Lucerne – ยุโรป 2013 ตอนที่ 7.2

กลับมาเขียนถึงเมือง Lucerne เมืองแรกใน Switzerland ที่เรามาพัก โดยโปรแกรมหลักของการพักที่เมืองนี้ก็คือเดินทางขึ้น Titlis ที่ได้เขียนถึงไปในตอนที่แล้ว

สำหรับสวิตเซอร์แลนด์นั้นเป็นประเทศที่เราคุ้นชื่อ แต่ก็ไม่ค่อยรู้เรื่องเกี่ยวกับประเทศนี้มากเท่าไหร่ เช่น เราไม่เคยรู้มาก่อนว่าภาษาหลักที่เค้าใช้กันคือภาษาเยอรมัน นอกจากนี้แต่ละส่วนของประเทศ ก็จะใช้ภาษาต่างกันไป ทางใต้ของประเทศก็จะพูดอิตาลีได้ด้วย ส่วนทางตะวันตกอย่าง โลซานน์ และเจนีวา ก็จะพูดฝรั่งเศส

เมือง Lucerne นี้อยู่ตรงกลางๆของประเทศ ตัวเมืองมีทะเลสาบใหญ่อยู่ชื่อเหมือนเมืองเลยนั่นก็คือ ทะเลสาบ Lucerne โดยมีจุดเด่นในเมืองคือสะพาน Chapel Bridge ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 14

europe13_372
เราพักที่ โรงแรม Monopol ซึ่งอยู่กลางเมืองเลย ตรงข้ามโรงเรียนเป็นสถานีรถไฟใหญ่ วิวจากห้องนอนเห็นทะเลสาบสวยงาม
europe13_374
เดินจากโรงแรมมานิดเดียวก็จะเป็นวิวตึกริมทะเลสาบ
europe13_373
สะพาน Chapel Bridge ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14
europe13_375
เป็นสะพานไม้ทั้งอัน แตไม่ได้เป็ยของเดิมทั้งหมดเนื่องจากไฟไหม้ไปช่วงปี 1993
europe13_376
อาคารริมหน้าก็จะมีทั้งโรงแรมและร้านอาหาร
europe13_377
วิวจาก Chapel Bridge
europe13_378
วิวจาก Chapel Bridge
europe13_379
วิวจาก Chapel Bridge
europe13_380
วิวจาก Chapel Bridge
europe13_381
วิวจาก Chapel Bridge
europe13_474
ในน้ำมีหงส์ด้วย
europe13_475
สะพาน Chapel Bridge
europe13_476
หงส์
europe13_477
สะพาน Chapel Bridge

europe13_480
ให้อาหารหงส์
europe13_483
หงส์
europe13_484
หงส์
europe13_482
เรามาทานข้าวที่โรงแรม Hotel Des Alpes นี่สองมื้อ
europe13_478
ป้ายหน้าโรงแรม
europe13_481
ด้านหน้าโรงแรม อากาศดี ลูกค้าก็นั่งทานอาหารรับลมชมวิวกัน
europe13_486
สะพานที่ใช้กันในปัจจุบัน มีรถวิ่งข้ามได้ด้วย
europe13_487
อีกที่เที่ยวในเมือง Lucerne ที่เราไปมาก็คือ Lion Monument
europe13_488
เป็นสิงโตแกะสลักหินเข้าไป
europe13_489
เป็นอนุสรณ์เพื่อระลึกถึงทหารสวิสที่รับจ้างไปรบให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ในช่วงปฏิวัติฝรั่งเศสซึ่งเสียชีวิตไป 786 คน
europe13_490
บรรยากาศภายในจะดูร่มรื่น แฝงความวังเวงอยู่เหมือนกัน

Similar Posts

  • | | |

    Friends of Ham จิบคราฟท์เบียร์แกล้มชีสและแฮม เมือง Leeds – ประเทศอังกฤษ

    จากโรง Northern Monk ผมเดินทางกลับมายังบริเวณด้านหน้าสถานี Leeds มาที่ร้าน Friend of Ham ชื่อร้านแบบนี้แต่เป็นร้านเบียร์ด้วยครับ ซึ่งนอกจากเบียร์ก็มีชีสกับแฮมของโปรดผมด้วย น้ำลายไหลเลยหละครับ ตัวร้านเป็นชั้นล่างของตึกขนาดหลายครับ เป็นกระจกใสมองเห็นภายใน มีเบียร์โชว์อยู่ที่ริมกระจกเข้ามาด้านในร้านก็จะเจอบาร์อยู่ตรงกลางร้านครับ มีเคาท์เตอร์และสตูลให้นั่งรอบๆ ได้ ส่วนฝั่งซ้ายเป็นโต๊ะ วันนี้ในร้านคนเยอะเลยครับ เสียงคุยกันดังแข่งกีบเสียงเพลง jazz จากลำโพง สำหรับเบียร์สดมีทั้งหมด 10 ตัว มี Verdant เจ้าดังกำลังจัมป์อยู่สองหัวเลยครับ ส่วนเบียร์ขวดและเบียร์กระป๋องมีเยอะใช้ได้เลย พวกตัวพิเศษงาน collaboration อย่าง Cloudwater Other Half อะไรอย่างนี้ก็มีให้ซื้อครับ รวมถึงเบียร์สไตล์โลกเก่า เช่น cantillon ก็มีครับ

  • บ่อน้ำพุร้อน Yama, Umi และ Oniishibozu – Kyushu 2014 ตอนที่ 10.2

    ต่อจาก 2 บ่อแรก Oniyama และ Kamado ก็มาต่อบ่อที่ 3 ชื่อ Yama Jigoku บ่อนี้มีจุดเด่นคือมีสัตว์ชนิดต่างๆ เลี้ยงเอาไว้ให้ชมครับ จริงๆ ก็ ไม่ค่อยหวือหวาเท่าไหร่ เพราะสัตว์ก็มีนิดๆหน่อยๆ ไม่ได้มีเยอะอะไรมากมาย บ่อต่อมาบ่อที่ 4 ชื่อว่า Umi บ่อนี้มีขนาดใหญ่พอสมควร มีควันออกมาตลอดเรื่อยๆ แล้วด้านในก็จะมีเรือนกระจกที่นำความร้อน มาควบคุมอุณหภูมิภายใน ให้สามารปลูกพืชเมืองร้อนอย่าง บัว กล้วย กล้วยไม้ และ กระบองเพชร ได้ เราคนไทยมาจากเมืองร้อนก็ไม่ค่อยว้าวเท่าไหร่ หะหะ บ้านเราเยอะแยะ บ่อที่ 5 ชื่อ Oniishibozu บ่อนี้ตัวบ่อจะเป็นสีเทาๆ เดือดปุดๆ อยู่เรื่อยๆ ครับ ภายในมีอยู่ประมาณ 3-4 บ่อ ขนาดต่างๆ กันไป รอบๆ บ่อนี้มีที่แช่เท้าด้วยเช่นกัน โดยมีพวกพืชตระกูลส้ม ลอยๆ ในน้ำให้มีกลิ่นหอมครับ

  • |

    เจ๊เล็ก เนื้อลวก ปากท่อ ราชบุรี

    ทริปไปเช้าเย็นกลับของเรากลับมาเป็นครั้งที่สอง หลังจากครั้งแรกเราขับขึ้นไปทางเหนือไปจังหวัดอ่างทอง ครั้งนี้เราขับออกทางทิศตะวันตกเฉียงๆลงไปทางใต้ ด้วยเส้นพระราม 2 เป็นหลัก มีจุดหมายคือ แม่กลอง สมุทรสงคราม แต่เราขับเลยต่อไปอีกหน่อยประมาณ 20 กิโลเมตร เพื่อจะไปชิมเนื้อลวกปากท่อ เนื้อลวกปากท่อ แน่นอนว่าต้องอยู่ที่อำเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี เมื่อก่อนตอนเด็กๆเราก็งงว่าทำไมถนนถึงชื่อธนบุรี-ปากท่อ (ถนนพระราม 2)จนโตมาถึงได้รู้ว่ามันเป็นถนนเส้นทางยาวจากธนบุรี ถึงอำเภอปากท่อนั่นเอง กลับมาเรื่องเนื้อลวกต่อ เราได้ยินชื่อ เนื้อลวกปากท่อมาหลายปีแล้ว น่าจะจากในเน็ตนี่แหละ แล้วก็ว่าจะไปลองหลายที แต่ก็ไม่มีโอกาส เพราะถ้าขับไปจนถึงตรงนั้นแล้วส่วนมากก็คือจะเลยไปถึงเพชรบุรี หรือหัวหินเสียมากกว่า ไม่ได้มาหยุดที่ราชบุรี

  • |

    TAP The Ale Project คราฟท์เบียร์บาร์ สถานี Mong Kok – Hong Kong

    จากงาน Beertopia วันที่ 2 ผมออกเดินทางมาที่ย่าน Mong Kok ย่านขายของวัยรุ่นยอดนิยม พวกเสื้อผ้า รองเท้านี่ติดกับเป็นแผงเลยครับ ค่อยๆ เดินลัดเลาะไปจนถึงร้าน ‘TAP’ ที่ย่อมาจาก TAP The Ale Project บรรยากาศคืนวันเสาร์คนเยอะแน่นร้านครับ เกือบจะไม่ได้ที่แล้ว ได้ไปยืนอยู่ที่ปลายโต๊ะยาวกลางร้านครับ ได้เจอทีมคนไทยที่มาในงาน Beertopia ด้วยเช่นกัน ร้านนี้มีเบียร์สดทั้งหมด 18 แทป เป็นทั้งคราฟท์นำเข้าจากต่างประเทศผสมกับแบรนด์ที่ต้มในฮ่องกงครับ สำหรับอาหารก็มีเป็นของทานเล่นแล้วก็มีแซนด์วิชเป็น Signature ของร้านครับ ผมอิ่มแล้วเลยได้ลองแค่อย่างเดียว

  • |

    Mikkeller Bar สาขาดั้งเดิม Copenhagen

    จากที่เคยได้ไป Mikkeller Bar ที่ เอกมัย โตเกียว และ สิงคโปร์ ในที่สุดผมก็มีโอกาสได้ไปสาขาดั้งเดิมที่ Copenhagen ประเทศ Denmark ครับ โดยได้ไปในช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมานี่เองครับ ตัวร้านอยู่บนถนน Viktoriagade ไม่ไกลจากสถานีรถไฟหลักของเมือง Copenhagen Central Station เดินแค่ 400 เมตรเท่านั้น ร้านอยู่ในชั้นล่างของตึก ต้องเดินบันไดลงไปประมาณครึ่งชั้น ขนาดร้านค่อนข้างเล็กมีห้องใหญ่ 1 ห้อง ซึ่งก็ไม่ใหญ่มาก แล้วก็ห้องเล็กๆ อีก 2 ห้อง คนแน่นตั้งแต่หัวค่ำ พอยิ่งดึกยิ่งแน่น บรรยากาศร้านก็แต่งแบบคลีนๆ สบายๆ สไตล์สแกดิเนเวียน เพลงฟังกี้คลอเบาๆ (อ่านประวัติของแบรนด์ mikkeller ได้ที่นี่)

  • |

    รีวิวโรงแรม Innotel สิงคโปร์

    จากที่ร้าน brewerkz ผมก็เดินเรื่อยๆ มาจนถึงโรงแรมที่พักครับ ชื่อ Innotel อยู่ใกล้ๆ fort canning park สถานีรถใต้ดินที่ใกล้สุดคือ Dhoby Ghaut ห่างจากโรงแรมราว  200-300 เมตรเท่านั้นครับ โรงแรมดูใหม่สะอาดดี ที่ชั้นหนึ่งมี คราฟท์เบียร์ชื่อ Hop Heads อยู่ พนักงานสุภาพดี พอขึ้นมาที่ห้อง โอ สวรรค์แอร์เปิดไว้เย็นชื่นใจ มาจากอากาศร้อนชื้นภายนอกเจอห้องอย่างงี้ฟินเลยครับ ช่วงที่ไปมีโปรโมชั่นก็คือมินิบาร์ฟรีหมดครับ ทั้งน้ำอัดลม น้ำหวาน น้ำเปล่า สบายเลย ตัวห้องก็สะอาดดี ส้วมก็มีที่ฉีดก้นด้วย ห้องที่พักเป้นแบบเตียงแยกสองเตียงครับ เตียงนุ่มสบายดี


แสดงความคิดเห็น