คราฟท์เบียร์

  • Let The Boy Die ร้านคราฟท์เบียร์ย่านเยาวราช

    ช่วงปีที่ผ่านมาคราฟท์เบียร์ในเมืองไทยโตแบบติดจรวดเลยครับ ด้วยหลายสาเหตุ อย่างเช่นผู้บริโภคเริ่มรู้จัก เริ่มเข้าใจคราฟท์เบียร์มากยิ่งขึ้น จากที่เคยทาน Hoegaarden, Leffe, Guinness ก็เริ่มขยับขายไปลองเบียร์ยี่ห้อใหม่ๆ สไตล์ใหม่ๆ จากแบรนด์ใหญ่แบรนด์ตลาด สู่แบรนด์กลาง แบรนด์แปลกๆ คราฟท์จากอเมริกาฮิตในหมู่นักดื่มพอสมควร ผู้บริโภคเริ่มที่จะขยับจากลาเกอร์ไปสู่เบียร์อื่นๆ อีกกลุ่มหนึ่งที่ตามกันมาติดๆกันคือคราฟท์เบียร์ที่เป็นฝีมือคนไทย ต้มกันเอง ทำตลาดเอง  มีแบรนด์เกิดขึ้นเป็นสิบๆเจ้า มีขายตามงานอีเวนท์ต่างๆ ซะเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ยังสามารถหาดื่มได้ตามร้านอาหาร ร้านเบอร์เกอร์ สั่งออนไลน์ ก็มีให้ลองกันครับ จากที่เคยฝากขายตามร้านอื่นๆ หรือออกอีเวนท์ ก็มีกลุ่มนักต้ม 3-4 แบรนด์ร่วมแรงกันเปิดร้านขึ้นมาชื่อว่า Let the Boy Die อยู่แถวถนนหลวง ไม่ไกลจากเยาวราช บรรยากาศร้านสวยงาม ตกแต่งอารมณ์ Industrial Loft เน้นเหล็กสีดำ และไม้ท่อนใหญ่ในการตกแต่ง มีไฟหลอดไส้ให้อารมณ์เก่าประสม

  • Mikkeller ร้านคราฟท์เบียร์เอกมัย ซอย 10

    ถ้าพูดถึงคราฟท์เบียร์ในไทย แล้วไม่พูดถึงร้านนี่ก็คงจะไม่ได้ ที่จริงผมไปร้านนี้ตั้งแต่ปีก่อน แต่ก็ไม่ได้มาเขียนถึงไว้ เพราะคราวที่แล้วไม่ได้เก็บภาพบรรยากาศมาครับ ผ่านไปเป็นปีมีโอกาสกลับอีกครั้ง คราวนี้ไปตั้งแต่ร้านเปิดเลย (ห้าโมงเย็น) ถ่ายมาจุใจเลยครับ Mikkeller เป็นคราฟท์เบียร์เจ้าดังจาก Denmark มีจุดเริ่มต้นโดยนาย Mikkel Borg Bjergsø เริ่มจากการที่ได้ชิมเบียร์จากประเทศอื่นอย่าง Chimay, Hoegaarden รวมถึง IPA ของ Brøckhouse แล้วก็คิดว่าคงจะประหยัดได้เยอะถ้าต้มกินเอง หลังจากนั้นเค้าก็เลยร่วมมือกับเพื่อนตั้งแต่เด็กๆชื่อ Kristian Klarup Keller (ไม่ต้องเดาเลยว่าชื่อ Mikkeller มาจากไหน) ต้มเบียร์ในห้องครัว ลองสูตร ลองวัตถุดิบ มอลต์ ฮอปส์ ยีสต์ โคลนเบียร์ยี่ห้ออื่น แล้วก็ลองคิดสูตรตัวเอง จนชนะการประกวดหลายครั้ง Mikkeller นั้นแตกต่างจาก Brewery อื่นๆ ตรงที่ไม่มีโรงต้มเป็นของตัวเอง แต่จะคิดสูตรแล้วไปต้มที่โรงต้มอื่นๆ วิธีนี้เรียกว่าต้มแบบ Gypsy หรือ Phantom ทำให้บางเจ้าอาจจะมีแค่ 20 ชนิด แต่ Mikkeller ล่อไปเป็นร้อย และยังมีพวกตัวที่…

  • O’glee – ร้านคราฟท์เบียร์บรรยากาศดีในซอยอารีย์

    ผ่านไปจิบเบียร์แถวอารีย์อีกครั้งครับ วันนี้ไปร้าน O’ Glee ได้ยินชื่อมาซักพักนึงละครับ ตัวร้านอยู่ในซอยอารีย์ 1 เลย ถ้ามาจากปากซอยฝั่งพหลฯ เลี้ยวซ้ายซอยแรกเลยครับ แต่อาจจะหาที่จอดยากนิดหน่อย โชคดีริมถนนไม่ไกลมีที่จอดว่างอยู่พอดีเลยเดินไม่ไกล บรรยากาศร้านสวยดีครับ ดูสลัวๆนิดๆ พนังเป็นอิฐแดง ตกแต่งด้วยเหล็กดำๆและกระจกรอบๆ จัดไฟสวยงาม ตรงบาร์นี่สวยเลยครับ ตอนแรกไปถึงลูกค้ายังไม่เยอะ ดูเอือยๆ นิ่งๆ แต่พอซักพักคนเข้าร้านเรื่อยๆ จนเกือบเต็ม ดูคึกครื้นขึ้นมาเลย มีเปิดเพลงฝรั่งคลอๆ ได้อารมณ์ดีครับ ร้านนี้เน้นขายคราฟท์เบียร์ มีเบียร์สด 3 แทป เปลี่ยนเรื่อยๆ ส่วนเบียร์ขวดก็มีหลายยี่ห้อครับ พวก Deschutes ,Rogue, Mikkeller, De Molen และอีกหลายยี่ห้อ แต่บางตัวอาจจะหมดนะครับ สำหรับอาหารก็มีทั้งของกินเล่นและจานหลักอย่างพาสต้า สเต็ก ฟิชแอนด์ชิปส์ พอดีทานข้าวไปก่อนแล้วเลยไม่ได้ชิม

  • Hair Of The Dog ร้านคราฟท์เบียร์สถานีเพลินจิต

    3-4 เดือนที่ผ่านมามีภารกิจวุ่นวายนิดหน่อย เลยไม่ค่อยสะดวกเข้ามาอัพเดทร้านใหม่ๆ ในเมืองครับ วันก่อนพอจะมีเวลาเลยเข้ามาแวะดูร้านที่เพิ่งเปิดไม่นานมานี้ ชื่อว่า ‘Hair of the dog’ ครับ Hair of the dog เป็นสำนวนที่แปลว่าถอน(อาการเมาค้าง)ครับ ประโยคเต็มๆ ก็คือ hair of the dog that bit you โดนหมาตัวไหนกัดก็ให้เอาขนมันมาทาแผล เปรียบกันกับถ้าแฮงเหล้าก็ให้กินซ้ำนั่นเอง ตัวร้านอยู่แถวสถานี BTS เพลินจิต ถ้าหันหน้าเข้าตึกมหาทุนพลาซ่าร้าน ร้านจะอยู่ตึกทางฝั่งซ้ายมือ ตอนแรกผมก็เดินๆหาอยู่ว่า เอ อยู่ไหน ที่แท้ร้านอยู่ชั้น 2 ครับ อยู่ด้านบนของร้านอาหาร La Monita เดินขึ้นบันไดข้างๆ ร้านได้เลย ขนาดร้านค่อนข้างเล็ก ตกแต่งด้วยสเตนเลส และปูนเปลือยเป็นหลัก ดูมืดๆ บรรยากาศเหมือนห้องดับจิต ยิ่งมีไฟแบบห้องผ่าตัดยิ่งได้อารมณ์ครับ ที่นี่เสิร์ฟเบียร์สด 13 ตัว มีวนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เบียร์ขวดนั้นมีหลายตัวเหมือนกันครับ สำหรับอาหารนั้น สามารถสั่งขึ้นมาจากร้านด้านล่างได้ครับ

  • | |

    IBrew Craft Beer Bar สถานี Tokyo

    ร้านสุดท้ายของทริปนี้คือร้าน IBrew Craft Beer Bar ครับ (จริงๆไป GoodBeer Faucets ซ้ำอีกที) ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะมาที่ร้านนี้ ตั้งใจไปร้าน Swan Lake Edo Pub แต่เดินไปถึงหน้าร้านปรากฎว่าดันหยุดพิเศษพอดี ก็เลยเปิดมือถือดูรานอื่นๆที่ save ไว้ มีร้านนี้ที่อยู่ไม่ไกลมาก ตัวร้านมีขนาดเล็กพอสมควรครับ ห้องนิดเดียวแล้วเป็นบาร์รอบๆ น่าจะรองรับลุกค้าได้ประมาณ 10-12 คน คือโซนทำอาหารอยู่กลางร้านเลย ตอนแรกที่เข้าไปผมยังต้องยืนแปะๆ ไม่มีที่นั่ง สักพักมีคนออกถึงได้โต๊ะ แต่ไอ้ความเล็กนี่กลายเป็นจุดเด่นอย่างนึง เพราะระหว่างที่จิบเบียร์ไปนั้น เราก็จะได้ดูพนักงานประกอบอาหารทุกๆจานเลย เห็นขั้นตอนการเตรียม การทอด การหั่น ทำให้เห้นว่าไอ้ตู้เย็น และตอนต่างๆที่แน่นๆ อยู่ข้างล่างนั้น มีฟังก์ชั่นการใช้งานยังไง เป็นประสบการณ์ใหม่เหมือนกันครับ กลับมาที่เรื่องเบียร์ สำหรับร้านนี้จะเน้นคราฟท์เบียร์ของญี่ปุ่นครับ คล้ายๆร้าน Craft Beer Market ซึ่งราคาต่อแก้วก็จะถูกกว่าร้านเบียร์ต่างประเทศ โดยราคาจะอยู่ที่แก้วเล็ก 390 เยน (110 บาท) แก้วใหญ่ 690 เยน (200บาท)

  • | |

    Devil Craft คราฟท์เบียร์และพิซซ่าสไตล์ชิคาโก้ สถานี Kanda

    ร้านที่เบียร์ที่สองของทริปนี้ผมเดินทางไปหลังจากเดินงาน Maker Faire Tokyo เสร็จครับ เพราะว่าอยู่ทางฝั่งตะวันออกของโตเกียว ซึ่งส่วนใหญ่ผมและครอบครัวมักจะพักฝั่งตะวันตกซะมากกว่า (Shinjuku,Ikebukuro) ร้านนี้ชื่อ Devil Craft อยู่ใกล้สถานี Kanda (神田) กันดะ อ่านผ่านๆ เป็นไทยได้ว่า กานดา เหรอ!! ตอนแรกเดินมาถึงร้านก็หวั่นๆ ใจ เพราะดูเล็กและเต็มแล้ว สอบถามพนักงานถึงได้รู้ว่ามีชั้นบนอีกครับ พนักงานบอกเชิญชั้น 3 เลย ระหว่างเดินขึ้นบันไดเจอหนุ่มสาวคู่นึงนั่งอยู่ตรงโต๊ะซึ่งอยู่มันตรงบันไดนั่นหละครับ ใช้พื้นที่คุ้มจริงๆ ได้โต๊ะที่ชั้น 3 ก็สั่งอาหารมารับประทานด้วย ปกติแล้วผมจะทานข้าวร้านนึงก่อนแล้วค่อยมาต่อที่ร้านเบียร์ แต่วันนี้รวบไว้ร้านเดียว คือกินข้าวเย็นไปพร้อมกับเบียร์เลย ซึ่งลองแล้วไม่เวิร์คเพราะมันอิ่มเกินไปครับ ยังไม่ได้ย่อย ก็ต้องกินต่อเลย

  • |

    Craftheads ร้านคราฟท์เบียร์ย่าน Shibuya

    แวะชิมร้านคราฟท์เบียร์ย่าน Shibuya อีกหนึ่งร้านครับ หลังจากที่คราวก่อนแวะไป GoodBeer Faucets แล้ว ทริปนี้ไปลองอีกหนึ่งร้านที่จดเอาไว้ในลิสต์ครับ ตัวร้านอยู่ทางทิศเหนือของสถานีไปประมาณ 750 เดินเหนื่อยนิดหน่อย ยิ่งช่วงที่ไปเป็นหน้าร้อน ไปถึงร้านเล่นเอาเหงื่อตกเหมือนกัน ร้านอยู่ชั้นใต้ดินครับ วันที่ไปเป็นเย็นวันศุกร์สิ้นเดือน ช่วงหัวค่ำโต๊ะเต็มหมด เลยต้องยืนแปะๆ อยู่ซักพักใหญ่ๆ กว่าจะมีโต๊ะอื่นออก สุดท้ายถึงได้นั่งบริเวณบาร์ครับ บรรยากาศร้าน Craftheads จะดูมืดๆนิดหน่อย เทียบกับร้านคราฟท์เบียร์ในโตเกียวเจ้าอื่นที่ผมเคยไปมา นอกจากที่ร้านจะมีคราฟท์เบียร์แล้วก็ยังมีขายพวก bourbon อะไรอย่านี้ด้วยครับ เป็นสไตล์แบบอเมริกันๆ สำหรับอาหารที่นี้ก็มีเยอะพอสมควร จะเป็นพวกเบอร์เกอร์ พิซซ่าครับ

  • |

    Burn Baby Burn เบอร์เกอร์ที่ตลาดนัดรถไฟรัชดา

    ตลาดนัดรถไฟเมื่อหลายปีก่อนนั้น แรกเริ่มเดิมทีอยู่บริเวณใกล้ๆ อตก. สวนจตุจักร พอหมดสัญญาถูกเวรคืน ก็มีไปเปิดที่ศรีนครินทร์ และที่ล่าสุดก็คือที่รัชดานี่หละครับ อยู่ติดกับห้างเอสพลานาด เพิ่งเปิดเมื่อต้นปี 58 นี่เอง ถ้ามารถใต้ดินก็ลง สถานีศูนย์วัฒนธรรมฯ ที่ตรงจตุจักร ตัวผมเคยไปทีหรือสองที ร้านค้าจำได้ว่าเยอะพอสมควร ของเก่า ของวินเทจเยอะ ของใหม่ก็มีปนๆกัน ร้านเหล้ามี สองสามร้าน ที่ชอบก็คือตึกเก่าๆของการรถไฟฯ ด้านในจะขายเป็นพวกของเก่า เฟอร์นิเจอร์อะไรอย่างนี้ มันดูได้อารมณ์ดี ส่วนที่ศรีนครินทร์ไม่เคยไปครับ มีโอกาสก็เลยมาลองที่เดินที่รัชดา ที่นี่ ของเก่าไม่ค่อยเยอะ ส่วนมากเป็นของใหม่ พวก เคสมือถือ รองเท้าแตะ อะไรอย่างนี้ มีร้านข้าว พวกอาหารจานเดียวทาน อย่าง ก๋วยเตี๋ยว ข้าวแกงอะไรแนวนี้เยอะ ส่วนด้านหลังและขอบๆ จะเป็นคอนเทนเนอร์เก่า ซึ่งก็มีร้านเหล้าเป็นหลัก มีร้านนม ร้านข้าวแทรกๆ บ้าง จุดประสงค์ที่มาของผมวันนี้ก็คือร้านเบอร์เกอร์ชื่อ Burn Baby Burn อยู่ในโซนคอนเทนเนอร์ด้านหลังๆของ ตลาดเช่นกัน ที่อยากมาก็เพราะได้ยินมาว่า ที่นี่มีคราฟท์เบียร์ไทยขายอยู่หลากหลายยี่ห้อครับ

  • | |

    ชมโรงงานเบียร์ Kirin และทานข้าวที่ Spring Valley Brewery, Yokohama

    สำหรับวงการเบียร์ญี่ปุ่นนั้นจะมีเจ้าใหญ่ๆอยู่ 4 เจ้าคือ Asahi, Sapporo, Suntory และ Kirin ทริปเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาก็มีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมโรงงานของ Kirin 1 ใน 4 ของเบียร์เจ้าใหญ่ที่เมืองโยโกฮาม่าครับ โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงจากสถานี Shinjuku ลงที่สถานี Namamugi แล้วเดินต่ออีกหน่อยก็จะถึง Kirin Beer Village ครับ มาถึงเราก็ไปแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าจะมาทัวร์โรงงาน ในเว็บไซต์เขียนว่ามี 6 รอบต่อวัน (10.30,11.30,12.30,13.30,14.30,15.30) รอบที่ผมไปนั้นมีคุณลุงคุณป้าเยอะเลย ตามพวกโรงเบียร์ โรงงานอะไรที่มีทัวร์อย่างนี้ มักจะเจอคุณลุงคุณป้าเป็นประจำ เหมือนว่าแกก็มาเที่ยวพักผ่อน ทัวร์ตามสถานีที่ต่างๆ เป็นการผ่อนคลายครับ พอถึงเวลาก็มีพนักงานสาวมาอธิบายคร่าวๆ ว่าทัวร์จะใช้เวลาประมาณ 70 นาที แล้วก็เล่าประวัติ สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติทางโรงงานจะมีแจกเป็นเอกสารอธิบายเป็นภาษาอังกฤษให้ครับ ถึงเค้าจะอธิบายเป็นภาษาญี่ปุ่นเราก็พอรู้เรื่องได้ เพราะก้มหน้าก้มตาอ่านคำอธิบายตาม เอกสารบรรยายค่อนข้างละเอียดเลยครับ