว ประมาณซักเกือบๆ 5 ทุ่ม ถ้าจำไม่ผิด เข้ามานั่งข้างในได้ซักพัก พอจะสั่งเบียร์เพิ่มประมาณ 5 ทุ่มครึ่ง เดินไปพนักงานบอกปิดบาร์แล้วจ้าเพราะร้านปิดเที่ยงคืนครับ

  • |

    จิบเบียร์ที่โรง Deya น้องใหม่เจ้าดัง เมือง Cheltenham – อังกฤษ

    จากโรง Tiny Rebel ผมนั่งแทกซี่ฝ่าฝนกลับมาถึงสถานี Newport Gwent อย่างฉิวเฉียดเพราะจองตั๋วรถไฟเพื่อที่ไปยังเมืองเล็กๆ ชื่อไม่คุ้นหูว่า Cheltenham เอาไว้แล้ว ถ้าพลาดนี่รออีกนานเลย การเดินทางจาก Newport มาลงสถานี Cheltenham Spa ใช้เวลาประมาณ 50 นาทีครับ เป้าหมายที่ Cheltenham ก็คือโรงเบียร์ที่ชื่อว่า Deya ครับ เป็นโรงน้องใหม่ที่เริ่มดังพอสมควร เพราเบียร์ที่ทำออกมานี่รสชาติดีเลยทีเดียว ล่าสุด Deya ยังได้ไปทำตัวพิเศษร่วมกับเจ้าใหญ่อย่าง Cloudwater และ Northern Monk (ตัวเบียร์ชื่อ Awkward Phase) ที่รู้จักเจ้านี้ก็เพราะว่ามีน้องที่สนิทกันเอาตัว Steady Rolling Man เป็น Pale Ale มาแชร์เมื่อเดือนมีนาคม อร่อยเลย ติดหวานผสมขม มีส้ม หอม ทานลื่นมาก พอมีโอกาสมาอังกฤษ เปิดแผนที่ดูก็ เออ เดินทางไม่ยากมาก ลองแวะดู

  • งานเปิดตัวเบียร์ Postmark จากแคนาดาที่ร้าน Taproom 26

    วันก่อนมีโอกาสได้กลับไปที่ร้าน Taproom สาขาสุขุมวิท 26 อีกครั้งเพื่อร่วมงานเปิดตัวเบียร์นำเข้าแบรนด์ใหม่จากเมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดาครับ ชื่อแบรนด์ว่า ‘Postmark’ ตอนเดินทางมานี่เจอฝนชุดใหญ่ไป เกือบจะมาไม่ทันเวลานัดเลย ฮ่าๆ งานเริ่มช่วงเย็นๆ โดยมีคุณ Steve Thorp Co-Founder ของ Postmark มาเล่าประวัติ ที่มาที่ไปของแบรนด์ และคอนเซ็ปท์ของแบรนด์ คุณ Steve เล่าว่า ปีนี้เป็นปีที่ 3 ของ Postmark ซึ่งทางแบรนด์วางตัวเป็น session beer คือดื่มง่าย ดื่มสบายเรื่อยๆ ทั้งวัน เหมือนกับเบียร์เบาๆ ของเจ้าใหญ่ แต่แตกต่างตรงที่สไตล์เบียร์ ความหลากหลายในรสชาติและการเลือกใช้วัตถุดิบที่ดี เนื้อเบียร์คลีน มีคุณภาพครับ นอกจากเรื่องรสชาติของเบียร์แล้วก็ยังมีเรื่องราวของของแบรนด์และเทศกาลหรืองานต่างๆ ที่ทาง Postmark ได้ไปร่วมงานเป็นพาร์ทเนอร์ เป็นผู้สนับสนุน ส่วนใหญ่ก็จะเน้นกิจกรรมที่อยู่ในแวนคูเวอร์เป็นหลัก เช่น งาน SeaWheeze, Pacific Foundation, Canada Sevens (รักบี้เจ็ดคน) ระหว่างเล่าเรื่องก็จะมีเบียร์ให้ได้ลองชิมทั้งหมด 5…