เยี่ยมชมโรงเบียร์ Heineken ในประเทศไทย

มีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมโรงเบียร์ Thai Asia Pacific Brewery มาครับ บอกชื่อเต็มอย่างนี้อาจจะไม่คุ้นกัน แต่ถ้าบอกว่าเป็นโรงเบียร์ที่ผลิตเบียร์ยี่ห้อ “Heinelken” พรีเมียมเบียร์อันดับ 1 ของไทยทุกคนจะต้องอ๋อแน่นอน ตัวโรงงานอยู่ที่ถนน บางบัวทอง-สุพรรณบุรี (340) อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี ถ้าไปจากทางปากเกร็ดก็เกือบๆ 30 กิโลเมตรครับ ไปสะดวกเพราะเพิ่งมีทางเปิดใหม่วิ่งต่อจากถนนชัยพฤกษ์ได้เลย

ตอนแรกก่อนที่จะมานั้นก็คิดว่าคงได้แต่เดินดูขั้นตอนการผลิต ปรากฎว่าพอมาถึงทาง TAPB เค้ามีห้องรับรองต้อนรับอยู่ด้านหน้าด้วยครับ เหมือนกับพวกโรงเบียร์ต่างประเทศที่จะมีห้องประวัติต่างๆให้ดู ระหว่างรอคณะเราก็เดินวนๆอ่านบอร์ดต่างๆ ซึ่งมีข้อมูลเกี่ยวกับตัวโรงงานและก็เบียร์ที่ TAPB ผลิต หลักๆก็คือ 3 ยี่ห้อที่เราคุ้นเคยกันคือ Heineken, Tigers และ Cheers จากนั้นฝ่ายต้อนรับของโรงงานก็เล่าประวัติต่างๆและเปิด vdo ให้ชมครับ

ตัวโรงงานนั้น เริ่มเปิดและผลิตเบียร์ Heineken ในปี 1995 ถึงวันนี้ก็ 20 ปีพอดี โดยมี 3 กลุ่มใหญ่เป็นหุ้นส่วน คือ ไทยประกันชีวิต, Asia Pacific Brewery (Singapore) และกลุ่มไทยน้ำทิพย์ ปัจจุบันมีเบียร์อยู่ในการดูแล 5 ยี่ห้อ ผลิตที่นี่ 3 ยี่ห้อ คือ Heineken, Tigers และ Cheers และได้สิทธิ์เป็นผู้จัดจำหน่าย 2 ยี่ห้อ คือ Guinness และ Kilkenny ครับ

TAPB_31
จากลานจอดรถ เจ้าหน้าที่จะมาเปิดประตูรั้วให้ แล้วแลกบัตร เสร็จแล้วก็จะเจอสนามหญ้าด้านหน้าครับ
TAPB_32
อาคารต้อนรับครับ เป็นอาคารชั้นเดียว
TAPB_11
เข้ามาก็จะเจอหม้อต้มเบียร์ขนาดใหญ่ครับ เป็นหม้อที่เคยใช้งานจริง ทาง Asia Pacific Brewery มอบให้ TAPB เป็นที่ระลึกในวันเปิดโรงงานครับ
TAPB_48
ป้ายแสดงความยินดีจาก Asia Pacific Brewery Singapore
TAPB_26
โลโก้ของ Thai Asia Pacific Brewery ครับ
TAPB_12
ประวัติของเบียร์ตั้งแต่โบราณครับ
TAPB_15
จัดแสดงอุปกรณ์ต่างๆ
TAPB_16
ส่วนนี้พนักงานไม่ได้เล่าอะไรให้ฟังครับ
TAPB_18
ชนิดต่างๆของแก้วเบียร์
TAPB_19
ต่อมาเป็นบอร์ดเกี่ยวกับเบียร์ในประเทศไทย โดยเข้ามาครั้งแรกในสมัยสมเด็จพระนรายณ์มหาราช จนเริ่มมีการก่อตั้งโรงเบียร์ในไทยเป็นครั้งแรกในสมัยรัชการที่ 7
TAPB_20
คือบุญรอดบริวเวอรี่ หรือ เบียร์สิงห์นั่นเอง
TAPB_21
ปี 2504 มีโรงที่สอง เป็นของ บางกอกเบียร์ แล้วก็เปลี่ยนเจ้าของในปี 2509 เป็นไทยอมฤต 2521 ก็ซื้อคลอสเตอร์มาผลิต
TAPB_22
โฆษณาเบียร์ในสมัยก่อน
TAPB_25
เบียร์ไทย กำลังนิยมทั่วไป
TAPB_24
เบียร์ตราดาว หรือ ซัปโปโร นั่นเอง
TAPB_13
ฝั่งนึงของกำแพงเป็นการจัดแสดงกระป๋องเบียร์ต่างๆ
TAPB_14
เคยลองทานกันกี่ยี่ห้อแล้วครับ
TAPB_17
ขวดแบบพิเศษ ตอนงาน Sensation ที่ Heineken เป็นผู้สนับสนุนหลักครับ
TAPB_29
ตระกูล Heineken ผู้ก่อตั้ง
TAPB_28
เริ่มตั้งแต่ปี 1873
TAPB_01
ติดกับ Heineken ก็เป็น Tiger เบียร์ดังอีกเจ้าจากสิงคโปร์
TAPB_04
ผลิตครั้งแรกตั้งแต่ปี 1932 วัตถุดิบนำเข้าทั้งหมด
TAPB_02
สุดท้ายคือ Cheers เบียร์ที่ TAPB คิดค้นขึ้นมาเองเพื่อมาชนกับตลาดล่างอย่าง ลีโอ ด้วยราคาที่สบายกระเป๋าของนักดื่ม
TAPB_05
เบียร์เชียร์เปิดตัวในปี 2548 นอกจากจะขายในไทยแล้วก็ยังขายในประเทศเพื่อนบ้าน อย่าง กัมพูชา พม่า ลาว เวียดนาม และสิงคโปร์ด้วยครับ
TAPB_06
เบียร์เชียร์มีขายทั้งแบบขวด กระป๋องและแบบสด นอกจากนี้ยังมี เชียร์ เอ๊กซ์ตร้า ที่แอลกอฮอล์ 6.5% ตามออกมาในปี 2551 ด้วย
TAPB_10
อีก 2 แบรนด์ที่ TAPB เป็นผู้จัดจำหน่ายแบบสดคือ 1. Kilkenny
TAPB_07
Kilkenny เป็นเบียร์สไตล์ Irish Cream Ale ผลิตที่โรงงานเดียวกับ Guinness ยี่ห้อนี้จะหาดื่มได้ตามผับหลายๆ ที่ เคยเห็นที่ร้าน Flann O’Brien’s
TAPB_09
อีกแบรนด์คือ Guinness เบียร์ดำชื่อดังระดับโลก
TAPB_08
มาจากไอร์แลนด์เช่นกัน เป็นเบียร์สไตล์ Stout ครับ
TAPB_93
ซักพักพนักงานต้อนรับก็เปิด vdo เกี่ยวกับ TAPB และเบียร์ยี่ห้อต่างๆให้ชมครับ
TAPB_94
อย่างในรูปนี่น่าจะเป็นโรงงาน Guinness ที่ไอร์แลนด์ครับ
TAPB_33
ดู vdo เสร็จก็มาที่อีกห้อง มีผนังเป็น timeline ของ TAPB เริ่มต้นในปี 1995 ที่ Heineken เริ่มผลิตและจำหน่ายในไทย
TAPB_34
ปี 2004 ก็เริ่มผลิต Tiger พอ 2005 ก็มี เชียร์ ออกมาครับ
TAPB_35
ปี 2010 ก็เป็นตัวแทนจำหน่าย Guinness และ Kilkenny
TAPB_36
Timeline รวม
TAPB_38
กลางห้องนี้จะมีโมเดลจำลองโรงงานให้ดูครับ โซนด้านหน้าจะเป็นลานรถ กับสนามหญ้า มุมขวาล่างเบอร์ 1 เป็นออฟฟิศของสรรพสามิต โรงเบียร์ในไทยจะมีออฟฟิศให้เจ้าหน้าที่สรรพสามิตนั่งทำงานอยู่เลย เพราะจะเป็นคนควบคุมการเปิดปิดเครื่องจักรเพื่อผลิต เช็คปริมาณที่ผลิตเพื่อจัดเก็บภาษีครับ
TAPB_37
เบอร์ 2 เป็น Front Office ส่วนเราอยู่ที่ อาคารขวากลาง เป็นส่วนต้อนรับครับ หลังจากบริเวณนี้จะมีรั้วรอบขอบชิด เป็นส่วนของโรงงานผลิตครับ
TAPB_39
เบอร์ 3 ด้านล่าง เป็น Malt Silo ไว้เก็บมอลต์วัตถุดิบหลักในการผลิตเบียร์ เบอร์ 4 ติดกันเป็นห้องต้ม มีหม้อประมาณ 5-6 ใบ ใหญ่มากครับ สูงสิบเมตร กว้างซัก 2.5-3 เมตร ถามเจ้าหน้าที่ได้ความว่ากำลังการผลิตคือต้มครั้งละ 60,000 ลิตร ส่วนถังเงินๆ กลมๆนั้น เป็นถังที่หมักหลังจากต้มเสร็จ แล้วก็ไปบ่มใน เบอร์ 5. Cold Tank และส่วนขาวกลมๆ จนเมื่อครบกระบวนการก็จะส่งเข้าไลน์บรรจุครับ
TAPB_40
เบอร์ 6 คือไลน์บรรจุ แยกไลน์ขวดและกระป๋องครับ พอเสร็จก็จะส่งไปด้านหลังเบอร์ 9 เป็นส่วนจัดการก่อนส่งจำหน่าย
TAPB_42
ด้านหลังของโรงงานเป็นส่วนบำบัดน้ำเสีย ส่วนมุมซ้ายบนเป็นบ้านพักของพักงานและเจ้าหน้าที่สรรพสามิต
TAPB_54
ด้านหลังของห้องมีส่วนแสดงรางวัลอยู่ครับ ในรูปเป็นรางวัลหม้อต้ม จะให้กับโรงงานที่ชนะรางวัล Heineken Quality Award
TAPB_55
เจ้าหน้าที่บอกว่า Vietnam เป็นคู่แข่งสำคัญของ TAPB ผลัดกันชิงรางวัลเป็นประจำ
TAPB_56
เสร็จจากห้อง Timeline ก็มาดูวิดิโออีกห้องนึง เป็นวิดิโอรวมโฆษณาของ Heineken Tiger เชียร์ แล้วก็มีวิดิโอขั้นตอนการผลิตเบียร์ ในรูปเป็นวัตถุดิบในการผลิตเบียร์ มี น้ำ มอลต์ ฮอปส์ และ ยีสต์ครับ
TAPB_58
ถังเบียร์สดของ TAPB มี 2 ขนาดคือ 20 และ 30 ลิตรครับ
TAPB_57
ถังดับเพลิงในห้องนี้ เท่เลย

เสร็จจากห้องนี้ก็จะเป็นการพาทัวร์โรงงานของจริงละครับ แต่ทางโรงงานไม่อนุญาตให้บันทึกภาพ ก็จะขอเล่าตามที่จำๆได้ละกันครับ ห้องแรกที่ไปคือ ห้องต้ม (โมเดลเบอร์ 4) มีหม้อประมาณ 5-6 ใบ สูง 10 เมตร กว้างซัก 2.5-3 เมตร สามารถต้มได้ทีละ 60,000 ลิตร โดยทั้ง 3 ยี่ห้อ Heineken, Tiger และ Cheers ใช้อุปกรณ์ต้มชุดเดียวกันหมด อุณหภูมิประมาณ 60-79 องศาเซลซียส ใช้เวลาประมาณ 1 วันครึ่ง สำหรับความร้อนน้ันจะใช้น้ำมันเตาต้มให้น้ำกลายเป็นไอน้ำมาให้ความร้อนครับ

ระยะเวลาจากเริ่มต้มจนเสร็จ แต่ละยี่ห้อจะไม่เท่ากัน ต่างกันที่ตอนหมัก บ่ม นั่นเอง โดย Heineken ตั้งแต่เริ่มจนเสร็จ ใช้เวลาประมาณ 30 วัน Tiger ใช้ 18 วัน ส่วนเชียร์ใช้ 12 วัน (หมักน้อยมาก)

พอเสร็จจากการผลิตก็ไปดูส่วนของการบรรจุครับ มีทั้งหมด 3 ไลน์ คือ ขวด 2 กระป๋อง 1 แต่ตอนนี้ ไลน์ขวดหยุดไป 1 ไลน์ เพราะเครื่องจักรเก่าแล้วไม่คุ้ม ระบบบรรจุนี่จะเป็นสายพานทั้งหมด และอัตโนมัติเกือบ 100 % คือมีพนังงานน้อยมาก เริ่มตั้งแต่ โหลดขวดเข้ามา บรรจุ ปิดฝา ใส่ลัง กระบวนการนี้จะประมาณ 1 ชั่วโมงครับ

โดยกำลังการผลิตขวดใหญ่จะได้ 30,000 ขวด ต่อชั่วโมง ขวดเล็กได้ 40,000 ต่อชั่วโมง
ถ้าเป็นกระป๋อง จะอยู่ที่ 12,000 สำหรับกระป๋องยาว และ 18,000 สำหรับกระป๋องสั้น

ขวดนั้นเป็นการ recycle 70-80 % เพราะต้นทุนแพง แต่ในสายพานนี่ก็จะมีการใช้กล้องถ่ายภาพทุกขวดเพื่อดูว่ามีตำหนิอะไรอย่างนี้หรือเปล่า ถ้ามีก็จะถูกแยกออกมาครับ ส่วนกระป๋องนั้นไม่สามารถ recycle ได้

ดูจนครบก็กลับมาที่อาคารต้อนรับอีกทีครั้ง ได้เวลาที่ทุกคนรอคอยก็คือการชิมเบียร์นั่นเอง

TAPB_62
ห้องชิมนี่เหมือนเป็นบาร์เล็กๆครับ ตกแต่งสวยงาม มีดีไซน์ สไตล์ Heineken
TAPB_71
บรรยากาศรอบๆห้อง
TAPB_72
อีกมุมนึง เจ้าหน้าที่บอกว่าทุกวันศุกร์จะเป็นแฮปปี้ อาว ให้พนักงานมาสังสรรค์กันทีห้องนี้ครับ ทำงานโรงงานเบียร์นี่มันดีจริงๆ หะหะ
TAPB_60
เริ่มกันที่ Heineken สด
TAPB_66
สามารถขอพนักงานลองกดเองได้นะครับ
TAPB_65
ฟองเนียนสวยงาม พอได้ชิมก็ประทับใจมากครับ ความรู้สึกส่วนตัวคือมันเนียนนุ่ม สะอาด ใหม่ ใส และเย็นเจี๊ยบ อุณหภูมิกำลังดี
TAPB_73
แก้วที่ 2 ลองเป็น Tiger สดเช่นกัน
TAPB_74
สำหรับ Tiger เราว่า มันเข้มกว่า ซ่ากว่า เนื้อเนียนน้อยกว่าครับ
TAPB_76
คราวนี้ลอง Heineken แบบขวด เย็นกำลังดี ส่วนตัวรู้สึกว่าซ่ากว่าแบบสด แต่เจ้าหน้าที่บอก ว่าจริงๆแทบจะไม่ต่าง อีกอย่างนึงคือ เค้าบอกว่า ให้รินมีฟองจะได้ชิมรสฟองด้วยครับ
TAPB_77
สุดท้ายที่ลองคือ Tiger Crystal LIGHT ขวดนี้เบามาก ใสจนจืด แอลกอฮอล์ประมาณ 4 % ครับ
TAPB_78
บรรยากาศบริเวณบาร์
TAPB_92
สามารถนั่งข้างนอกได้ด้วยครับ
TAPB_91
กราฟฟิกจากงาน Tiger Translate
TAPB_79
อีกห้องติดกันเป็นห้องขายของที่ระลึกครับ
TAPB_80
เสื้อยืด
TAPB_81
หมวก
TAPB_82
สมุดโนต
TAPB_83
ปกเป็นกราฟิกย้อนยุค
TAPB_86
อีกมุมนึง
TAPB_87
เสื้อกล้าม Tiger
TAPB_88
จักรยาน คันนี้น่าจะโชว์อย่างเดียว
TAPB_90
กระเป๋าเดินทาง Heineken

เป็นอันเสร็จเรียบร้อยครับ กับการทัวร์ Thai Asia Pacific Brewery ประทับใจทั้งการที่ได้ชมการผลิตจริงๆ และ ประทับใจรสชาติเบียร์สดๆในโรงงานด้วยเช่นกัน ต้องขอบคุณอาจารย์ ผู้ที่พาเข้าเยี่ยม (ขอสงวนชื่อไว้แล้วกัน) และพนักงาน เจ้าหน้าที่ของ TAPB ไว้ด้วยครับ

หากสนใจเข้าเยี่ยมชมลองติดต่อเข้าไปดูนะครับ เพราะต้องนัดหมายและแจ้งพนักงานล่วงหน้า คิดว่าต้องเข้าเป็นหมู่คณะ ทางโรงงานจึงจะอนุญาตครับ

 

Similar Posts

  • |

    Kiwa Taproom ร้านคราฟท์เบียร์ในบ้านโบราณใกล้พระราชวัง Gyeongbokgung – โซล เกาหลี

    ร้านคราฟท์เบียร์ร้านที่ 2 ของทริปอยู่ไม่ไกลจากร้านแรก The Hand & Malts Taproom ประมาณ 1.1 กิโลเมตร แต่อากาศกำลังดีไม่ร้อนไม่หนาวพอเดินได้ แล้วเพื่อนๆ ในทริปทั้งชาวไทยและเกาหลีก็บอกเดินๆ ก็เลยเดินกันผ่านพระราชวัง Gyeongbokgung ระหว่างเดินไปก็ได้ฟังประวัติเกาหลีเหนือ เกาหลีใต้แบบคร่าวๆ ประดับความรู้จากเพื่อนร่วมทริป ร้านที่เรามาต้อกันนี้มีชื่อ Kiwa Taproom ตัวร้านอยู่ไม่ไกลจากฝ่างตะวันออกของพระราชวัง ผมเองนึกถึงอารมณ์ร้านเบียร์แถวๆ พระบรมมหาราชวัง สนามหลวงของบ้านเรา ระหว่างทางก็ผ่านร้านที่ให้เช่าชุด Hanbok เพื่อถ่ายรูป คือเป็นร้านเบียร์ที่ติดที่ท่องเที่ยวๆ ของเมืองนั่นเองครับ ตัวร้านเข้าไปอยู่ในซอยเล็กๆ หน่อย แต่ก็มีป้ายเห็นชัดเจน หาไม่ยาก ร้านเป็นบ้านเก่ามารีโนเวทอีกเช่นกัน ตรงกลางเป็นลานโล่ง ฝั่งขวาเป็นโซนที่นั่ขนาดใหญ่หน่อย ฝั่งซ้ายมีที่นั่งอีกสองสามโต๊ะ ตรงกลางเป็นลานทางเดินไปยังแทปวอลล์และเดินทะลุไปหลังร้านได้ครับ

  • | | | |

    Log Road ที่เดินเล่นแถว Daikanyama Tokyo

    ที่นี่จดไว้ตั้งแต่หาข้อมูลของทริปนี้ เห็นรูปแล้วอยากมาครับ Log Road จะเรียกว่าอะไรดี เป็นโครงการที่มีร้านเสื้อผ้า ร้านกาแฟ และร้านเบียร์เรียงตัวกันเป็นทางยาวประมาณ 100 เมตร จำนวนร้านไม่เยอะ แต่ร้านค่อนข้างใหญ่ครับ โครงการนี้ตั้งอยู่บนทางรถไฟสาย Tokyu Toyoko (วิ่งระหว่าง Tokyo-Yokohama) สายเก่า ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจากเส้นทางใหม่ที่ขยับไปเล็กน้อยครับ อยู่ทางด้านทิศเหนือ ใกล้กับสถานี Daikanyama เดินจากสถานีประมาณ 100 เมตรนิดๆ พอมาถึงก็ประหลาดใจนิดนึง คือได้เจอกับโรงเบียร์ Spring Valley ของ Kirin ตั้งอยู่เป็นร้านแรกเลย ไม่ได้ตั้งใจจะมาที่นี่ แต่คอเบียร์อย่างเราเจอแล้วก็เลยต้องแวะจิบซะหน่อยครับ อิ่มก็อิ่ม แต่ไหนๆ ก็มาแล้ว พลาดก็คงเสียดาย

  • |

    Ant ‘n Bee คราฟท์เบียร์บาร์ใต้ดิน เปิดยันเช้า – Roppongi

    ร้านสุดท้ายของทริปนี้เป็นร้านชื่อว่า Ant ‘n Bee อยู่แถว Roppongi ครับ ตอนแรกดูชื่อร้านกับบรรยากาศผมรู้สึกว่าเออดูไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ ชื่อดูเชยๆ อะไรแบบนี้ จุดเด่นของร้านนี้ก็คือเปิดตั้งแต่ห้าโมงเย็นยันหกโมงเช้าอีกวัน บ้าจริงๆ เหมือนกับละครเรื่อง Shinya Shokudo ที่ร้านเปิดแต่กลางคืนเลยครับ วันที่ผมไปเป็นวันปีใหม่พอดี วันนี้ร้านปิดเร็วครับ ตีสาม ! ตัวร้านอยู่ชั้นใต้ดินพอลงบันไดเปิดประตูก็จะเจอเคาท์เตอร์เลย ร้านค่อนข้างเล็กหน่อย ตอนไปถึงมีลูกค้าอยู่ 2 คนชายหญิง พนักงานในร้านอีก 2 คน ตอนแรกคิดว่าเออคงไม่มีคน ปรากฎว่าตอนตี 1 กว่าๆ ยังมีลูกค้าเข้ามาอีก 2 โต๊ะเลยครับ

  • De Dochter van de Korenaar ทัวร์โรงเบียร์และจิบเบียร์ที่ชายแดนเบลเยี่ยม-เนเธอร์แลนด์

    วันที่สามของทริปคณะของเราออกเดินทางแต่เช้าเช่นเคยครับ โดยคราวนี้ไปทางทิศตะวันตกจากเมือง Eindhoven ประมาณราวๆ 60 กิโลเมตร จุดหมายคือเมือง Baarle-Hertog ซึ่งความสนุกของเมืองนี้คือเป็นโซนที่พรมแดนของสองประเทศ (เบลเยี่ยมและเนเธอร์แลนด์) มันสลับ ซ้อน ยึกไปยึกมา บางบ้านหน้าบ้านอยู่เบลเยี่ยมห้องครัวอยู่เนเธอร์แลนด์ (ดูแผนที่ด้านล่างประกอบครับ) แน่นอนว่าโรงเบียร์แรงของวันนี้ที่เรามากัน ก็ตั้งอยู่บนพื้นที่ของทั้งสองประเทศเช่นกัน โรงเบียร์นี้มีชื่อว่า De Dochter van de Korenaar ครับ

  • |

    Mad Moa อาหารลาตินอเมริกา / ฮาวาย แยกหลานหลวง

    ร้านนี้เป็นหนึ่งในลิสต์ร้านที่อยากไป จดไว้นานมากแล้ว กว่าจะได้มาจากที่อ่านเจอก็เป็นปีอยู่ครับตอนนั้นจดไว้เพราะว่ามีเบียร์อุดมสุขขาย ก็เลยอยากมาลอง ดูรูปอาหารก็น่าลอง ตอนแรกผมอ่านชื่อร้านเป็น ‘หมัดเมา’ ด้วย ฮ่าๆ จริงๆ เค้าชื่อว่า แมด-โมอา เป็นบาร์ไซส์เล็กๆ มีเพียง 3-4 โต๊ะ เสิร์ฟอาหารอารมณ์โฮมเมดสไตล์ที่แปลกๆ หน่อย เป็นกึ่งๆ ชาวเกาะ กึ่งๆอเมริกาใต้มั๊งครับ ตัวร้านตกแต่งบรรยากาศเป็นชาวเกาะๆ ด้วยไม้เป็นหลัก ตรงบาร์มีใบไม้มาทำเป็นหลังคา ให้อารมณ์เหมือนซุ้มขาย cocktail ตามริมชายหาด

  • |

    Himmeriget คราฟท์เบียร์บาร์เล็กๆ บรรยากาศดี Copenhagen

    ร้านสุดท้ายของทริปนี้ผมมาที่ร้าน Himmeriget เป็นร้านเล็กๆ ขนาด 2 ห้องอยู่บนถนน Aboulevard แถวๆหน้าร้านนี่ทำให้นึกถึงถนนราชดำเนินแต่ขนาดเล็กลงหน่อยครับ เป็นโซนที่ดูเงียบๆ ไม่พลุกพล่าน บรรยากาศภายในร้านดูสลัวๆ อบอุ่นๆ ฝั่งนึงเป็นบาร์ อีกฝั่งเป็นที่นั่ง เพลงในร้านเป็นเพลงวง The Beatles สลับกับวง 70s-80s อื่นๆ คลอเบาๆ คนเกือบเต็มร้านครับ ที่ร้านมีเบียร์สดทั้งหมด 10 แทป แล้วก็มีเบียร์ขวดอีกพอสมควร ซีเลคชั่นของที่นี่เจ๋งดี มีตัวแปลกๆ หาทานสดยากหลายตัวเลยครับ สังเกตดูเป็นแนวเบียร์เปรี้ยวเยอะเหมือนกัน


แสดงความคิดเห็น