beer

  • La Trappe ทัวร์และจิบเบียร์พระทำที่โรงแทรพพิสต์เบียร์เจ้าดัง เนเธอร์แลนด์

    จากโรง De Dochter van de Korenaar เราเดินทางขึ้นเหนือจากฝั่งเบลเยี่ยมกลับเข้ามาในเนเธอร์แลนด์ ประมาณ 28 กิโลเมตร ก็มาถึงเมือง Tilburg ที่ตั้งของโรงเบียร์แห่งที่สองในวันนี้ ในคือ Koningshoeven หรือที่เราคุ้นชื่อแบรนด์ La Trappe นั่นเอง พอมาถึงก็ไปรับประทานอาหารเที่ยงกันที่ Tasting Hall กันครับ มื้อนี้เป็น Open Sandwich แบบบุฟเฟต์ ใครอยากทานอะไรก็เดินไปตัก  ระหว่างมื้อก็จะมีเบียร์ La Trappe ตัวต่างๆ ให้สั่งด้วย พอทานข้าวเสร็จกันเรียบร้อยก็มารวมกัน แล้วก็เข้าไปชม video ประวัติความเป็นมาต่างๆ ของโรง ก่อนจะไปเดินทัวร์ในส่วนของโรงเบียร์ครับ โดยมีเจ้าหน้าที่พาเราชมส่วนต่างๆ ซึ่งมีข้อห้ามนิดนึงคือห้ามถ่ายวิดิโอ

  • | |

    Highland Cafe จิบคราฟท์ที่บาร์ เสวนาเรื่องสมุนไพร ห้าแยกลาดพร้าว

    วันก่อนมีโอกาสได้ไปลองร้านเปิดใหม่ครับ อยู่แถวห้าแยกลาดพร้าว ตรงข้ามกับ Union Mall ติดกับทางขึ้น MRT พหลโยธิน เลยครับ ร้านนี้มีชื่อว่า HIGHLAND ครับ ที่นี่เป็นร้านคราฟท์เบียร์ ร้านกาแฟ มีอาหารทั้งอาหารไทยอย่างของปิ้งย่าง หรือฝรั่งอย่างพาสต้า เบอรเกอร์และขนมด้วย โดยทุกเมนูจะเป็นแบบโฮมเมดที่ทางร้านทำเอง อย่างเช่นพวก ไส้กรอกแกะ ขนมปัง หรือบราวนี่ และหลายๆ เมนู อีกอย่างที่น่าสนใจก็คือทางร้านเป็นเหมือนคอมมูนิตี้สำหรับคนที่สนใจใน Cannabis Culture มาแลกเปลี่ยนความรู้กัน มีหนังสือต่างๆ ให้อ่าน รวมถึงมีของที่ระลึกเกี่ยวกับกัญชาเช่นเสื้อยืด หมวก เป้ พวงกุญแจอะไรประมาณนี้ครับ

  • Proletariat คราฟท์เบียร์บาร์ซีเลคชั่นดี East Village, New York

    เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา ผมมีโอกาสกลับไปยังสหรัฐอเมริกาอีกครั้งครับ หลังจากที่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ได้ไปที่แคลิฟอร์เนีย คราวนี้ผมมาฝั่งตะวันออก หรือ East Coast ลงที่สนามบิน JFK ในเมือง New York นั่นเอง โดยทริปนี้จะมีโอกาสแวะไปทั้งหมดสามเมืองใหญ่ๆ คือ New York, Orlando และก็ Washington D.C. ครับ วันแรกที่ไปถึงนิวยอร์คก็เย็นๆ แล้ว กว่าจะมาถึงโรงแรม เก็บของ หาข้าวทานอีก เลยไม่ได้แวะไปร้านไหน ไปแค่ Bottleshop แถวโรงแรม วันรุ่งขึ้นช่วงเช้าก็เที่ยวๆ ทั่วไปจนตอนเย็นถึงได้ไปร้านแรกครับ อยู่แถว  East Village บนเกาะ Manhattan ผมก็นั่งรถไฟใต้ดินจากแถวโรงแรมไปโผล่ใกล้ๆร้านนี้ ร้านนี้มีชื่อว่า Proletariat ครับ 

  • |

    Chopkeeper Butcher&Tap กินสเต็กแกล้มคราฟท์เบียร์ สวนหลวง

    เสาร์ที่ผ่านมาผมได้ไปทานอีกหนึ่งร้านในลิสต์ที่จดเอาไว้นานพอสมควร แต่ด้วยความที่ตัวร้านอยู่คนละฝั่งของเมืองกับบ้านผม เลยไม่มีโอกาสไปซะที คราวนี้จัดตารางได้ เลยนัดเพื่อนไปลุยกัน ร้านนี้มีชื่อว่า Chopkeeper Butcher&Tap ครับ ร้านอยู่ในโครงการ The Connect สวนหลวงในซอยพัฒนาการ 44 ครับ เข้าจากทางฝั่งพัฒนาการหรือจากทางฝั่งอ่อนนุชก็ได้ ตัวร้านเป็นอาคารพาณิชย์ตกแต่งด้านหน้าเพิ่มเติมครับ ตกแต่งด้วยอิฐ โต๊ะไม้ ขาเหล็กดำ ออกลอฟท์ๆ หน่อย  ที่นี่เป็นร้านอาหารฝรั่งเน้นสเต็กเป็นหลัก ภายในร้านมีตู้แช่เนื้อวัว หลายส่วน หลายขนาดให้เลือกทานครับ อยากทานชิ้นไหนก็เลือกจากตู้ แจ้งระดับความสุกที่ต้องการ เลือก side dish และและซอสครับ

  • Delirium Cafe จิบเบียร์ฟังดนตรีที่ร้านย่าน Grand Place กลางกรุง Brussels – ประเทศเบลเยี่ยม

    โปรแกรมปิดท้ายคืนนี้ของเราหลังจากทานข้าวเย็นที่ร้าน Bozar แล้วเราก็เดินย่อย ผ่านโรงแรม ผ่าน Grand Place ไปยังผับชื่อดังอีกหนึ่งของเมือง Brussels ซึ่งไม่ใช่ผับธรรมดา แต่เป็นเบียร์ผับของแบรนด์เบียร์ดังโลโก้ช้างชมพู ใช่แล้วครับที่นี่คือ Délirium Café บรรยากาศหน้าร้าน ไฟนีออนหลายสีสว่างไสว อารมณ์คล้ายๆ ถนนข้าวสาร คนเยอะมากๆ ครับ ผมเดินๆ อยู่คนมาสะกิดว่าเอายาไหม ฮ่า ตัวร้านมีหลายโซนครับ ที่ลองเดินสำรวจดูชั้น 1 จะคนเยอะที่สุด เป็นผับธรรมดาแต่ขนาดร้านใหญ่และลึก ไฟสลัวๆหน่อย ลงมาข้างล่างชั้นใต้ดินเป็นเวทีดนตรีสด คนยืนเบียดกันดูวงเล่น

  • Cafe Rose Red จิบเบียร์คืนในสุดท้ายเมือง Bruges – ประเทศเบลเยี่ยม

    คืนสุดท้ายในเมือง Bruges หลังจากที่กลับมาจากโรง Rodenbach ช่วงหัวค่ำพอดี อาหารทางโรงก็เลี้ยงมาเต็มอิ่มแล้ว ก็เลยหาร้านเบียร์ไปดื่มกันครับ ทีแรกเราเดินไปถึงร้าน De Garre ปรากฎว่าร้านปิด Private Party เลยต้องย้ายหาร้านใหม่ ซึ่งเป็นอีกร้านที่จดเอาไว้ อยู่ห่างกันนิดเดียวเพียง 400 เมตร ร้านนี้มีชื่อว่า Cafe Rose Red ครับ ขนาดร้านค่อนข้างกว้าง เป็นสองห้องใหญ่ๆ ติดกัน ภายในร้านตกแต่งด้วยกุหลาบแดงตามชื่อร้าน เปิดเพลงแจ๊ซชิลล์ๆ ลูกค้าส่วนใหญ่จะแก่ๆ หน่อย ที่นี่มีเบียร์ให้เลือกเยอะมากครับ โดยเฉพาะพวกแลมบิค ในลิสต์นี่ตัวหายาก ตัวเก่าๆ มีเพียบเลยครับ ส่วนอาหาร เนื่องจากแน่นมาจากมื้อเย็นแล้วก็เลยสั่งมาแค่กับแกล้มมาทานแก้เลี่ยน ไม่ได้สั่งอะไรจริงจังครับ

  • เยี่ยมชมโรงเบียร์ Rodenbach ที่เมือง Roeselare – ประเทศเบลเยี่ยม

    โปรแกรมช่วงบ่ายของพวกเราในวันที่ 3 ของทริป Road to Belgium หลังจากไปทานข้าวกลางวันและจิบเบียร์ที่ร้าน In De Vrede หน้าโรงเบียร์ Brouwerij de Sint-Sixtusabdij van Westvleteren เราเดินทางกันต่ออีกประมาณ 40 กิโลเมตรไปทางตะวันออก เข้าไปยังตัวเมือง Roeselare เพื่อจะเข้าเยี่ยมชมโรงเบียร์ Rodenbach ครับ ตอนที่เรามาถึงฝนกำลังโปรยปรายเบาๆ พอให้หัวเปียก เจ้าหน้าที่ของโรงก็พาเข้าห้องประชุมของโรง แล้วก็เสิร์ฟกาแฟคนละถ้วยอย่างรู้ใจว่าบ่ายๆ แบบนี้ง่วงแน่นอน จากนั้นก็ให้ชม Video เกี่ยวกับโรงครับ แล้วก็เล่าประวัติต่างๆ เช่น ทำไมชื่อถึงดูเป็นเยอรมัน สาเหตุก็เพราะว่าบรรพบุรุษเป็นชาวเยอรมันชื่อ Ferdinand Rodenbach เป็นหมอทหาร ไปรบแล้วก็ถูกจับ พอได้รับการปล่อยตัวก็มาตั้งรกรากที่เมือง Roeselare ที่ตั้งของโรงเบียร์นี่เอง โดยตัวโรง Rodenbach ก่อตั้งเมื่อ 1821 (ใกล้ครบ 200 ปีแล้ว) โดย 4 พี่น้อง(Pedro, Alexander, Ferdinand and Constantijn) ซึ่งเป็นรุ่นหลานของปู่ Ferdinand  หลังจากนั้นผ่านไป 15…

  • |

    จิบเบียร์รสพระทำ Westvleteren ที่ร้านอาหารหน้าวัด – ประเทศเบลเยี่ยม

    จาก Hops Museum ในเมือง Poperinge คณะของเราก็เดินทางกันต่อประมาณ 10 นาที ระยะทางใกล้ๆ ประมาณ 7 กิโลเมตรเท่านั้นครับ จุดหมายต่อไปของเราก็คือโรงเบียร์ Trappist ชื่อดังที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งก็คือ Brouwerij de Sint-Sixtusabdij van Westvleteren ที่อยู่ในวัด ที่ผลิตเบียร์ Westvleteren นั่นเอง ที่นี่ผลิตเบียร์ทั้งหมด 3 ตัว ก็คือ Blonde (Belgian Blonde), 8 (Belgian Dubbel) และ 12 (Belgian Quad) ซึ่งตัว 12 นี้เคยได้รับการโหวตให้เป็นเบียร์ที่ดีทุกสุดในโลกจากเว็บ ratebeer ด้วยครับ เอกลักษณ์อย่างนึงก็คือทั้งสามตัวจะไม่มีฉลากบนขวด จะแยกได้ก็ต้องดูบนฝา (Blonde-เขียว, 8-ฟ้า, 12-เหลือง) ซึ่งด้วยปริมาณที่ผลิตไม่มาก ทำให้เบียร์ Westy (ชื่อเล่นของเบียร์ Westvleteren) นั้นนอกเบลเยี่ยมค่อนข้างจะหายากพอสมควร และถ้ามี…

  • Hops Museum พิพิธภัณฑ์ฮอปส์ในเมือง Poperinge – ประเทศเบลเยี่ยม

    โปรแกรมวันที่สามของทริป Road to Belgium เราเริ่มต้นด้วยการเดินทางไปยังเมือง Poperinge เมืองที่ปลูกฮอปส์เป็นอันดับ 1 ของประเทศเบลเยี่ยม เรียกว่าฮอปส์ที่ใช้ในประเทศนั้นเป็นผลผลิตของที่นี่เกือบจะทั้งหมดก็ว่าได้ครับ พอเข้าตัวเมืองก็จะเห็นดอกฮอปส์ขนาดใหญ่ต้อนรับเราอยู่ที่วงเวียนก่อนเข้าเมือง รวมถึงที่พื้นของเมืองก็จะมีหมุดทองเลืองรูปดอกฮอปส์ตอกติดอยู่ที่พื้นด้วย โปรแกรมของเราที่เมืองนี้ก็คือการมายัง Hops Museum ครับ พอมาถึงพนักงานของพิพิธภัณฑ์ก็มาต้อนกับและแนะนำตัว เป็นคุณพี่ผู้ชายดูทะมัดทะแมง ติดกวนๆ หน่อย คุยกันเสร็จแก่ก็พาเดินขึ้นบันไดไปชั้นบนเพื่อเริ่มทัวร์