เบียร์

  • |

    Hand & Malts Taproom คราฟท์เบียร์ในบ้านเก่าบรรยากาศดี – กรุงโซล เกาหลี

    ร้านคราฟท์เบียร์ร้านแรกที่ผมไปในทริปเกาหลีคราวนี้ คือร้าน Hand & Malts Taproom ครับ เป็นแบรนด์ที่หลายคนอาจจะคุ้นหู เพราะมีคราฟท์เบียร์ไทย ตัวเซาะกราวน์ของลำซิ่งและ Changwon Express Asoke Pale Ale ไปต้มที่โรงนี้ วิธีการเดินทางก็คือนั่งรถไฟฟ้ามาลงสถานี Gyeongbokgung สถานีติดพระราชวัง Gyeongbokgung นั่นเองครับ จากสถานีเดินไม่ไกล เข้าซอยเล็กนิดนึง เลี้ยวทีสองทีก็ถึงร้าน ที่จริงจะเรียกว่าซอยก็ดูใหญ่ไป เรียกว่าตรอกจะเหมาะกว่าครับ ตัวร้านรีโนเวทมาจากบ้านเก่า ตอนแรกที่เดินผ่านผมไม่แน่ใจว่าใช่ไหม เพราะวันนี้เปิดเป็นวันแรก ยังไม่มีติดป้ายอะไรเลย ชะโงกหน้าเข้าไปดู เห็นเพื่อนร่วมทริปที่มาก่อนถึงได้เดินเข้าร้านมา หน้าร้านจะเป็นลานเอาท์ดอร์สามารถยืนดื่มรอบโต๊ะได้ เดินเข้ามาด้านหน้าจะเป็นบริเวณบาร์ สามารถนั่งได้รอบๆ โดยด้านในเป็นแทปเบียร์สด มีทั้งหมด 10 แทป ฝั่งขวาเป็นโซนที่นั่งครับ มีประมาณ สามสี่โต๊ะ บรรยากาศในร้านเป็นไม้ๆ ดูเข้มๆ จัดไฟไม่สว่างมาก เปิดเพลง jazz และ blues คลอๆ ร้านเค้าไม่ได้เปิดแอร์ ใช้เปิดประตูเอา แต่อากาศก็เย็นสบาย ต่างจากเมื่อตอนกลางวันที่ค่อนข้างร้อนแดดครับ

  • | |

    บรรยากาศงานเบียร์ Great Korean Beer Festival – โซล เกาหลี

    นอกจากงาน The Beer Week Seoul แล้ว ช่วงที่ไปนี่ก็มีงานเบียร์จัดพร้อมกันอีกหนึ่งงานครับ ชื่องานว่า Great Korean Beer Festival โดยครั้งนี้เป็นงานครั้งที่ 8 แล้วครับ จัดขึ้นที่หน้าตึก SM Town อารมณ์คล้ายๆ จัดหน้า Central World บ้านเรา ช่วงที่ไปเป็น long weekend ของเกาหลีก็เลยมีงานเพียบๆ อย่างระหว่างทางที่เดินมางานก็มีงานอาหาร foodtruck งานใหญ่อยู่ใกล้ๆ กัน คนเยอะกว่างานเบียร์อีก ฮ่าๆ ตัวงานเบียร์จัดเป็นแนวยาวเลาะตามขอบทางเดินหน้าตึก มีโซนอาหารอยู่ทางฝั่งซ้ายประมาณ 5-6 ร้าน แล้วก็ต่อด้วยร้านเบียร์ เรียงรายทางฝั่งขวา แล้วก็มีเวทีคอนเสิร์ตเล็กๆ อยู่ตรงสุดทางครับ ตอนแรกก่อนมาผมคิดว่าในงานเบียร์นอกคงเยอะกว่า ปรากฎว่าเป็นเบียร์ท้องถิ่นเกือบหมด มีเบียร์นอกแซมนิดหน่อย มีหลายแบรนด์ที่คุ้นๆ หู อย่างเช่น Hand & Malt ที่คราฟท์ไทยไปต้มกันครับ สำหรับงานนี้จะใช้วิธีแลกคูปอง เซ็ตละ  10,000 วอน (ประมาณ…

  • | |

    เดินเล่นจิบเบียร์ที่งาน The Beer Week Seoul – กรุงโซล เกาหลี

    ทริปเกาหลีครั้งนี้ เกิดจากการที่เห็นโปสเตอร์งาน The Beer Week Seoul แล้วผมก็ไม่เคยไปเกาหลีมาก่อน (ไม่นับตอนเด็กๆ ที่จำอะไรไม่ค่อยได้แล้ว) ก็อยากจะไปดูว่าซีนคราฟท์เบียร์ของที่นั่นเป็นยังไงบ้างครับ พอรู้กำหนดการก็กะคร่าวๆ ว่าจะไปสามสี่วัน ราวๆนี้ ตัดมาวันเดินทางผมเดินทางด้วยสายการบิน Korean Air เที่ยวบิน KE658 ออกจากไทยราวๆ 0.20 ถึงโซลประมาณ 7.45 (เดี๋ยวเขียนถึงแยกอีกตอน) ตรวจคนเข้าเมืองเสร็จก็ซื้อบัตรเติมเงินเพื่อใช้จ่ายค่าเดินทางรถเมล์ รถไฟครับ จากนั้นก็นั่งรถเข้าเมืองประมาณ ชั่วโมงกว่าๆ มาลงแถว Myeongdong เอากระเป๋าฝากที่โรงแรม หาข้าวกิน แล้วก็เดินทางไปที่งาน The Beer Week Seoul ด้วยรถไฟ ตัวงานจัดขึ้นที่ Common Ground เป็นโครงการที่เอาตู้คอนเทนเนอร์มาเรียงๆ ซ้อนๆ กันภายในก็ขายเสื้อ ขายของ ซึ่งผมดันไม่ได้เข้าไปเดินเลย ฮ่าๆ มีทั้งหมดสามชั้น โดยชั้นบนสุดก็จะมีร้านกาแฟ ร้านอาหาร รวมถึงร้านเบียร์ The Booth แบรนด์เบียร์ชื่อดังของเกาหลี ผู้จัดงานนี้นั่นเองครับ

  • |

    Ba Hao บาร์สไตล์จีน บรรยากาศดี – ซอยนานา เยาวราช

    ยังคงวนเวียนอยู่แถวซอย นานา เยาวราชอีกหนึ่งร้านครับ โดยเดินจากร้าน Pijiu มานิดเดียวก็จะเป็นร้านบาร์บรรยากาศจีนๆ ย้อนยุคที่กำลังดังในช่วงนี้เลยครับ ร้านนี้มีชื่อว่า Ba Hao ซึ่งแปลว่า ‘หมายเลข 8’ ครับ ตัวร้านอยู่ตรงตึกหัวมุมก็เป็นบ้านเลขที่ 8 บรรยากาศจีนตั้งแต่หน้าร้าน เค้ารีโนเวทสวยงามตั้งแต่หน้าร้านยันข้างในเลย พอเข้ามาปุ๊บฝั่งซ้ายมือจะเป็นโซนบาร์ครับ ไฟในร้านสีออกโทนแดงสลัวๆ โต๊ะจะกระจายตัวอยู่รอบร้าน วันที่ไปโต๊ะเต็มทั้งหมด เหลือโต๊ะกลมหินอ่อนอยู่กลางร้าน 4 ที่นั่งพอดีสำหรับกลุ่มของเราครับ ติดกับบาร์เป็นครัวและบันไดขึ้นชั้นสองซึ่งเป็น Airbnb ส่วนมุมร้านด้านในเป็นห้องน้ำ ซึ่งออกแบบได้สวยงามมากๆ ถ้ามาต้องแวะชมให้ได้ ในร้านเปิดเพลงจีนโบราณๆ แบบยุค 20’s-30’s อะไรประมาณนี้ แอร์เย็นสบายหอมกลิ่นยาจีน กลิ่นแบบขาหมู สำหรับอาหารก็จะเป็นเมนูจีนแบบทันสมัยหน่อย ส่วนเครื่องดื่มที่ร้านมีคราฟท์เบียร์สดเสิร์ฟอยู่ 4 ตัว แล้วก็มีเมนูคอกเทลซึ่งเป็น signature ของร้านอยู่อีก 3-4 เมนู ซึ่งจะมีส่วนผสมของยาจีน หรือวัตถุดิบที่มีความจีนๆ ประกอบอยู่ด้วย

  • Pijiu จิบคราฟท์เบียร์ในร้านจีนๆ – ซอยนานา เยาวราช

    ปีสองปีที่ผ่านซอยนานา(แถวเยาวราชไม่ใช่สุขุมวิท) กลายมาแหล่งเที่ยวเท่ๆ เก๋ๆ แห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ครับ ซึ่งอยู่ดีๆ ก็มีร้านเล็กๆ บาร์ มาเปิดบริเวณนี้กันเพียบ น่าด้วยบรรยากาศที่ดูเป็น Chinatown ก็เลยมีทั้งฝรั่งและคนไทยมาเปิดร้าน มีร้านดังๆ ที่ผมได้ยินชื่อ อย่าง Teens Of Thailand และ Tep Bar เป็นต้น ครั้งแรกที่ผมมีโอกาสมาแถวนี้ก็คืองานเบียร์ที่จัดที่ร้าน Cho Why ครั้งที่สองมาก็เป็นอีกงานเบียร์จัดที่ร้านเดิม พอมารอบที่สามนี่ถึงได้มาลองนั่งร้านอื่นๆ ครับ โดยวันนี้ผมกระโดดไปมาสามร้านในโซนนี้ ที่จริงอยากลองอีกร้านแต่วันที่ไปดันเป็นวันหยุดของเค้า คงต้องกลับไปซ้ำครั้งหน้า ร้านแรกที่ผมแวะเป็นร้านที่เห็นรูปในเน็ตมาซักพักแต่ยังไม่ได้มาเสียทีชื่อร้านว่า ‘Pijiu’ ผีจิ่วซึ่งแปลว่าเบียร์ในภาษาจีนนั่นเองครับ ร้านนี้เป็นร้านขายคราฟท์เบียร์ บรรยากาศร้านสลัวๆ สวยงาม แอร์เย็นเจี๊ยบ เสียงเพลง jazz ดังกระจายครอบคลุมทั่วร้าน มีแทปเบียร์สดอยู่ 4 แทป แล้วก็มีตู้เบียร์ขวดอีก 1 ตู้ครับ

  • บ้านดอกแก้ว จิบคราฟท์เบียร์ในบ้านโบราณ – พระราม 6 ซอย 28

    ร้านนี้ผมมาเป็นครั้งที่ 2 ครับ ครั้งแรกมาวันเปิดตัวคนค่อนข้างเยอะไม่ได้ลองอาหาร ก็เลยกลับมาอีกรอบตั้งแต่ช่วงเย็นๆ วันเสาร์ ฟ้ายังไม่มืด มาเก็บบรรยากาศตอนร้านโล่งๆ ลูกค้ายังไม่เข้า ซึ่งพอค่ำๆ ซักสองสามทุ่มนี่คนเริ่มเต็มร้านละครับ ‘บ้านดอกแก้ว’ เป็นร้านใหม่ของทีม Mystic Rooftop ร้านเบียร์บนดาดฟ้าชั้นที่ 4 ประดิพัทธิ์ซึ่งมีการเปลี่ยนโลเคชันมาที่ใหม่ ไม่ไกลจากที่เดิมมาก คืออยู่ในซอย พระราม 28 (ซอยศาสนา) จุดเด่นของที่นี่ก็คือตัวร้านเป็นบ้านไม้เก่าอายุเกือบร้อยปี บรรยากาศย้อนยุค ที่ร้านมีเบียร์สดทั้งหมด 10 ทั้งคราฟท์นอกและคราฟท์ไทยต้มนอก แล้วก็ยังมีเบียร์สดอีกแน่นตู้เย็นสองบานครับ นอกจากเบียร์ที่ร้านยังมีอาหารอร่อยๆ บริการด้วย เป็นอาหารไทย อาหารอีสาน หรือจะเป็นพวกอาหารจานเดียว รวมถึงเมนูของทานเล่นแกล้มเบียร์

  • | | | |

    Log Road ที่เดินเล่นแถว Daikanyama Tokyo

    ที่นี่จดไว้ตั้งแต่หาข้อมูลของทริปนี้ เห็นรูปแล้วอยากมาครับ Log Road จะเรียกว่าอะไรดี เป็นโครงการที่มีร้านเสื้อผ้า ร้านกาแฟ และร้านเบียร์เรียงตัวกันเป็นทางยาวประมาณ 100 เมตร จำนวนร้านไม่เยอะ แต่ร้านค่อนข้างใหญ่ครับ โครงการนี้ตั้งอยู่บนทางรถไฟสาย Tokyu Toyoko (วิ่งระหว่าง Tokyo-Yokohama) สายเก่า ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจากเส้นทางใหม่ที่ขยับไปเล็กน้อยครับ อยู่ทางด้านทิศเหนือ ใกล้กับสถานี Daikanyama เดินจากสถานีประมาณ 100 เมตรนิดๆ พอมาถึงก็ประหลาดใจนิดนึง คือได้เจอกับโรงเบียร์ Spring Valley ของ Kirin ตั้งอยู่เป็นร้านแรกเลย ไม่ได้ตั้งใจจะมาที่นี่ แต่คอเบียร์อย่างเราเจอแล้วก็เลยต้องแวะจิบซะหน่อยครับ อิ่มก็อิ่ม แต่ไหนๆ ก็มาแล้ว พลาดก็คงเสียดาย

  • Where do we go คราฟท์เบียร์บาร์อาหารอร่อย – โชคชัย 4

    อีกหนึ่งร้านคราฟท์เบียร์ที่เปิดมาได้พักใหญ่ๆ แต่ผมเพิ่งมีโอกาสมาครับ ร้านนี้มีชื่อว่า ‘Where do we go’ อยู่ในซอยโชคชัย 4 สามารถเดินทางมาร้านได้จากหลายเส้นทางครับ มาจากลาดพร้าวก็ได้ รัชดาก็ได้ หรือจากเส้นเกษตร-นวมินทร์ก็เดินทางง่ายครับ ตัวร้านเป็นห้องขนาดกลางๆ ไม่เล็กไม่ใหญ่ ไฟออกสลัวๆ ส่วนเบียร์นั้นมีเบียร์สดอยู่ 5 แทป แล้วก็มีเบียร์ขวดอีก 1 ตู้แช่ ที่ร้าน Where do we go นี่จะเน้นเป็นคราฟท์ไทยครับ แต่ก็มีคราฟท์นอกแซมๆ บ้างนิด นอกจากเบียร์ก็มีอาหารให้สั่งทานเป็นกับแกล้มด้วย วันที่ผมไปลูกค้าเต็มร้านครับ มีโต๊ะยาวโต๊ะนึง แล้วก็โต๊ะเล็ก กระจายยู่ฝั่งขวา ตัวผมเองก็เลยมานั่งหน้าบาร์ คนเต็มร้าน แต่กแอร์ก็เย็นสบายดี วันที่ไปมีดนตรีสดเล่นอยู่ เป็นแบบคนนึงร้อง คนนึงเล่นกีตาร์ พอจบก็เปิดเพลงฝรั่งแนว pop rock ฟังสบายๆ

  • | |

    ชมโรงเบียร์ Stiegl และทานอาหารกลางวัน Vienna, Austria

    ทริปยุโรปคราวนี้มีโอกาสได้ไปเยี่ยมโรงเบียร์ 1 แห่งครับ เป็นของเบียร์ยี่ห้อ Stiegl อยู่ในเมือง Salzburg ประเทศ Austria ตัวโรงนี่อยู่ในเมืองเลยนั่งรถแป๊บเดียวถึงครับ ที่นี่จะมีทั้งโรงเบียร์ ร้านอาหาร ร้านเบียร์และส่วนของพิพิธภัณฑ์ประวัติของแบรนด์ สำหรับ Stiegl นั้นเป็นแบรนด์เบียร์เก่าแก่เจ้าดังของออสเตรียครับเริ่มก่อตั้งตั้งแต่ปี 1492 โดยคำว่า Stiegl นี่แปลว่า บันได้ขั้นเล็กๆ โลโก้ของแบรนด์จึงเป็นรูปบันไดซึ่งมาจากขั้นบันไดใกล้ๆ โรงเบียร์ในอดีต จากช่วง 90s ทางแบรนด์ก็ปรับปรุง ทำการตลาดหลากหลายวิธี เปิด Musuem ทำการตลาดต่างประเทศเยอะ อย่างตอนไปงานที่ฮ่องกงก็มีบูธของ Stiegl มาออกด้วยครับ สำหรับโปรแกรมของผมวันนี้ก็คือทานข้าวที่ร้านในโรงเบียร์ก่อน เสร็จแล้วก็เดินเข้าชมพิพิธภัณฑ์ ซึ่งวันที่ไปดันเลทไปนิดนึงเลยไม่ทันไกด์ที่เค้าจะพาเดินทัวร์แล้วบรรยาย แต่ก็กลายเป็นดีเพราะสามารถเดินดูได้เรื่อยๆ ไม่ต้องทำเวลา พอออกมาก็เอาตั๋วที่ได้มาแลกเบียร์ดื่มได้อีก 1 ชุดครับ