• Tonkatsu Taro หมูทอดทงคัตสึ สาขา Chatan เกาะ Okinawa

    หลังจากทาานสึเคะเม็งที่ร้าน Keijiro แล้ว ก็ได้เวลาออกเดินทางครับ เราขับรถที่เช่ามาไปทางิทศตะวันออกประมาณ 5 กิโลเมตร แวะเที่ยวกันที่ปราสาทสำคัญของเกาะ Shurijo Castle นั่นเอง (ปัจจุบันโดนไฟไหม้ไปเกือบหมดแล้ว น่าเสียดายมากครับ) เสร็จช่วงบ่ายแก่ๆ เราก็เดินทางขึ้นเหนือไปที่หาด Chatan แถว  American Village เพื่อเข้าพักที่โรงแรม The Beach Tower Okinawa เช็คอิน พักผ่อน จนค่ำๆ ถึงได้ออกมาทานข้าวเย็นครับ ทีแรกมีร้านที่อยากกินคือ Kinpaginpa ปรากฎว่าโดนจองข้ามวัน (สรุปร้านนี้ก็อดกินทั้งทริปเพราะโดนจองยาว) สุดท้ายมาลงเอยที่ร้านรร้านหมูทอดชื่อ ทงคัตสึทาโร่ ครับ

  • Menya Keijiro สึเคะเม็งและมาเสะเม็งร้านอร่อยบนเกาะ Okinawa

    เช้าวันรุ่งขึ้นในทริปโอกินาว่าของเราคราวนี้ ตามโปรแกรมก็คือไปรับรถเช่า ทานข้าวแล้วก็ขับรถขึ้นเหนือ แวะเที่ยวตามที่ต่างๆ แล้วไปพักแถว Chatan Beach ครับ ก่อนออกเดินทางก็เลยแวะทานอาหารซักหนึ่งมื้อ เป็นร้านราเม็งชื่อ Keijiro ครับ ร้านนี้เป็นร้านท้องถิ่นของ Okinawa เข้าใจว่ามีทั้งหมด 6 สาขาบนเกาะ สาขาที่ไปนี่อยู่ในเมือง Naha ไม่ไกลจากโรงแรมครับ ขนาดร้านกลางๆ มีที่นั่งพอสมควร มีโซนโต๊ะและก็โซนเคาท์เตอร์บาร์ ตกแต่งเน้นไม้สีธรรมชาติเป็นหลักครับ คลอในร้านด้วยเสีบงเพลงเรกเก้ ตัวเมนูมีภาษาอังกฤษและรูปให้ดูและพนักงานก็พูดอังกฤษได้

  • Aoi Ya Ryukyu ร้าน Izakaya สไตล์โอกินาว่า เมือง Naha, Okinawa

    เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้วผมได้ไปเที่ยวที่ Okinawa เป็นครั้งที่ 2 ครับ คราวแรกไปกึ่งๆ ดูงาน มาคราวนี้ไปเที่ยวกับที่บ้านเต็มๆ ครับ เราออกเดินทางจากสุวรรณภูมิช่วงสายๆ ด้วยสายการบิน China Airlines แวะเปลี่ยนเครื่องที่ Taoyuan และมาถึง Naha ช่วงค่ำๆ พอดี จากสนามบินนั่งแทกซี่ไปยังโรงแรม Naha West Inn ที่อยู่ห่างนิดเดียวครับ เช็คอิน เก็บของ แล้วก็ออกมาหาอาหารเย็นทานครับ ด้วยความที่ดึกแล้วก็เลยเอาร้านใกล้ๆ โรงแรม เดินไปได้เลย ชื่อร้านว่า Aoi Ya เป็นร้านแบบกึ่งๆ กินดื่มนิดหน่อย รายการอาหารมีให้เลือกไม่เยอะมาก และราคาก็ค่อนข้างสูง คือน่าจะเน้นนักท่องเที่ยวเป็นหลัก เรารอโต๊ะอยู่ข้างนอกนานพอสมควร อาการค่อนข้างร้อนชื้นด้วย 

  • Brouwerij de Molen ทัวร์และจิบเบียร์ที่โรงดังของเนเธอร์แลนด์

    เดินมาถึงวันที่ 4 ของทริป ซึ่งวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายของผมและพี่ชายครับเนื่องจากติดธุระ (แต่ชาวคณะท่านอื่นๆ ยังอยู่ต่อนะครับ) เราออกเดินทางขึ้นเหนือจากเมือง Eindhoven ประมาณ 120 กิโลเมตร แล้วก็แวะเที่ยวที่เมือง Gouda ต้นกำเนิดของชีส Gouda นั่นเอง ที่นี่เราแวะดูการประมูลชีสที่จัตุรัสใจกลางเมืองแล้วก็แวะซื้อชีสจากตลาดนัดใกล้ๆ ครับ มีไซส์เล็กไส์ใหญ่หลายรส รวมถึงของทานเล่นอื่นๆ อย่างไส้กรอกแห้ง แฮม เป็นต้น เสร็จก็เดินทางกันต่ออีกนิดเดียวไปยังเมือง Bodegraven ที่อยู่ติดกัน เพื่อทานอาหารกลางวันและเยี่ยมชมโรงเบียร์ Brouwerij De Molen ครับ โดยเรารับประทานอาหารและเบียร์ ที่ด้านล่างขอกังหันนั่นเอง

  • Bavaria ทัวร์โรงและจิบเบียร์ที่เมือง Lieshout ประเทศเนเธอร์แลนด์

    ช่วงบ่ายหลังจากจบการทัวร์ที่โรง La Trappe วัด Koningshoeven เราเดินทางกันต่อไปยังทิศตะวันออกราวๆ 40 กว่ากิโลเมตร ไปยังเมือง Lieshout ซึ่งเราจะมาแวะชมโรงเบียร์ใหญ่ Bavaria นั่นเองครับ มาถึงด้านหน้าอาคารออฟฟิศก็มีธงชาติไทยอยู่บนเสาเพื่อต้อนรับพวกเราจากเมืองไทยด้วย มาถึงก็มีการต้อนรับจากเจ้าหน้าที่แนะนำข้อมูลต่างๆ ก่อนที่จะพาคณะของเราไปเยี่ยมชมส่วนการผลิต ซึ่งเราจะต้องข้ามสะพานโลกขนาดใหญ่และยาวไปยังฝั่งที่เป็นโรงการผลิตครับ ถึงฝั่งการผลิตก็ต้องใส่ชุด หมวก และเปลี่ยนรองเท้าเพื่อให้ได้มาตราฐานความสะอาดและปลอดภัยครับ ตัวโกดังขนาดเบ้อเริ่มเลย เราดูโซนของการแพคเกจจิ้งก่อน  เป็นระบบหุ่นยนต์เกือบทั้งหมด เสร็จก็มายังโซนห้องต้ม หม้อต้มขนาดใหญ่เบ้อเริ่มเช่นกัน

  • La Trappe ทัวร์และจิบเบียร์พระทำที่โรงแทรพพิสต์เบียร์เจ้าดัง เนเธอร์แลนด์

    จากโรง De Dochter van de Korenaar เราเดินทางขึ้นเหนือจากฝั่งเบลเยี่ยมกลับเข้ามาในเนเธอร์แลนด์ ประมาณ 28 กิโลเมตร ก็มาถึงเมือง Tilburg ที่ตั้งของโรงเบียร์แห่งที่สองในวันนี้ ในคือ Koningshoeven หรือที่เราคุ้นชื่อแบรนด์ La Trappe นั่นเอง พอมาถึงก็ไปรับประทานอาหารเที่ยงกันที่ Tasting Hall กันครับ มื้อนี้เป็น Open Sandwich แบบบุฟเฟต์ ใครอยากทานอะไรก็เดินไปตัก  ระหว่างมื้อก็จะมีเบียร์ La Trappe ตัวต่างๆ ให้สั่งด้วย พอทานข้าวเสร็จกันเรียบร้อยก็มารวมกัน แล้วก็เข้าไปชม video ประวัติความเป็นมาต่างๆ ของโรง ก่อนจะไปเดินทัวร์ในส่วนของโรงเบียร์ครับ โดยมีเจ้าหน้าที่พาเราชมส่วนต่างๆ ซึ่งมีข้อห้ามนิดนึงคือห้ามถ่ายวิดิโอ

  • De Dochter van de Korenaar ทัวร์โรงเบียร์และจิบเบียร์ที่ชายแดนเบลเยี่ยม-เนเธอร์แลนด์

    วันที่สามของทริปคณะของเราออกเดินทางแต่เช้าเช่นเคยครับ โดยคราวนี้ไปทางทิศตะวันตกจากเมือง Eindhoven ประมาณราวๆ 60 กิโลเมตร จุดหมายคือเมือง Baarle-Hertog ซึ่งความสนุกของเมืองนี้คือเป็นโซนที่พรมแดนของสองประเทศ (เบลเยี่ยมและเนเธอร์แลนด์) มันสลับ ซ้อน ยึกไปยึกมา บางบ้านหน้าบ้านอยู่เบลเยี่ยมห้องครัวอยู่เนเธอร์แลนด์ (ดูแผนที่ด้านล่างประกอบครับ) แน่นอนว่าโรงเบียร์แรงของวันนี้ที่เรามากัน ก็ตั้งอยู่บนพื้นที่ของทั้งสองประเทศเช่นกัน โรงเบียร์นี้มีชื่อว่า De Dochter van de Korenaar ครับ

  • Van Moll คราฟท์เบียร์บาร์บรรยากาศดี 24 แทป เมือง Eindhoven

    คืนที่ 2 ในเมือง Eindhoven หลังจากที่คณะของเรากลับจากพิพิธภัณฑ์และชอปปิ้งที่ Outlet คืนนี้ไม่มีโปรแกรมต่อ ใครจะไปไหนก็ได้  กลุ่มที่จะดื่มต่อก็มาเจอกันที่ร้านคราฟท์เบียร์บาร์ โซนกลางเมืองชื่อร้านว่า Van Moll ครับ อยู่ห่างจากร้านเมื่อคืน (Drinkers Pub) นิดเดียว ตัวร้านขนาดค่อนข้างกว้างเข้ามาปุ๊บจะมีสเตปขึ้นชั้นลอย บรรยากาศดูสบายๆ ตกแต่งดูทันสมัย สลัวๆ แต่ไม่มืดมาก บาร์อยู่ฝั่งซ้ายมือครับ มีมุมขายของที่ระลึก ที่นั่งตรงโซนนี้จะเป็นโต๊ะสูงเก้าอี้สูง ส่วนชั้นล่างจะมีโซฟา และโต๊ะเตี้ยครับ

  • Bocholter Brouwerijmuseum พิพิธภัณฑ์โรงเบียร์ Martens เมือง Bocholt

    จากโรง Achel คณะของเราเดินทางลงใต้ต่ออีกประมาณ 20 กิโลเมตรในประเทศเบลเยี่ยม มีจุดหมายคือ เมือง Bocholt ครับ ที่นี่เราจะมาแวะเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ Bocholter Brouwerijmuseum ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับโรงเบียร์ Martens (เจ้าของโรงก็คือเจ้าของพิพิธภัณฑ์นั่นเอง) มาถึงเราก็นั่งจิบเบียร์กันที่ร้าน Brasserie DE TORENKRUIER ใกล้ๆ กับตัวโรง ซักพักก็ไปเยี่ยมชมตัวพิพิธภัณฑ์กันครับ