brewery

  • Melvin ทานอาหารไทยจิบคราฟท์เบียร์ในตัวเมือง San Diego

    ตระเวนมาทั้งวัน ก็เดินทางมาถึงที่สุดท้ายของคืนนี้ เป็นอีกโรงที่ชาวไทยน่าจะคุ้นกันดี มีขายในไทยซักพักนึงแล้ว นั่นก็คือ Melvin ครับ Melvin ก่อตั้งที่เมือง Jackson รัฐ Wyoming ในปี 2009 ที่หลังร้านอาหารไทยชื่อ Thai Me Up ของ Jeremy Tofte เริ่มต้นจากระบบ 20 แกลลอน (90 ลิตร) ด้วยความนิยม ไม่นานก็ขยายเป็นระบบ 3 บาร์เรล (480 ลิตร) ระหว่างนั้นก็กวาดรางวัลจากหลายเวทีจาก Melvin IPA, 2×4 DIPA, Ch Ch Cherry Bomb และ Killer Bees พอมาถึงในปี 2015 ทางโรงได้รับรางวัล Small Brewpub of the Year จากงาน GABF ก็เลยไปตั้งโรงใหญ่สวยงาม ติดแม่น้ำ…

  • Modern Times โรงคราฟท์เบียร์แบรนดัง – San Diego

    ช่วงเย็นของวันสุดท้ายในเมือง San Diego หลังจากที่ไปแวะ White Labs กลุ่มย่อยของพวกเรานั่งรถมาสมทบกับกรุปใหญ่ที่อีกหนึ่งโรงดังของเมือง เป็นแบรนด์ที่คนไทยคุ้นเคยกันดี นั่นคือ Modern Times ครับ Modern Times ก่อตั้งเมื่อปี 2012 โดย Jacob McKean อดีตพนักงานของ Stone หลังจากออกมาก็มาฟอร์มทีม ดึง Brewer เก่งๆ มาร่วมทีมและเริ่มเซ็ทอัพโรงที่ Point Loma ใกล้ๆ กับสนามบิน San Diego เป็นระบบต้มและถังหมักขนาด 30 บาร์เรลหรือเกือบๆ 4,800 ลิตร เริ่มต้มแบทช์แรกในเดือนพฤษภาคมปี 2013 และขายในเดือนมิถุนายน ซึ่งในเดือนเดียวกันที่เริ่มต้มแบทช์แรกยังได้ไป launch โปรเจคระดมทุนบน kickstarter เพื่อนำเงินมาทำแทปรูม ซื้อถังบาร์เรล และทำแลบ สุดท้ายระดมได้ถึง 65,000 usd จาก 645 backers ปัจจุบัน Modern…

  • Pure Project โรงเบียร์หน้าใหม่มาแรงแห่งเมือง San Diego, California

    โรงที่สองสำหรับวันนี้หลังจากที่ไปแวะ Belching Beaver ก็คือโรงชื่อว่า Pure Project เราวิ่งลงใต้กลับมาทางตัวเมือง San Diego ประมาณ 55 กิโลเมตร ใกล้ๆ กับ Ale Smith ที่เรามาวันก่อนเลย ที่นี่เป็นโรงที่พนักงานโรงเบียร์อื่นๆ หลายคนแนะนำให้มาลอง เพราะว่ากำลังเป็นเจ้าใหม่มาแรง มีจุดกำเนิดในปี 2013 จากเพื่อนสองคน Jesse Pine และ Mat Robar ที่ไปปีนเทือกเขาร็อกกี ระหว่างทางก็พูดคุยไปแล้วก็กลายเป็นไอเดียเรื่องโรงเบียร์ จากนั้น Jesse Pine ต้องไปทำงานที่ Costa Rica ซึ่งยังไม่ค่อยไม่มีคราฟท์เบียร์มากเท่าไหร่ ก็เลยเริ่มต้มเบียร์ในชื่อ Pura Vida ผ่านไป สองปี ระหว่างที่กำลังตัดสินใจเรื่องสร้างโรงที่ Costa Rica ว่าจะทำยังไงดี ปรากฎมีคนโทรมาบอกว่า ที่ Miramar, San Diego มีที่เพิ่งเปิดใหม่ เหมาะสมกับการทำโรง ก็เลยทำให้ตัดสินใจไม่ยาก นั่นก็คือบินกลับ…

  • Belching Beaver โรงเบียร์ 60 แทป สาขาเมือง Vista, California

    วันที่ 4 ของทริปแคลิฟอร์เนีย วันนี้เราจะเดินทางกลับเข้าไปยังตัวเมือง San Diego ในช่วงเย็นครับ แต่ก่อนจะกลับ เราจะตระเวนเก็บอีกสองสามร้านกันก่อนครับ เราเริ่มที่ Belching Beaver อีกหนึ่งโรงที่คนไทยรู้จักและคุ้นเคยพอสมควร จากเบียร์ฉลากสวย Phantom Bride และ Digital Bath เป็นต้น ทางโรงเองมีทั้งหมด 5 สาขา กระจายไปรอบๆ เมือง San Diego สาขาที่เรามากันวันนี้อยู่ในเมือง Vista บนถนน E Broadway ห่างออกมาจากตัวเมือง San Marcos ประมาณสิบกว่านาทีครับ ตัวร้านขนาดค่อนข้างกว้าง มีแทปเบียร์สดเรียงรายอยู่ด้านในมากถึง 60 แทป ส่วนใหญ่เป็นของทางโรงเองแต่ก็มีแบรนด์อื่นๆ ผสมอยู่ด้วยนิดหน่อยครับ

  • Pizza Port กินพิซซ่าแกล้มคราฟท์เบียร์จากแบรนด์เก่าแก่

    เสร็จจากโรง Wild Barrel เรากลับไปเก็บของกันที่โรงแรมแล้วก็ออกเดินทางออกมาทานข้าวเย็นกันที่โรงเบียร์ Pizza Port ซึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากที่พักของเราครับ  Pizza Port นับเป็นแบรนด์เก่าแก่อีกหนึ่งแบรนด์ เริ่มเสิร์ฟเบียร์ที่ต้มเองตั้งแต่ปี 1992 โดยก่อนหน้าเป็นร้าน Pizza ที่เปิดในปี 1987 ครับ สำหรับสาขาแรกนั้นตั้งอยู่ที่ Solana Beach ส่วนสาขาที่เรามากันวันนี้ (Bressi Ranch) เป็นสาขาที่ 5 แล้วซึ่งเปิดในปี 2013 สาขานี้ขนาดค่อนข้างใหญ่ และเป็นโรงที่มีไลน์ผลิตกระป๋อง ทำให้แบรนด์สาขาส่งออกไปขายได้ทั่วโลก (ผมดื่มแบรนด์นี้ครั้งแรกที่ประเทศญี่ปุ่น) วันที่ไปคนเต็มร้านเลยครับลูกเล็กเด็กแดงวิ่งกันเต็มไปหมด ภายในร้านสว่าง ฝั่งซ้ายมือเป็นบาร์เบียร์ ฝั่งขวาเป็นส่วนของครัว ถ้าจะสั่งอาหารก็มาฝั่งนี้ ด้านนอกยังมีโซนกองไฟที่คนนั่งกันอยู่เพียบๆ เพราะอากาศเย็นกำลังดีครับ

  • Wild Barrel โรงใหม่มาแรงเน้นเอจในถังบาร์เรล – San Marcos, California

    จากโรง Stone เราเดินทางกลับเข้ามายังในตัวเมือง San Marcos ครับ มาแวะโรงที่สองของวัน เป็นโรงที่อาจจะยังไม่คุ้นชื่อกันเท่าไหร่ ที่นี่มีชื่อว่า Wild Barrel  Wild Barrel เพิ่งก่อตั้งไม่นานนี้คือเมื่อปี 2017 เท่านั้นครับ โดยเริ่มต้นจากเพื่อน 3 คน คือ Bill Sysak, Bill Sobieski และ Chris White  ตัวโรงอยู่ในอาคารเดียวกับสนามตีเบสบอลอัตโนมัติ แปลกดีครับ คือฝั่งขวาเป็นสนาม ฝั่งซ้ายเป็น Taproom และ ห้องต้มกับถังบาร์เรลอยู่อีกห้องด้านใน

  • Stone Brewing ทัวร์โรงเบียร์และทานอาหารที่โรงคราฟท์เบียร์ชื่อดัง – San Marcos, California

    เช้าวันรุ่งขึ้นที่โรงแรม Lakehouse Resort ในเมือง San Marcos เราทานข้าวเช้ากันช่วงสายๆ เสร็จตอนเที่ยงก็ออกเดินทางไปยังโรงเบียร์ Stone หนึ่งในเป้าหมายหลักของทริปนี้ Stone ก่อตั้งขึ้นในปี 1996 ซึ่งโรงดั้งเดิมที่ก่อตั้งก็คือโรง Lost Abbey ที่เราไปมาเมื่อวานนี่เองครับ ส่วนโรงปัจจุบันที่เรามากันวันนี้นั้น เริ่มเปิดใช้งานเมื่อปี 2006 ตอนที่มาถึงหน้าโรงนึ่กลิ่นมอลต์กลิ่นฮอปส์ลอยฟุ้ง หอมมาก พอเข้ามาภายในโรงมีทั้งส่วนขายของที่ระลึก พวกเสื้อ หมวก แก้ว และของเบ็ดเตล็ดอื่นๆ พอเข้าไปด้านในก็จะเป็นฮอลล์โล่งสูง ส่วนนี้เป็นห้องอาหารและแทปรูมครับ  ติดกันกับส่วนนี้เป็นโซนเอาท์ดอร์ที่บรรยากาศดีมากๆ แล้วก็มีสวนขนาดกลางๆ อยู่ติดกัน ตรงโซนนี้เราก็กลับมาทานข้าวตอนบ่ายหลังจาก Brewery Tour อีกที ระหว่างรอเวลา Brewery Tour พวกเราก็นั่งจิบเบียร์และซื้อของที่ระลึก เบียร์สดที่จัมป์นั้นนอกจากเบียร์ของสโตนเอง ก็จะมี Guest Beer มาด้วย ซึ่งเป็นความโชคดีของพวกเราที่ตอนที่ไปนั้น มีเบียร์ดัง Pliny The Elder ของ Russian River จัมป์อยู่ ก็เลยจัดกันซะคนละแก้วครับ…

  • The Lost Abbey โรงเบียร์ดังเน้นสไตล์เบลเยี่ยม เมือง San Marcos – California

    เรามาถึงเมือง San Marcos ช่วงเย็นๆ หลังจากเช็คอิน เก็บของที่โรงแรมแล้ว ก็ออกเดินทางต่อด้วย Uber ไปยังโรงเบียร์ที่ 3 ของวันนี้ครับ เป็นอีกหนึ่งโรงดังที่หลายคนน่าจะคุ้นชื่อนั่นก็คือ The Lost Abbey Lost Abbey ได้เปิดโรงนี้ในปี 2006 เบียร์ที่ผลิตนั้นจะเน้นเป็นสไตล์เบลเยี่ยมเป็นหลัก แต่จุดกำเนิดนั้นเริ่มมาก่อนหน้าตั้งแต่ปี 1997 โดย Tomme Arthur (Co-Founder ของ Lost Abbey) ได้เข้าไปเป็น brewer ของ Pizza Port และก็ได้ต้มเบียร์ชื่อ Dubbel Overhead Abbey Ale ซึ่งนับได้ว่าเป็นเบียร์เบลเยี่ยมตัวแรกของโรง แล้วก็ทยอยออกมาเรื่อยๆ ซึ่งก็ได้รับคำชมมากมาย ฝึกวิชาอยู่หลายปี จนปี 2005 ก็มีโรงเป็นของตัวเองเมื่อ Stone ย้ายไปยังโรงใหม่ที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล Vince และ Gina Marsaglia Tomme Arthur …

  • Mikkeller SD โรงตัวเองแห่งแรกของแบรนด์ชานเมือง San Diego

    จาก Ale Smith เราเดินฝ่าฝนบางๆ ไปกันที่โรงที่สองของวันนี้ คือโรง Mikkeller San Diego ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียง 1.3 กิโลเมตรเท่านั้นครับ นับเป็นโรงแรกของแบรนด์ Mikkeller ก่อนหน้านี้ต้มที่โรงคนอื่นเป็นหลัก ที่นี่เริ่มกิจการในปี 2016 โดยโรงนี้เป็นโรงเก่าของ Ale Smith นั่งเอง บนถังหมักยังมีเขียนเอาไว้ว่า ทำ customize ให้กับ Ale Smith ด้วยครับ  สาเหตุหนึ่งที่ Mikkeller มาซื้อต่อก็เพราะตัว Mikkel นั้นรู้จักและคุ้นเคยกับ Peter Zein เจ้าของ Ale Smith (ในวิกิเขียนว่า Peter เคยให้คำแนะนำวิธีการพัฒนาตัว Coffee Stout ของ Mikkeller)