Bocholter Brouwerijmuseum พิพิธภัณฑ์โรงเบียร์ Martens เมือง Bocholt

จากโรง Achel คณะของเราเดินทางลงใต้ต่ออีกประมาณ 20 กิโลเมตรในประเทศเบลเยี่ยม มีจุดหมายคือ เมือง Bocholt ครับ

ที่นี่เราจะมาแวะเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ Bocholter Brouwerijmuseum ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับโรงเบียร์ Martens (เจ้าของโรงก็คือเจ้าของพิพิธภัณฑ์นั่นเอง)

มาถึงเราก็นั่งจิบเบียร์กันที่ร้าน Brasserie DE TORENKRUIER ใกล้ๆ กับตัวโรง ซักพักก็ไปเยี่ยมชมตัวพิพิธภัณฑ์กันครับ

ด้านหน้าโรง Martens
โรง Martens
ทางเข้าพิพิธภัณฑ์
ป้ายพิพิธภัณฑ์
ตัวอาคาร
ป้ายพิพิธภัณฑ์
อุปกรณ์โบราณ
รูปเก่าๆ
ต้นตระกูลของ Martens
บรรยากาศภายในชั้นแรกของพิพิธภัณฑ์ เป็นแทปรูมแบบโบราณ
บรรยากาศภายในชั้นแรกของพิพิธภัณฑ์
ชุดเครื่องต้มโบราณ
ชุดเครื่องต้มโบราณ
ชุดเครื่องต้มโบราณ
ชุดเครื่องต้มโบราณ
ชุดเครื่องต้มโบราณ
ชุดเครื่องต้มโบราณ
แบบจำลองโรงต้ม
ตัวอย่างมอลต์ วัตถุดิบสำหรับการต้มเบียร์
ตัวอย่างฮอปส์ วัตถุดิบสำหรับการต้มเบียร์
เครื่องบรรจุขวดแบบโบราณ
เครื่องแปะฉลาก
เครื่องล้างขวด
เครื่องทำน้ำ Lemonade
อันนี้เครื่องบรรจุแบบทันสมัยหน่อยแล้วครับ
แบรนด์ Krones แบรนด์เก่าแก่ที่ยังเป็นเจ้าตลาดมาถึงปัจจุบัน
เครื่องบรรจุน้ำอัดลม
บรรยากาศภายในพิพิธภัณฑ์
บรรยากาศภายในพิพิธภัณฑ์
บรรยากาศภายในพิพิธภัณฑ์
แก้วแบบต่างๆ
ปั๊มป์
ผังของโรงเบียร์
ผังของโรงเบียร์
แก้วแบบต่างๆ
ฉลากแบบต่างๆ และที่รองแก้ว (coaster)
ถังบาร์เรล
ถังบาร์เรล
Cooling Machine หรือระบบทำความเย็น
Cooling Machine หรือระบบทำความเย็น
ยี่ห้อ Linde ซึ่งก็ยังดำเนินการมาถึงปัจจุบันเช่นกัน
ชุดต้มที่เราเห็นจากด้านบนตะกี๊
เครื่องบรรจุบาร์เรล
อันนี้น่าจะเป็นเครื่องทำความสะอาดบาร์เรล
ระบบกรองเบียร์
ระบบกรองเบียร์
เสร็จทัวร์เราก็ข้ามกลับมาดื่มเบียร์และทานอาหารที่ร้าน DE TORENKRUIER
Sezoens Blond เป็นสไตล์ Saison ครับ เบียร์ซ่า ออกฟรุตตี้ รสหวาน ใส มีขมอ่อนๆ
แก้วนี้ Steenbrugge จากโรง De Gouden Boom เป็นสไตล์ Belgian Blonde
สุดท้ายเป็น Pilsner ของโรง Martens ซ่าๆ ออกมอลตี้ครับ
ทานข้าวเสร็จก็มาดูโบสถ์ที่อยู่กลางเมือง ชื่อ Sint-Laurenskerk
ทางเข้า
ภายในโบสถ์

โดยคุณ Fons Martens เจ้าของรุ่นที่ 8 เป็นผู้มาต้อนรับ และก็พาเราเข้าชมภายในพิพิธภัณฑ์ด้วยตัวเอง ซึ่งที่นี่จะรวบรวมของเก่าแก่ตั้งแต่สมัยก่อน ทั้งของโรง Martens เอง และบางชิ้นก็มาจากโรงอื่นๆ ครับ

สำหรับประวัติของโรง Martens นั้นย้อนกลับไปได้ถึงปี 1758 หรือกว่า 260 ปีเลยครับ โดยมีผู้ก่อตั้งคนแรกคือ Adriaan Geerkens และภรรยาของเขา Isabella Geebelen ได้เปิดกิจการโรงเตี๊ยมในหมู่บ้าน Bocholt ชื่อ De Star ซึ่งมีเบียร์ที่ Adriaan ต้มเองเสิร์ฟให้แขกได้ดื่มด้วย 

นอกจากต้มขายในโรงเตี๊ยมแล้ว Adriaan ก็ยังต้มเบียร์ให้กับชาวนาในละแวกนั้นด้วย โดยชาวนาก็จะขนวัตถุดิบต่างๆ มา และจ่ายค่าจ้างให้กับเขา ตัว Adriaan เองเสียชีวิตในปี 1783 ภรรยาของเขาก็ดูแลกิจการต่อ

มาถึงปี 1792 ก็เป็นรุ่นที่ 2 ของโรง เมื่อ Catharina-Elisabeth ลูกสาวของ Isabella ก็ได้แต่งงานกับ Jean-Laurent Schrijvers และดูแลโรงเตี๊ยมและโรงเบียร์ต่อ

รุ่นที่ 3 เริ่มในปี 1823 เมื่อ Anna-Isabella ลูกสาวของ Catharina-Elisabeth และ Jean-Laurent แต่งงานกับ Theodorus Martens สืบทอดกิจการของตระกูลต่อ ซึ่งในยุคนี้เศรษฐกิจเติบโตเป็นอย่างดี ทำให้เมืองเจริญตามส่งผลดีกับกิจการของทั้งคู่

ผ่านมาราว 30 ปี ในปี 1852 ลูกชายของ Theodorus ชื่อ Frans Martens เป็นรุ่นที่ 4 รับช่วงต่อจากพ่อ ในปีนี้เองโรงเบียร์หลายๆ โรงต้องปิดตัวไปเนื่องจากกฎหมายใหม่ จุดนี้ Frans เองเห็นช่องทางที่จะขายเบียร์ออกไปนอก Bocholt และก็ประสบความสำเร็จอย่างที่คาดไว้ จึงต้องมีการขยับขยายโรงมาอยู่อีกฝั่งของถนน ซึ่งโรงดั้งเดิมนี้ก็ยังอยู่มาจนถังปัจจุบัน 

ระหว่างปี 1888-1923 เป็นรุ่นที่ 5 มี Jean Martens เป็นผู้ดูแลกิจการ ซึ่งเป็นช่วงที่หนักหนาสำหรับโรงเบียร์ หลายโรงต้องปิดตัวลงอีกครั้งเนื่องจากสงครามโลกครั้ง 1 แต่ก็เป็นโชคดีของโรง Martens เพราะอยู่ในโลเคชั่นที่ดี ใกล้คลองและรถไฟทำให้สามารถส่งไปขายต่างถิ่นได้ นอกจากนี้ช่วงสงคราม เยอรมันเลือกให้โรงเป็นโรงเบียร์หลักในโซนนี้ ก็เลยยังพอจะขายเบียร์ได้

สำหรับรุ่นที่ 6 เริ่มขึ้นในปี 1923 เมื่อ Frans Martens เข้ามาดูแลโรงต่อ เป็นคนแรกที่เริ่มเอาเบียร์ใส่ขวดขาย แต่กิจการก็มาสะดุดลงในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ตัวโรงต้องหยุดการผลิตไป หลังสงครามจบลงจึงได้กลับมาดำเนินการใหม่ ซึ่ง Frans เองก็ขยายกิจการทั้งซื้อรถขนส่งใหม่ รวมถึงทำ Brewhouse ใหม่ขึ้นด้วย

ปี 1952 Frans Martens ส่งต่อกิจการให้กับลูกชาย 2 คน คือ Jean และ Gérard Martens เป็นรุ่นที่ 7 ของโรง และเปลี่ยนชื่อเป็นทางการว่า Brouwerij Martens P.V.B.A ทั้งสองได้ปรับปรับปรุงโรงให้มันสมัยยิ่งขึ้น

มาถึงปัจจุบัน รุ่นที่ 8 มี Fons และ Jan Martens เป็นผู้ดูแล ซึ่งทั้งสองคนได้ทำให้โรงเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ มีการกระจายเบียร์ไปขายตามประเทศต่างๆ

หลังจากเดินจนครบแล้วชาวคณะก็กลับมาที่ร้าน DE TORENKRUIER เพื่อรับประทานอาหารอีกครั้ง เสร็จก็ออกเดินทางต่อไปยังที่จุดหมายต่อไปครับ

สำหรับที่ Bocholter Brouwerijmuseum หากใครสนใจจะมาชม สามารถติดต่อไปขอเข้าเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ http://www.bocholterbrouwerijmuseum.be/ ครับ

Bocholter Brouwerijmuseum เมือง Bocholt, Belgium
เบอร์ : +32 (0)89 48 16 76
เว็บไซต์
foursquare

Similar Posts

  • |

    Cast Iron Burgerhaus กินเบอร์เกอร์แกล้มคราฟท์เบียร์ – อารีย์

    สัปดาห์ก่อนมีภารกิจต้องไปแถวอารีย์ ก็เลยได้แวะไปลองร้านเบอร์เกอร์ที่ปักหมุดไว้ซักพักนึงแล้วครับ อยู่ใต้คอนโด Noble Reform ใกล้ๆ ปากซอยฝั่งถนนพหลโยธิน ห่างจาก Taproom Ari นิดเดียว ร้านนี้ชื่อ ‘Cast Iron Burgerhaus’ ครับ ที่นี่เสิร์ฟเบอร์เกอร์เนื้อดรายเอจ มีให้เลือกได้ 8 แบบ หรือจะเปลี่ยนเป็นเนื้อหมูก็ได้ นอกจากเบอร์เกอร์ก็ยังมีสเต็กให้สั่งได้ด้วย รวมถึงสลัดและของกินเล่นที่จะเป็นพวกมันฝรั่งทอดแบบต่างๆ เครื่องดื่มก็มีคราฟท์เบียร์ให้เลือกชิมประมาณนึงครับ มีเป็นแทปสดทั้งหมด 3 แทป วันที่ผมไปเป็นเบียร์นอก 2 ตัว แล้วก็คราฟท์ไทย (ยักษา) อีกหนึ่งแทป และก็มีเบียร์ขวดอีกนิดหน่อย

  • TBE Brewing คราฟท์เบียร์บาร์ย่าน Ebisu – Tokyo

    ลืมเขียนถึงร้านนี้ไปหนึ่งร้านครับ เป็นร้านที่ผมและเพื่อนๆ แวะไปคืนสุดท้ายในทริปโตเกียวเมื่อเดือนกันยายน คือออกจากงาน MBCT แล้วเราก็ไปกิน Izakaya แถวสถานี Ebisu เสร็จก็หาร้านไปต่อ ก็มีร้านนี้ที่ผมเคยเซฟเอาไว้ ร้านนี้ชื่อ TBE ครับ ตัวร้านเป็นห้องขนาดไม่ใหญ่อยู่บนชั้น 2 ของตึก เปิดประตูเข้ามาก็จะเจอโซนที่เป็นบาร์เล็กๆรูปตัว L ติดครัว พวกเราเข้าไปนั่งโซนด้านในเป็นโต๊ะเล็กๆ อีกสองสามตัว ภายในร้านตกแต่งด้วยไม้สีอ่อนๆ มีพวกเพลทโลโก้เบียร์ติดทั่วๆ ร้าน ในร้านเปิดเพลงบรรเลงชิลล์ๆ วันที่ไปนี่มีลูกค้าอยู่อีกโต๊ะ (เราไปใกล้เวลาปิดร้านแล้ว) ที่นี่มีเบียร์สดทั้งหมด 10 แทปครับ เป็นเบียร์นอก 2-3 แทป ที่เหลือเป็นคราฟท์ญี่ปุ่นทั้งหมด มีเสิร์ฟสองขนาดคือครึ่งไพนท์และเต็มไพนท์ เมนูอาหารมีให้เลือกทานพอประมาณ เป็นอาหารฝรั่ง มีเนื้อ มีพาสต้า กับแกล้ม สลัด อะไรอย่างนี้

  • Craft Beer Base คราฟท์เบียร์จากทั่วโลกในห้องเย็นลับๆ – Osaka

    หลังจากเดินทางออกไปที่ Minoh Beer Warehouse นอกเมือง ผมนั่งรถไฟกลับมาลงที่สถานี Umeda แล้วก็เดินฝ่าฝนไปยังร้าน Craft Beer Base ที่อยู่ทางฝั่งทิศตะวันตกของสถานีครับ ร้านอยู่ห่างจากสถานีพอสมควร เดินประมาณ 1 กิโลเมตรได้ เล่นเอาเหนื่อยเลยครับ ขนาดร้านค่อนข้างเล็กครับ เข้ามาก็จะเป็นทรงยาวลึกเข้าไป ที่ชั้นหนึ่งนี่จะไม่มีเก้าอี้ครับ มีโต๊ะให้ยืนแปะๆ ตามกำแพงได้ มีเบียร์สด 4 แทป แล้วก็มีตู้แช่เบียร์ขวดอีกหนึ่งตู้ครับ ผมไม่ได้ขึ้นไปสำรวจชั้น 2 แต่ดูรูปแล้วเหมือนว่าด้านบนจะมีที่นั่ง แต่ที่เป็นทีเด็ดของสาขานี้ก็คือตรงที่ติดบาร์นั้นจะมีห้องเย็นขนาดเล็กๆ อยู่อีกหนึ่งห้อง เป็นห้องเย็นซึ่งมีเบียร์ขวดเก็บไว้เพียบเลยครับ มีหลากหลายแบรนด์จากทั่วโลก ทั้งยุโรป อเมริกา ตัวอย่างแบรนด์ที่มีก็เช่น Bruery, Mikkeller, Lost Abbey หรือตัวหายากอย่าง Gueuzerie Tilquin ก็มี

  • |

    On The Table คราฟท์เบียร์บาร์ สถานี Daimon

    ทริปโตเกียวคราวนี้จองค่อนข้างกระชั้นชิดและเป็นช่วงท่องเที่ยวพอดีทำให้โรงแรมเต็มหมดแล้วครับ จึงได้ใช้บริการของ Airbnb อีกครั้ง ก็เลยได้มาพักฝั่งตะวันออกของโตเกียวอยู่แถวสถานี Hamamatsucho (ปกติพักแต่แถว Shinjuku เป็นหลัก) พอมาพักฝั่งนี้ก็เลยได้ลองไปร้านเบียร์ร้านใหม่ๆอีกหลายร้านครับ ส่วนมากก็เป็นร้านแถวๆ สถานี Hamamatsucho สถานี Daimon นี่แหละครับ ซึ่งโซนนี้จะเป็นคนทำงานเยอะหน่อย ในร้านก็จะเจอ Salary Man ใส่สูทดำมากันเป็นกลุ่มๆ แบบเลิกงานเสร็จก็มา ร้านแรกที่ได้ไปลองชื่อว่าร้าน On The Table โดยร้านนี้เป็นเจ้าของเดียวกับ Goodbeer Faucets ร้านโปรดของผมครับ แต่สาขานี้จะเน้นพนักงานออฟฟิศมากกว่า ตัวร้านอยู่บนชั้น 3 ของตึก GEMS อยู่ห่างจากสถานีเพียง 100 เมตรเท่านั้น

  • Beer Cat คราฟท์เบียร์บาร์สำหรับคนรักแมว – ไทเป ไต้หวัน

    จาก Mikkeller Taipei ผมเดินต่ออีกไม่ไกลมากประมาณ 900 เมตร มายังบาร์ที่ 2 ของคืนนี้ ข้างทางค่อนข้างเงียบ แต่ก็ดูปลอดภัยดี ตอนแรกก็หวั่นๆ ว่าจะอันตรายไหม ไม่นานก็ถึงร้านที่ 2 ที่มีชื่อว่า Beer Cat ครับ ตัวร้านเป็นห้องขนาดกลางๆ ไม่เล็กไม่ใหญ่ ฝั่งนึงเป็นบาร์ยาว แล้วก็มีโต๊ะกระจายๆ อีก สามสี่โต๊ะ มีเบียร์สด 8 แทป แล้วก็มีเบียร์ขวดและกระป๋องอีกหนึ่งตู้ เป็นเบียร์นอกผสมกับเบียร์ของไต้หวันเอง ในร้านแอร์เย็นสบาย เปิดเพลงปอปญี่ปุ่นคลอเบาๆ ความพิเศษของที่นี่ซึ่งก็เลยกลายมาเป็นที่มาของชื่อร้าน นั่นก็คือในร้านจะมีแมวเดินเดินมา มาคลอเคลียอยู่ที่หน้าบาร์ครับ ถ้าเป็นคนรักแมวก็ได้เล่นเพลินเลย แต่ถ้าใครไม่ชอบหรือแพ้แมวอาจจะต้องเลี่ยงร้านนี้ครับ

  • Brouwerij de Molen ทัวร์และจิบเบียร์ที่โรงดังของเนเธอร์แลนด์

    เดินมาถึงวันที่ 4 ของทริป ซึ่งวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายของผมและพี่ชายครับเนื่องจากติดธุระ (แต่ชาวคณะท่านอื่นๆ ยังอยู่ต่อนะครับ) เราออกเดินทางขึ้นเหนือจากเมือง Eindhoven ประมาณ 120 กิโลเมตร แล้วก็แวะเที่ยวที่เมือง Gouda ต้นกำเนิดของชีส Gouda นั่นเอง ที่นี่เราแวะดูการประมูลชีสที่จัตุรัสใจกลางเมืองแล้วก็แวะซื้อชีสจากตลาดนัดใกล้ๆ ครับ มีไซส์เล็กไส์ใหญ่หลายรส รวมถึงของทานเล่นอื่นๆ อย่างไส้กรอกแห้ง แฮม เป็นต้น เสร็จก็เดินทางกันต่ออีกนิดเดียวไปยังเมือง Bodegraven ที่อยู่ติดกัน เพื่อทานอาหารกลางวันและเยี่ยมชมโรงเบียร์ Brouwerij De Molen ครับ โดยเรารับประทานอาหารและเบียร์ ที่ด้านล่างขอกังหันนั่นเอง


แสดงความคิดเห็น