japan

  • วัด Tenryuji และป่าไผ่ – Japan Nov14 ตอนที่ 2.3

    ทานข้าวที่ร้าน Yoshimura เสร็จเราก็เดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอีกแห่งของ Arashiyama นั่นก็คือวัด Tenryu-Ji วัดเทนริวจิเป็นวัดพุทธนิกายเซนที่ใหญ่ที่สุดในฝั่งตะวันตกของญี่ปุ่น ตอนแรกเคยเป็นที่พักของ จักรพรรดิโกะซากะและจักรพรรดิคาเมะยามะ มาเปลี่ยนเป็นวัดในปี ค.ศ. 1939 ตัววัดมีสวนชื่อโซเกนจิ เท-เอน (曹 源池庭園 /Sôgenchi Teien) เป็นสวนแบบเดินชมขนาดใหญ่ มีสระน้ำอยู่หลังวัด โดยเป็นผลงานการออกแบบของพระเซนที่มีชื่อในการออกแบบสวนชื่อ มุโส โซเซกิ (夢窓 疎石 / Musō Soseki, 1275-1351) และวัดนี้ก็ถือเป็นมรดกโลก World heritage site ของ UNESCO ด้วย **ขอบคุณข้อมูลจากกระทู้ของคุณ blueschizontใน pantip.com ครับแนะนำให้ตามไปอ่านเพราะเขียนเรื่อง Arashiyama ละเอียดดีมากครับ สำหรับตัวอาคารของวัดนั้นเราไม่ได้ชมเลย ได้แค่เดินดูรอบๆ และเดินดูในสวนเท่านั้น แล้วก็ไปทะลุออกป่าไผ่ บริเวณทิศเหนือของวัด

  • |

    ทานโซบะที่ร้าน Yoshimura แถว Arashiyama – Japan Nov14 ตอนที่ 2.2

    ล่องแม่น้ำ Hozugawa เรามาลงฝั่งแถว Arashiyama ตั้งใจจะไปกินไคเซกิร้านใกล้ๆ ที่ขึ้นเรือ เป็นร้านที่อยู่บนเนินๆ บนเขา เดินไปจนถึงร้าน พนักงานถามว่าจองมาไหม อดทันที เลยต้องเปลี่ยนมาเป็นร้านสำรองที่จดเอาไว้ เป็นร้านดังอีกร้านนึงเหมือนกันชื่อ Yoshimura มีของดังคือโซบะ เราเดินมาจนถึงร้าน ตัวร้านแยกเป็นสองส่วน ส่วนนึงเน้นโซบะ อีกส่วนเน้น เต้าหู้ ความที่โซบะดังมาก คิวเลยยาวเฟื้อย เราก็เลยยอมไปทานส่วนที่เน้นเต้าหู้แทน ที่จริงแล้วบริเวณ Arashiyama ก็ดังเรื่องของเต้าหู้อยู่แล้ว รอคิวอยู่ซักพักก็ได้โต๊ะ เป็นห้องกลางๆ มี อยู่สองโต๊ะ สั่งอาหารเป็นเซ็ต ในเซ็ตก็จะมี เต้าหู้ ของทอด โซบะ และขนม โดยรวมเราว่าก็อร่อยใช้ได้ เสร็จจากร้านข้าวก็เตรียมไปเดินชมใบไม้เปลี่ยนสีในโซน Arashiyama ตามวัดต่างๆ โดยระหว่างทางจากวัดนึงไปยังอีกวันนึงก็จะมีร้านขายของริมถนน ทั้งขายฝาก ของกิน ขนม เราก็เข้าๆออกๆหลายร้านจนไปโผล่อีกวัดนึงนั่นเอง

  • ล่องเรือชมใบไม้เปลี่ยนสีในแม่น้ำ Hozugawa – Japan Nov14 ตอนที่ 2.1

    วันที่ 2 ของทริป เราออกเดินจากสถานีเกียวโตตั้งแต่เช้าๆ เพื่อจะไปล่องเรือในแม่น้ำ ชมใบไม้เปลี่ยนสี แม่น้ำที่เราจะไปชื่อ Hozugawa (gawa แปลว่าแม่น้ำ) อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของตัวเมืองเกียวโต โดยเราจะนั่งรถไฟออกจากเกียวโตไปลงยังสถานี Kameoka แล้วก็เดินต่อจากสถานีไปอีกนิดเพื่อขึ้นเรือ ที่จริงแล้วขามานั้นสามารถนั่งรถไฟสายโรแมนติค (Sagano Scenic Railway) มาได้ด้วย แต่ก็ต้องตื่นเช้าขึ้นเพื่อเผื่อเวลา ถ้าจะนั่งสายนี้ ต้องลงที่สถานี Saga-Arashiyama แล้วเดินไปขึ้นสายโรแมนติคที่สถานี Torokko Saga จากสถานี Kameoka เราเดินมาจนถึงที่ขึ้นเรือก็เหนื่อยนิดๆ กำลังดี แต่เรือกำลังจะออกทำให้ต้องซื้อตั๋วแล้วขึ้นอย่างรวดเร็ว ตอนแรกอ่านมาเหมือนว่าจะมีตารางออกเป็นรอบ ไปๆมาๆ เหมือนเต็มแล้วเค้าจะออกเลย ไม่ได้รอตามตารางเวลาที่กำหนดไว้ ใช้เวลานั่งเรือประมาณ 120 นาที ไม่ได้วนกลับมาที่เดิมคือล่องไปเรื่อยๆจนถึง Arashiyama ใกล้ๆกับสะพาน Togetsukyo สำหรับรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับการล่องเรืออ่านเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ hozugawakudari.jp

  • |

    Kisaichi ร้าน Izakaya ในเกียวโต – Japan Nov14 ตอนที่ 1.3

    เราเดินทางกลับจาก การชมใบไม้เปลี่ยนสีที่วัด Shakudoji โดยการนั่งรถไฟมากลับมาลงสถานี Kyoto ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง กลับมาถึงก็เดินไปร้านอาหารที่เตรียมเอาไว้ ในใจมี 2 ตัวเลือก คือเนื้อย่าง ยากินิคุ กับ Izakaya สุดท้ายสมาชิกเลือก Izakaya กัน จากสถานีเดินประมาณ 500 เมตรขึ้นไปทางทิศเหนือ ตัวร้านนั้นจะอยู่ในตรอกมืดๆหน่อย แต่ไม่อันตรายครับ ร้านนี้ชื่อว่า Kisaichi きさいち เป็นร้านที่มีแต่เคาท์เตอร์ นั่งรอบๆ พ่อครัว(เจ้าของ)ก็จะอยู่ข้างใน สำหรับร้านนี้นั้นไม่มีเมนูภาษาอังกฤษ น้องสาวจึงได้ใช้ความสามารถจากการเรียนภาษาญี่ปุ่นมา อ่านเมนู + เดาๆ เอา พร้อมกับเปิดรูปในเว็บจนสั่งได้เรียบร้อยครับ ระหว่างทานน้องสาวก็พอฟังออก ดูเหมือนเจ้าของร้านกับลูกค้าจะคุยๆ กันตื่นเต้นที่นักท่องเที่ยวอย่างเราเข้ามาที่ร้านเค้าได้ด้วย หะหะ

  • ดูใบไม้เปลี่ยนสีที่วัด Shakudoji – Japan Nov14 ตอนที่ 1.2

    ทานข้าวเสร็จเราก็ขึ้นรถไฟมาลงที่สถานี Kinomoto แล้วเดินทางต่อไปยังวัด Shakudoji วิธีการเดินทางนั้นสามารถไปได้ทั้งรถบัส หรือจะเรียก Taxi ไปก็ได้ ขาไปเราเรียก Taxi จากสถานีไป ขากลับนั่งรถบัสกลับ พอ Taxi มาส่งก็ต้องเดินต่ออีกเล็กน้อย ตามโปรแกรมที่ดูก็คือเดินไปวัด Shakudouji และวัด Keisokuji ทั้ง 2 วัดอยู่ใกล้กัน เดินไม่เหนื่อยมาก แต่ปรากฎว่าพอมาดู ใบไม้มันก็ไม่แดงเหมือนอย่างในรูปเห็น แล้วเราก็ตาบอดสีด้วยทำให้แยกไม่ค่อยออกว่าต้นไหนแดงมากแดงน้อย เดินไปเดินมา ฝนก็ตกลงมาชุดใหญ่ หาที่หลบแทบไม่ทัน พอเริ่มเย็นก็ต้องตันสินใจลุยฝน ออกไปรถรถบัส กลัวจะไม่มีรถกลับไปสถานี

  • |

    Mutekiya (ราเม็ง 3กระทะ) สุดยอดราเม็งย่าน Ikebukuro – Japan 2014 ตอนที่ 11

    เดินทางกันมาจนถึงร้านสุดท้ายของทริป วันนี้เป็นวันสุดท้ายของเราในทริปญี่ปุ่นต้นปี 2014 ลงโอซาก้าและมาบินกลับไทยที่โตเกียวด้วย A380 ลำโต เราปิดท้ายทริปนี้ด้วยราเม็งเจ้าดัง Mutekiya ซึ่งอยู่แถว Ikebukuro เป็นมื้อสายๆของวัน สำหรับร้านนี้พี่ชายและพี่สาวมาคุยถึงให้ฟังหลายที โดยจะเรียกกันติดปากว่าราเม็ง 3 กระทะ เพราะว่าชื่อร้านจะเขียนอยู่บนกระทะสามใบหน้าร้าน ส่วนตัวเราไม่เคยมาเลยซักครั้งเพราะช่วงหลังๆมาญี่ปุ่นก็จะไปโผล่ โอซาก้าบ้าง ฮอกไกโดบ้าง จนคราวนี้มีโอกาสมาโตเกียวก็เลยได้มาซะที พี่ชายพี่สาวก็อยู่โรงแรม เรามาเข้าแถวทานคนเดียว มาช่วงประมาณ 11 โมงเช้าวันจันทร์ รอคิวไม่นานมากประมาณ 20 นาที ถ้าเป็นช่วงเย็นคนจะเยอะกว่านี้พอสมควร ได้ข่าวมาว่าตอนนี้เริ่มคิวยาวขึ้นแล้ว เพราะนักท่องเที่ยวไปพูดถึงกันเยอะ เขียนลง blog เยอะ แน่นอนว่ารวมเราชาวไทยไปด้วย เยอะจนในนเว็บไซต์ของร้านมีภาษาไทยให้อ่านด้วย 😀 พอใกล้ๆจะถึงคิว พนักงานก็จะเอาเมนูมาให้ดูตั้งแต่ในแถว แล้วสั่งไว้ พอได้เข้าไปนั่งในร้านแป๊บเดียวก็จะยกมาเสิร์ฟเลย สำหรับร้านนี้สามารถเพิ่มปริมาณเส้นได้ฟรีด้วยครับ

  • |

    Kohmen ราเม็งแถว Ikebukuro – Japan 2014 ตอนที่ 10.3

    อาหารเย็นมื้อสุดท้ายในทริปนี้ของเราเป็นราเม็ง เป็นร้านใหม่ที่ไม่เคยทานอีกแล้ว ตอนแรกก็เดินหาร้านคะแนนใน tabelog สูงๆ แต่ก็คนเยอะเกือบทุกร้าน เดินไปเดินมาร้านนี้อยู่สองรอบ คิดว่าจะลองไม่ลองดี เพราะคะแนนก็ไม่ค่อยสูง แต่ตอนนั้นเริ่มหิว+เริ่มจะมืด ก็เลยตัดสินใจลองดู ตัวร้านดูดี อยู่ติดถนนใหญ่ อยู่ไม่ไกลจากร้านราเม็งชื่อดัง Mutekiya (เดี๋ยวเขียนถึงอีกทีในตอนหน้าครับ) ตัวร้านมีสองชั้น ชั้นล่างที่น้อยหน่อยเป็นเคาเตอร์ พนักงานพาเราขึ้นมาชั้น 2 มีทั้งเคาเตอร์และโต๊ะ เราได้นั่งโต๊ะในสุดเลย วันที่ไปคนเติมทั้งสองชั้น รอคิวอยู่แป๊บนึงไม่นานมาก บรรยากาศร้านจะตกแต่งสมัยใหม่นิดนึง ไม่ดูเป็นร้านราเม็งแบบโบราณ ซึ่งหลายๆร้านก็ตกแต่งเป็นแนวนี้กันเยอะแล้ว

  • เดินซื้อของกินของฝากที่ตลาด Ameyoko – Japan 2014 ตอนที่ 10.2

    ทานโซบะที่ร้าน Ueno Yabu Soba เสร็จเราก็เดินมาชอปปิ้งของกินของฝากที่ตลาดใกล้ๆกัน สำหรับตลาดที่เดินมันๆ สนุกๆ ของเยอะๆ ในโตเกียวก็ต้องมาที่นี่เลยครับ ตลาด Ameyoko (アメ横) มีขายของหลากหลายชนิด ถ้าเปรียบกับบ้านเราก็คล้ายๆตลาดนัดจตุจักร ผสมๆ กับถนนคนเดิน การเดินทางก็ให้ลงที่สถานี Ueno แล้วออกประตูทางฝั่งทิศใต้ ชื่อตลาดนี่เต็มๆ คือคำว่า Ameya Yokocho แปลเป็นไทยได้ว่า “ตรอกลูกอม” ซึ่งเมื่อก่อนเคยมีร้านลูกอมมากมายอยู่ที่นี่ แต่ก็มีอีก 1 ข้อสันนิษฐานว่า Ame อาจจะมาจาก America เพราะบริเวณนี้เคยเป็นตลาดมืดในยุดหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สำหรับสินค้าที่นี่ก็จะมีตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ ของสดของแห้ง เสื้อผ้า ยา ขนม รองเท้า ร้านราเม็งร้านข้าว หรือจะไปเดินดูเครื่องใช้ไฟฟ้าในร้าน Yodobashi สาขา Ueno ก็ได้

  • |

    Ueno Yabu Soba โซบะร้านอร่อยที่อูเอโนะ – Japan 2014 ตอนที่ 10.1

    วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะได้เที่ยว พรุ่งนี้ต้องเดินทางกลับแล้ว ก็เลยมาเดินหาซื้อของสดที่จะเอากลับไทย ตลาดนึงที่เรามาบ่อยก็คือ Ameyoko (เดี๋ยวจะเขียนถึงอีกที) ตลาดอยู่ทางทิศใต้ของสถานีไม่ไกลจากสถานีรถไฟ Ueno ถ้าทางทิศเหนือก็จะเป็นสวน Ueno ที่เราไป พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติโตเกียว เมื่อวันก่อนนั่นเอง ก็จะไปเดินตลาดก็เลยต้องหาอะไรทานเติมพลังซะหน่อย ร้านนี้ Ueno Yabu Soba เจอจาก tabelog เช่นเคยครับ ดูคะแนนดูหน้าตาก็เห็นว่าน่าทานดี ไม่ไกลจากตลาด Ameyoko เช่นกัน สำหรับเส้น Soba นี่จะมำมาจาก buckwheat โดยนิยมทานทั้งแบบเย็น (zaru soba) และแบบใส่น้ำซุป ร้านไหนขายโซบะส่วนมากก็จะขายอูด้งด้วยเช่นกัน (ร้านนี้ก็มีอูด้ง)