Belgium

  • Delirium Cafe จิบเบียร์ฟังดนตรีที่ร้านย่าน Grand Place กลางกรุง Brussels – ประเทศเบลเยี่ยม

    โปรแกรมปิดท้ายคืนนี้ของเราหลังจากทานข้าวเย็นที่ร้าน Bozar แล้วเราก็เดินย่อย ผ่านโรงแรม ผ่าน Grand Place ไปยังผับชื่อดังอีกหนึ่งของเมือง Brussels ซึ่งไม่ใช่ผับธรรมดา แต่เป็นเบียร์ผับของแบรนด์เบียร์ดังโลโก้ช้างชมพู ใช่แล้วครับที่นี่คือ Délirium Café บรรยากาศหน้าร้าน ไฟนีออนหลายสีสว่างไสว อารมณ์คล้ายๆ ถนนข้าวสาร คนเยอะมากๆ ครับ ผมเดินๆ อยู่คนมาสะกิดว่าเอายาไหม ฮ่า ตัวร้านมีหลายโซนครับ ที่ลองเดินสำรวจดูชั้น 1 จะคนเยอะที่สุด เป็นผับธรรมดาแต่ขนาดร้านใหญ่และลึก ไฟสลัวๆหน่อย ลงมาข้างล่างชั้นใต้ดินเป็นเวทีดนตรีสด คนยืนเบียดกันดูวงเล่น

  • Oud Beersel โรงเบียร์เปรี้ยวสไตล์ Lambic ชานเมือง Brussels – ประเทศเบลเยี่ยม

    โปรแกรมที่ 2 ของเราหลังจากที่ทานมื้อเที่ยงอย่างอิ่มหนำที่ร้าน ‘t Brouwershuis ของ โรงเบียร์ Palm เราเดินทางลงทางใต้เพื่อไปอีก 1 โรงครับ โรงนี้เป็นแบรนด์ที่มีขายในไทยอยู่ซักพักแล้ว เป็นสายเบียร์เปรี้ยว โดยชื่อโรงก็ตั้งตามชื่อเมืองที่ตั้ง โรงนี้มีชื่อว่า Oud Beersel ครับ Oud Beersel เป็นอีกหนึ่งโรงที่มีอายุเก่าแก่ ก่อตั้งเมื่อปี 1882 โดย Henri Vandervelden และก็เป็นกิจการของตระกูลยาวนานมาประมาณ 100 กว่าปี แล้วก็เปลี่ยนมือมาถึงหลานชาย จนปี 2002 โรงเบียร์ก็หยุดกิจการไปด้วยปัญหาทางด้านการเงินครับ ทีนี้คุณ Gert Christiaens นั่งดื่มเบียร์ Oud Beersel อยู่ที่บาร์ใน Brussels ก็ได้รับการบอกกล่าวจากเจ้าของร้านว่า มาคราวหน้าคงจะไม่ได้กินแล้วนะ เพราะโรงเค้ากำลังจะปิดกิจการ ด้วยความชื่นชอบในเบียร์และไม่อยากให้โรงเบียร์จะต้องหยุดไปมา ก็เลยมาคุยกับ Brewmaster ของโรงในขณะนั้น (เป็นรุ่นที่สามของ Brewmaster ประจำโรง) เริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับการทำเบียร์ รวบรวมเงินมาซื้อกิจการ โดยผลิตเบียร์ Bersalis Tripel และ Bersalis Kadet…

  • เยี่ยมชมโรงเบียร์ Palm ที่มีประวัติกว่า 250 ปี – ประเทศเบลเยี่ยม

    เดินทางกันมาถึงวันที่ 5 ของทริป Road to Belgium เช้านี้เราเดินทางออกจากตัวเมือง Brussels ขึ้นเหนือไปยังเมือง Steenhuffel ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลมากครับ ประมาณ 20 กว่ากิโลฯ เดินทางแป๊บเดียวครับ ครึ่งชั่วโมงก็ถึงเป้าหมายแรกของเราวันนี้ นั่นคือโรงเบียร์ Palm ครับ โรงเบียร์ Palm มีประวัติยาวนานเก่าแก่ โดยเริ่มต้นกิจการเบียร์ตั้งแต่ปี 1706 ในชื่อ Brouwerij De Hoorn ซึ่งมีเจ้าของคือ Andries Van Doorselaer และ Joanna Van Accoleyen ผ่านไปเกือบ 100 ปี ในปี 1801 Jan Baptist De Mesmaecker ก็ซื้อกิจการจากลูกหลานของตระกูล Van Doorselaer พออีก 100 ปีต่อมา Henriette ลูกหลานของตระกูล De Mesmaecker…

  • Brewdog Brussels คราฟท์เบียร์บาร์ของแบรนด์ดังใจกลางเมืองหลวง – ประเทศเบลเยี่ยม

    จบโปรแกรมการทัวร์และทานอาหารเย็นที่โรงเบียร์ St. Feuillien พวกเราก็ขึ้นรถบัสมุ่งหน้าสู้กรุงบรัสเซลส์ เมืองหลวงของเบลเยี่ยมที่อยู่ขึ้นไปทางเหนือประมาณ 50 กิโลเมตรครับ เราเดินทางประมาณ 45 นาทีก็มาถึงที่พัก โดยรถใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงตัวโรงแรมได้ ต้องจอดในโซนด้านนอกแล้วเดินเข้าไป เราจะพักกันที่ โรงแรม ibis สาขาใกล้ๆ Grand Place ที่จัดงาน Belgium Beer Weekend ครับ เช็คอิน เก็บของเสร็จก็แยกย้ายกันตามอัธยาศัย ผมและพี่ชายก็เลยหาเบียร์จิบซักหน่อยก่อนนอนครับ ข้าวไม่ต้องทานแล้วเพราะอิ่มแปล้มาจากที่โรง ไม่ไกลจากโรงแรมมีร้านของ BrewDog อยู่ก็เลยตัดสินใจไปกันครับ ตัวร้านอยู่หัวมุม ขนาดร้านค่อนข้างใหญ่ เป็นแบบหลังคาสูง และมีชั้นสอง ภายในร้านไฟสลัวๆ ตกแต่งมันๆ ลุยๆ วันที่ไปมีลูกอยู่หลายโต๊ะเหมือนกันแต่ก็ไม่เต็มครับ มีเบียร์สดทั้งหมด 20 กว่าแทปครับ เป็นของ BrewDog 10 กว่า ที่เหลือเป็น Guest Taps ส่วนใหญ่ก็จะเป็นแบรนด์เบลเยี่ยมครับ

  • เยี่ยมชม St. Feuillien โรงเบียร์เก่าแก่อายุเกือบ 150 ปีที่เมือง Le Roeulx – ประเทศเบลเยี่ยม

    เช้าวันที่ 4 ของทริปเป็นช่วงเช้าที่โปรแกรมหลวมๆ คือปล่อยให้ไปเดินเล่นในเมืองกันตามสะดวกครับ บางคนไปตลาด บางไปชอปปิ้ง บางคนไปดูงานศิลปะ แล้วนัดกันตอนบ่ายๆ เพื่อจะออกเดินทาง ผมเดินตลาดที่ลานกลางเมือง ซื้อของฝากแล้วก็แวะทานราเม็ง (ฮ่าๆ) พอถึงเวลาก็มาพบกับชาวคณะที่โรงแรม แล้วเราก็ออกเดินทางมีเป้าหมายคือ โรงเบียร์ St feuillien ซึ่งอยู่ห่างจาก Bruges ประมาณ 140 กิโลเมตร ระหว่างทางมีแวะที่ Strépy-Thieu ลิฟต์ยกเรือที่มีความสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก (เคยเป็นอันดับ 1 แต่โดนจีนแซง) ถ่ายรูปกันเสร็จเดินทางต่ออีกนิดเดียว ก็มาถึงโรง St Feuillien ที่เมือง Le Roeulx ครับ พอเรามาถึงคุณปิแอร์หัวหน้าเซลส์ของโรงก็มาต้อนรับ ผมเองเคยพบกับเค้าแล้วหนึ่งครั้งที่ไทยตอนงาน Open House ของ Captain Barrel แกจะเป็นคนดีดๆ หน่อย ดู Alert ตลอดเวลา ประวัติคร่าวๆ ของโรงผมขอคัดลอกที่เคยเขียนไว้เมื่อปีก่อนมา ดังนี้ครับ St Feuillien อ่านออกเสียงได้ง่ายๆ…

  • Cafe Rose Red จิบเบียร์คืนในสุดท้ายเมือง Bruges – ประเทศเบลเยี่ยม

    คืนสุดท้ายในเมือง Bruges หลังจากที่กลับมาจากโรง Rodenbach ช่วงหัวค่ำพอดี อาหารทางโรงก็เลี้ยงมาเต็มอิ่มแล้ว ก็เลยหาร้านเบียร์ไปดื่มกันครับ ทีแรกเราเดินไปถึงร้าน De Garre ปรากฎว่าร้านปิด Private Party เลยต้องย้ายหาร้านใหม่ ซึ่งเป็นอีกร้านที่จดเอาไว้ อยู่ห่างกันนิดเดียวเพียง 400 เมตร ร้านนี้มีชื่อว่า Cafe Rose Red ครับ ขนาดร้านค่อนข้างกว้าง เป็นสองห้องใหญ่ๆ ติดกัน ภายในร้านตกแต่งด้วยกุหลาบแดงตามชื่อร้าน เปิดเพลงแจ๊ซชิลล์ๆ ลูกค้าส่วนใหญ่จะแก่ๆ หน่อย ที่นี่มีเบียร์ให้เลือกเยอะมากครับ โดยเฉพาะพวกแลมบิค ในลิสต์นี่ตัวหายาก ตัวเก่าๆ มีเพียบเลยครับ ส่วนอาหาร เนื่องจากแน่นมาจากมื้อเย็นแล้วก็เลยสั่งมาแค่กับแกล้มมาทานแก้เลี่ยน ไม่ได้สั่งอะไรจริงจังครับ

  • เยี่ยมชมโรงเบียร์ Rodenbach ที่เมือง Roeselare – ประเทศเบลเยี่ยม

    โปรแกรมช่วงบ่ายของพวกเราในวันที่ 3 ของทริป Road to Belgium หลังจากไปทานข้าวกลางวันและจิบเบียร์ที่ร้าน In De Vrede หน้าโรงเบียร์ Brouwerij de Sint-Sixtusabdij van Westvleteren เราเดินทางกันต่ออีกประมาณ 40 กิโลเมตรไปทางตะวันออก เข้าไปยังตัวเมือง Roeselare เพื่อจะเข้าเยี่ยมชมโรงเบียร์ Rodenbach ครับ ตอนที่เรามาถึงฝนกำลังโปรยปรายเบาๆ พอให้หัวเปียก เจ้าหน้าที่ของโรงก็พาเข้าห้องประชุมของโรง แล้วก็เสิร์ฟกาแฟคนละถ้วยอย่างรู้ใจว่าบ่ายๆ แบบนี้ง่วงแน่นอน จากนั้นก็ให้ชม Video เกี่ยวกับโรงครับ แล้วก็เล่าประวัติต่างๆ เช่น ทำไมชื่อถึงดูเป็นเยอรมัน สาเหตุก็เพราะว่าบรรพบุรุษเป็นชาวเยอรมันชื่อ Ferdinand Rodenbach เป็นหมอทหาร ไปรบแล้วก็ถูกจับ พอได้รับการปล่อยตัวก็มาตั้งรกรากที่เมือง Roeselare ที่ตั้งของโรงเบียร์นี่เอง โดยตัวโรง Rodenbach ก่อตั้งเมื่อ 1821 (ใกล้ครบ 200 ปีแล้ว) โดย 4 พี่น้อง(Pedro, Alexander, Ferdinand and Constantijn) ซึ่งเป็นรุ่นหลานของปู่ Ferdinand  หลังจากนั้นผ่านไป 15…

  • |

    จิบเบียร์รสพระทำ Westvleteren ที่ร้านอาหารหน้าวัด – ประเทศเบลเยี่ยม

    จาก Hops Museum ในเมือง Poperinge คณะของเราก็เดินทางกันต่อประมาณ 10 นาที ระยะทางใกล้ๆ ประมาณ 7 กิโลเมตรเท่านั้นครับ จุดหมายต่อไปของเราก็คือโรงเบียร์ Trappist ชื่อดังที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งก็คือ Brouwerij de Sint-Sixtusabdij van Westvleteren ที่อยู่ในวัด ที่ผลิตเบียร์ Westvleteren นั่นเอง ที่นี่ผลิตเบียร์ทั้งหมด 3 ตัว ก็คือ Blonde (Belgian Blonde), 8 (Belgian Dubbel) และ 12 (Belgian Quad) ซึ่งตัว 12 นี้เคยได้รับการโหวตให้เป็นเบียร์ที่ดีทุกสุดในโลกจากเว็บ ratebeer ด้วยครับ เอกลักษณ์อย่างนึงก็คือทั้งสามตัวจะไม่มีฉลากบนขวด จะแยกได้ก็ต้องดูบนฝา (Blonde-เขียว, 8-ฟ้า, 12-เหลือง) ซึ่งด้วยปริมาณที่ผลิตไม่มาก ทำให้เบียร์ Westy (ชื่อเล่นของเบียร์ Westvleteren) นั้นนอกเบลเยี่ยมค่อนข้างจะหายากพอสมควร และถ้ามี…

  • Hops Museum พิพิธภัณฑ์ฮอปส์ในเมือง Poperinge – ประเทศเบลเยี่ยม

    โปรแกรมวันที่สามของทริป Road to Belgium เราเริ่มต้นด้วยการเดินทางไปยังเมือง Poperinge เมืองที่ปลูกฮอปส์เป็นอันดับ 1 ของประเทศเบลเยี่ยม เรียกว่าฮอปส์ที่ใช้ในประเทศนั้นเป็นผลผลิตของที่นี่เกือบจะทั้งหมดก็ว่าได้ครับ พอเข้าตัวเมืองก็จะเห็นดอกฮอปส์ขนาดใหญ่ต้อนรับเราอยู่ที่วงเวียนก่อนเข้าเมือง รวมถึงที่พื้นของเมืองก็จะมีหมุดทองเลืองรูปดอกฮอปส์ตอกติดอยู่ที่พื้นด้วย โปรแกรมของเราที่เมืองนี้ก็คือการมายัง Hops Museum ครับ พอมาถึงพนักงานของพิพิธภัณฑ์ก็มาต้อนกับและแนะนำตัว เป็นคุณพี่ผู้ชายดูทะมัดทะแมง ติดกวนๆ หน่อย คุยกันเสร็จแก่ก็พาเดินขึ้นบันไดไปชั้นบนเพื่อเริ่มทัวร์