ท่องเที่ยว

  • |

    Mak Un Kee บะหมี่เจ้าอร่อย สถานี Central – Hong Kong

    เย็นวันอาทิตย์ก่อนกลับผมยังอยากทานบะหมี่และเนื้อตุ๋นอีกซักมื้อก่อนกลับไทย ลองเปิดดูก็เจอร้านนี้ Mak’s Noodle เห็นคะแนนเยอะ และดูน่าอร่อยมาก เดินทางไม่ไกลจากตรงที่ผมไปเดินเล่น และก็ยังใกล้ร้าน HK Brew Craft มากๆ ด้วยครับ 50 เมตรเท่านั้น ซึ่งตอนไปผมก็ไม่รู้หรอกครับว่าเป็นร้านดัง เป็นร้านเก่าแก่ที่เปิดบริการมานานตั้งแต่ 1920 เคยลงมิชลินไกด์ และก็ยังเป็นร้านที่ CNN แนะนำให้เป็นสุดยอดบะหมี่ของฮ่องกง โดยตอนนี้มีทั้งหมด 5 สาขาที่ฮ่องกง 1 สาขาที่มาเก๊า และอีกสาขาที่สิงคโปร์ ผมมาลองที่สาขา Central  ด้านหน้าดูสว่างขนาด 2 ห้อง ฝั่งซ้ายมือของร้านเป็นครัว พ่อครัวยืนลวกก๋วยเตี๋ยวอยู่ด้านหน้าติดกระจก เข้ามาด้านในดูสะอาดใหม่ ไม่โทรมๆเหมือนร้านก๋วยเตี๋ยวแนวเก่าแก่ ภายในร้านก็เปิดไฟสว่างครับ

  • |

    Wai Kee โจ๊กไข่เยี่ยวม้าเจ้าอร่อย สถานี Central – Hong Kong

    เช้าวันอาทิตย์ก่อนกลับไทยในตอนค่ำๆผมเดินทางไปแถวสถานี Central อีกครั้งเพื่อหาอาหารเช้าทานอีกครั้งครับ ร้านนี้เสิร์ชเจอ เห็นคะแนนเยอะอ่านรีวิวว่าโอเคก็เลยมาลองซะหน่อย ตอนแรกเดินหามึนๆ อยู่เหมือนกันว่าร้านไหน เดินผ่านไปรอบนึงแล้วเดินกลับมาถึงได้เจอ ร้านจะอยู่หัวมุมตรงแยกพอดีครับ บรรยากาศใน้านดูเก่าๆ หน่อย อารมณ์และกลิ่นคล้ายๆ ร้านก๋วยเตี๋ยวแถวเยาวราชบ้านเรา ลูกค้านั่งเกือบเต็มทุกโต๊ะครับ เมนูยอดนิยมก็คือโจ๊ก บางคนก็ใส่เครื่องบางคนก็ทานเป็นโจ๊กเปล่าๆ เลย อาจจะสั่งปาท่องโก๋ตัวใหญ่ๆ ที่มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Ox Tongue Pastry มาทานด้วยก็ได้ นอกจากโจ๊กแล้วก็ยังมีเมนูของทานเล่นอื่นๆ เช่น ก๋วยเตี๋ยวหลอด ผัดหมี่ เกี๊ยว และ ไชเถ่าก้วยหรือขนมผักกาด ก็มีขายครับ ผมเองสั่งโจ๊กมาแล้วก็สั่งของทานเล่นมาอีก 2 อย่าง คือปาท่องโก๋และกวยเตี๋ยวหลอดครับ

  • |

    Chiu Fat โจ๊กและบะหมี่ร้านดัง – Tsim Sha Tsui, Hong Kong

    ร้านนี้เป็นร้านดังที่คนไทยรู้จักกันเยอะ ชื่อร้านว่า Chiu Fat (เฉี่ยว ฟะ) มีเมนูภาษาไทย พนักงานพูดไทยได้เลย หน้าร้านมีป้ายเขียนแนะนำว่าเป็นร้านโปรดของหม่อมอิ๊งค์ (หม่อมหลวงภาสันต์ สวัสดิวัตน์) ตัวร้านอยู่ย่าน Tsim Sha Tsui ครับ ผมมาเป็นครั้งที่ 2 ครั้งแรกคือเมื่อปี 2014 จำได้ว่าอร่อยดี ทริปนี้ก็เลยมีโอกาสมาซ้ำอีกครั้ง  ไปช่วงสายๆ วันเสาร์ คนเต็มร้าน รอโต๊ะอยู่ประมาณ 5 นาที พนักงานมาถึงก็พูดไทยใส่ งวดนี้พยายามเลี่ยง พยายามพูดอังกฤษกับเค้าเพราะเหมือนคราวที่แล้วพอเห็นเป็นคนไทยร้านมันฟันรึเปล่า ฮ่าๆ คือราคาไม่ฟันก็ค่อนข้างสูงอยู่พอสมควรครับร้านนี้ เค้ามีชื่อเรื่องโจ๊กและเกี๊ยวกุ้ง แต่ผมแพ้กุ้งก็เลยก็เลยสั่งแค่โจ๊กและเนื้อตุ๋น รวมถึงตอนนี้พยายามควบคุมอาหารเพราะน้ำหนักไปไกลมากแล้ว เลยไม่ได้สั่งบ้าคลั่งแบบคราวก่อน คราวก่อนนี่ ลูกชิ้น บะหมี่อะไรสั่งมาลองหมดเลยครับ

  • |

    รีวิว Plaza Premium Lounge สนามบิน Chek Lap Kok

    ขากลับจากฮ่องกงผมได้แวะใช้บริการเลาจน์ของ Emirates แต่รู้สึกว่าไม่ค่อยมีอะไรมาก พอดีมีบัตร Priority Pass อยู่แล้วก็เลยย้ายมาลอง Plaza Premium Lounge ครับ ที่นี่ผมเคยมาวิ่งผ่านตอนปี 2013 เพราะตอนนั้นแทบจะไม่มีเวลานั่งแล้วหยิบๆของกินแล้วไปเครื่องเลย มาคราวนี้พอมีเวลาเลยสำรวจเครื่องดื่มและอาหารต่างๆ ได้ครับ ช่วงค่ำๆ คนเยอะพอสมควร เป็นคนไทยเยอะด้วยเพราะมีไฟลท์กลับไทยเวลานี้พอดี ส่วนที่นั่งจะมีทั้งแบบโต๊ะอาหารและแบบอาร์มแชร์นั่งสบายๆ อาหารและเครื่องดื่มค่อนข้างเยอะครับ พวกก๋วยเตี๋ยวนี่ลวกเส้นกันสดๆ เลย ขนมก็มีให้เลือก 3-4 อย่าง ข้อดีอีกอย่างของที่นี่คือมีห้องอาบน้ำด้วย ถ้าจะใช้บริการให้แจ้งเจ้าหน้าที่ด้านหน้าเพื่อจองคิวครับ

  • |

    รีวิวเลาจน์ The Coral สนามบินดอนเมือง

    สำหรับที่สนามบินดอนเมืองนั้นเพิ่งมีเลาจน์สำหรับผู้ถือบัตร Priority Pass ครับชื่อว่า The Coral เปิดเมื่อกลางปีที่ผ่านมา เลาจน์นี้จะอยู่ฝั่งเดินทางในประเทศครับ จากตรงที่เป็นร้านอาหาร ร้านกาแฟ เดินมาทางขวามือเรื่อยๆ จะเจอครับ ผู้ถือบัตร Priority Pass จะสามารถพาแขกเข้าใช้งานได้ด้วยอีก 1 ท่าน เข้ามาก็จะเจอกับซุ้มอาหารและเครื่องดื่มเลยครับ ตัวเลาจน์แยกออกเป็นสองฝั่ง วันที่ผมไปเป็นช่วงเช้าๆ วันเสาร์ ฝั่งซ้ายไม่ค่อยมีผู้ใช้บริการ ส่วนฝั่งขวามือเหมือนมีทีมคุณน้าจะเดินทางไปทำบุญกัน คุยกันครึ้กครื้นผมเลยเลือกมานั่งฝั่งซ้าย สงบดีครับ ภายในตกแต่งด้วยสีขาวและเทาเป็นหลัก ดูเรียบหรูดี ลองเดินสำรวจอาหารและเครื่องดื่ม ไม่มีแอลกอฮอล์ครับที่นี่ ส่วนอาหารจะเป็นคำเล็กๆ ทานพอดีคำ ของคาวมีอยู่ 3-4 อย่าง ที่เหลือเป็น สลัด ขนมและผลไม้

  • |

    Q Club ร้านขายของชำคราฟท์เบียร์ล้นตู้ สถานี Central – Hong Kong

    ร้านนี้ไปเจออย่างไม่ตั้งใจครับ คือทานร้าน Roundhouse กำลังจะเดินไปสถานีรถไฟแล้ว เจอร้าน Q Club อยู่ข้างๆ กัน หน้าร้านมีขวดเบียร์โชว์อยู่เยอะเลย แวะเข้าไป อื้อหือ มีเยอะใช้ได้ เข้ามาด้านในบรรยากาศเหมือนร้านสะดวกซื้อธรรมดา คุณน้าที่เคาท์เตอร์จ่ายเงินก็ดูเป็นคนธรรมดาไม่ได้ดูเป็นแฟนเบียร์อะไรมาก คือดูเป็นพนักงานร้านสะดวกซื้อนั่นหละครับ ผมหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูป คุณน้าคงงงว่ามึงจะถ่ายทำไม เท่าที่ดูคร่าวๆ ส่วนใหญ่เป็นคราฟท์เบียร์จากอเมริกาเป็นหลัก มียี่ห้อที่ยังไม่เข้าไทยอยู่บ้านเช่นเจ้าดัง Sierra Nevada, Lagunitas และ Dogfish Head เป็นต้น ถึงแม้ว่าเบียร์จะดึงความสนใจไปหมดแต่ในร้านก็ยังมีของใช้อื่นๆ เหมือนร้านสะดวกซื้อขายด้วยเช่นกันครับ

  • |

    Roundhouse คราฟท์เบียร์บาร์ สถานี Central – Hong Kong

    อีกหนึ่งร้านเบียร์ในทริปฮ่องกงคราวนี้คือ Roundhouse Taproom ครับ ตัวร้านอยู่แถวสถานี Central ห่างจากสถานีประมาณ 800 เมตร แต่มันดันเป็นเดินขึ้นเขา ถึงร้านปุ๊บก็เหนื่อยประมาณนึงเลยครับ จริงๆ มาจากสถานี Sheung Wan ก็พอๆ กันสะดวกสถานีไหนก็ลงที่นั่นครับ ที่ร้านมีเบียร์สดทั้งหมด 27 แทปเยอะพอสมควรผสมกันทั้งนำเข้าและเจ้าในประเทศ ความเจ๋งอย่างนึงคือลิสต์เบียร์ของร้านจะอยู่ใน iPad ซึ่งจะมีบรรยายรายละเอียดเกี่ยวกับเบียร์ และก็ยังมีเรตติ้งต่างๆ ทำให้ง่ายในการตัดสินใจว่าจะลองตัวไหนดี นอกจากเบียร์ที่นี่มีอาหารสไตล์เท็กซัสเสิร์ฟครับ พวกสายรมควัน บาร์บีคิว มีบริสเกต ชอร์ทริบส์ ไส้กรอกอะไรอย่างนี้ น่ารับประทานมากๆ แต่ผมอิ่มแล้วเลยลองได้แค่บริสเกตไซส์เล็กครับ อร่อยใช้ได้

  • |

    TAP The Ale Project คราฟท์เบียร์บาร์ สถานี Mong Kok – Hong Kong

    จากงาน Beertopia วันที่ 2 ผมออกเดินทางมาที่ย่าน Mong Kok ย่านขายของวัยรุ่นยอดนิยม พวกเสื้อผ้า รองเท้านี่ติดกับเป็นแผงเลยครับ ค่อยๆ เดินลัดเลาะไปจนถึงร้าน ‘TAP’ ที่ย่อมาจาก TAP The Ale Project บรรยากาศคืนวันเสาร์คนเยอะแน่นร้านครับ เกือบจะไม่ได้ที่แล้ว ได้ไปยืนอยู่ที่ปลายโต๊ะยาวกลางร้านครับ ได้เจอทีมคนไทยที่มาในงาน Beertopia ด้วยเช่นกัน ร้านนี้มีเบียร์สดทั้งหมด 18 แทป เป็นทั้งคราฟท์นำเข้าจากต่างประเทศผสมกับแบรนด์ที่ต้มในฮ่องกงครับ สำหรับอาหารก็มีเป็นของทานเล่นแล้วก็มีแซนด์วิชเป็น Signature ของร้านครับ ผมอิ่มแล้วเลยได้ลองแค่อย่างเดียว

  • |

    รีวิวโรงแรม Hotel Gracery Shinjuku – Tokyo

    ทริปโตเกียวคราวนี้ยังได้ลองพักโรงแรมใหม่ด้วยครับ ปกติถ้านอน Shinjuku ผมก็จะนอน Shinjuku Prince ไม่ก็ Hotel Sunroute Plaza Shinjuku ส่วน Gracery นี่เห็นในเว็บอยู่หลายทีแต่เพิ่งได้ลองครั้งแรกครับ โรงแรม Hotel Gracery อยู่ในโซน Kabukicho เป็นย่านที่เที่ยวกลางคืน อาจจะอันตรายนิดหน่อยสำหรับสาวๆ ถ้ากลับดึก แต่ถ้ากลับค่ำๆ ไม่มีอะไรครับ ตอนแรกผมก็หวั่นๆ แต่จริงๆ โรงแรมอยู่บนเส้นหลัก เดินจากสถานีมานิดเดียวผ่านแยกที่มีร้าน Don Quijote ตรงก็จะถึงเลย จุดเด่นของที่นี่ก็คือโรงแรมค่อนข้างใหม่ ห้องสะอาด ในห้องน้ำมีอ่างขนาดใหญ่ให้แช่ตัวได้ แล้วก็ยังมีหัวก๊อตซิล่าอยู่บนตึกด้วยครับ