| |

Port Street Beer House คราฟท์เบียร์บาร์บรรยากาศดี เมืองแมนเชสเตอร์ – ประเทศอังกฤษ

เดินทางมาจนถึงร้านสุดท้ายของทริปอังกฤษเมื่อเดือนสิงหาคมแล้วครับ ร้านสุดท้ายที่ผมไปมีชื่อว่า Port Street Beer House เป็นร้านที่แวะไปหลังจากดูฟุตบอลและทานข้าวเย็นเสร็จครับ ตัวร้านอยู่บนถนนชื่อ Port Street ฝั่งตะวันออกจากใจกลางเมือง

บรรยากาศหน้าร้านดูเงียบๆ เพราะเป็นคือนวันอาทิตย์ด้วย พอเข้าไปด้านในถึงได้มีคนนิดหน่อย แต่จริงๆ แล้วส่วนใหญ่ไปนั่งกันอยู่ที่ลานด้านหลังครับ หน้าร้อนก็จริง แต่กลางคืนนี่หนาวใช้ได้เลยครับ ลานหลังร้านจะมีฮีตเตอร์เปิดอยู่ อุ่นขึ้นนิดหน่อย

ที่ร้านมีเบียร์สดเสิร์ฟประมาณ 20 กว่าตัวครับ เป้นทั้งแบบ keg และ cask ale ส่วนเบียร์ขวดและเบียร์กระป๋องก็มีเยอะพอสมควร ส่วนอาหารไม่แน่ใจว่ามีอะไรบ้าง ผมสั่งเบียร์เสร็จก็ถือแก้วออกไปนั่งด้านหลังร้านด้วยคน มีเสียงเพลง mario แบบ jazz คลออยู่เบาๆ ครับ

ด้านหน้าร้าน สติกเกอร์มีความเหมือน mikkeller นิดๆ ฮ่าๆ
บรรยากาศภายในร้านครับ
บริเวณหน้าบาร์
รายการเบียร์สดวันนี้
รายการเบียร์สดวันนี้
รายการเบียร์สดวันนี้
อีกมุมของร้าน
ตัวเด็ด Awkward Phase มี Cloudwater x DEYA x Verdant x Northern Monk
ด้านหลังร้าน บรรยากาศดีเลยครับ
แก้วแรกผมทาน Awkward Phase ครับ เป็น IPA ที่ทำกัน 4 เจ้า คือ Cloudwater x DEYA x Verdant x Northern Monk ฮอปส์ออกส้ม ทรอปิคอล มีความหวานอ่อนๆ ดราย ซ่า
อีกตัวเป็นขวดใหญ่ จิบก่อนหลับบ้านนอน Oude Quetsche Tilquin à l’Ancienne จาก Gueuzerie Tilquin เบลเยี่ยม ตัวนี้เป้น Lambic ครับ รสเปรี้ยว ซ่า สดชื่น จิบแล้วน้ำลายสูบฉีด ล้างปากดีมากอร่อยครับ

โดยรวมประทับใจครับ บรรยากาศดีข้างหลังร้านนี่เพลินมาก เย็นกำลังสบาย เบียร์ค่อนข้างเยอะ ร้านเปิดทุกวันตั้งแต่เที่ยง เป็นอีกหนึ่งร้านที่น่ามาแวะของเมืองแมนเชสเตอร์ครับ

Port Street Beer House ถนน Port Street เมืองแมนเชสเตอร์
เบอร์ : +44 (0)161 237 9949
เปิด : 12.00-24.00
เว็บไซต์
เพจ
foursquare

Similar Posts

  • Craffity Craft Beer & Home Bar คราฟท์เบียร์บาร์ถนนมูลเมือง – เชียงใหม่

    -= ร้านนี้ปิดแล้วครับ =- ออกจากร้าน The Grumpy Old Men ผมเดินทางต่อมายังถนนมูลเมือง 6 อยู่ด้านมุมขวาบนของคูเมือง อันเป็นที่ตั้งของร้าน Craffity craft beer & Home Bar ครับ ซึ่งไม่ห่างจากร้าน I’m Happy ที่ไปมาวันก่อนเท่าไหร่ เดินเข้าซอยมาผ่านร้านค้าและตลาดเรื่อยๆซอยเล็กหน่อย รถสวนไม่น่าจะได้ ประมาณ 130 เมตร ก็จะเจอร้าน Craffity อยู่ซ้ายมือครับ ตัวร้านเป็นอาคารพาณิชย์ขนาดหนึ่งห้อง ด้านในร้านดูสะอาด คลีนๆ เน้นสีโทนขาว มีมุมด้านในโชว์ลายอิฐ ภายในมีโต๊ะประมาณ 5-6 ตัว ด้านในสุดเป็นตู้แช่เบียร์ 1 ตู้ อีกตู้กลับด้านหันหลังออกมาเป็นแทปเบียร์สดทั้งหมด 8 แทป วันที่ไปก็มีบางตัวหมดไปแล้วครับ

  • | | |

    Ivy Place ร้านบรรยากาศดี Daikanyama

    Ivy Place เป็นร้านที่อยู่ในโครงการ Daikanyama T-Site ครับ ดำเนินการและบริหารงานโดย T.Y.HARBOR ผู้ผลิตเบียร์และกิจการร้านอาหารที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น เปิดบริการตั้งแต่เช้า 7.00 จนถึงดึก 22.00 เลย แต่ละช่วงเวลาก็จะมีเมนูที่ต่างกัน เป็นชุดอาหารเช้า ชุดอาหารกลางวัน และอาหารเย็น ขนาดร้านใหญ่พอสมควรครับ บรรยากาศดี ดูเนี้ยบๆ สีโทนอบอุ่น มีหลายโซนทั้งด้านในด้านนอก และมีโซนที่ดูเป็นบาร์นั่งดื่มในช่วงเย็นๆ ถึงจะมีที่เยอะแต่ร้านดังครับ วันที่ไปก็ต้องรอคิว รอจัดที่ทางราว 15 นาที ได้ ผมและเพื่อนๆ ทานกลางวันมากันอิ่มตื้อแล้ว เป็นช่วงบ่ายแก่ๆค่อนไปทางเย็น ก็เลยทานแต่ขนมและจิบๆ กาแฟเฉยๆ ครับ สั่งขนมเสร็จพนักงานยกชาเย็นมาเสิร์ฟ พนักงานสุภาพเรียบร้อย อัธยาศัยดีมากๆ ครับ

  • แวะชิมแซลมอนสดๆที่ Mt. Cook Alpine Salmon – New Zealand 2014 ตอนที่ 8.7

    จาก Hooker Valley Track เรามาแวะบริเวณริมทะเลสาบ Pukaki ด้านทิศใต้กัน เพื่อชิมปลาแซลมอนสดๆครับ จริงๆแล้วจุดนี้เราผ่านไปแล้วตอนเช้า แต่ก็ไม่รู้ว่ามันคือ ร้าน Mt. Cook Alpine Salmon เพราะคิดว่ามันจะมีบ่อ มีกระชังเลี้ยงปลา แต่ที่นี่มีแต่อาคารเล็กๆ เราเลยคิดว่าเป็นแค่ Tourist Information เฉยๆ พอกลับมาเปิดกูเกิ้ลดูถึงได้รู้ว่า ตัวที่เป็นฟาร์มของ Mt. Cook Alpine Salmon นั้นจะอยู่ในถนนเล็กๆ ขึ้นไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือซัก 10 กว่ากิโลเมตร ซึ่งกระชังเลี้ยงปลาจะอยู่ในแม่น้ำเล็กๆเลย ส่วนสาขานี้ที่เราแวะ ก็จะมีจำหน่ายอย่างเดียว ไม่มีบ่อให้ดู โดยผลิตภัณฑ์ก็จะมีทั้งเป็นตัวๆ หั่นเป็นชิ้น และแบบที่สไลซ์เป็นซาชิมิเรียบร้อย พร้อมรับประทาน นอกจากปลาแซลมอนแล้วก็ยังมีของกินเล่นและขนมนิดๆหน่อย รวมถึงไอศครีมด้วยครับ

  • |

    รีวิวโรงแรม Acorn Estate Motel, Masterton – New Zealand 2014 ตอนที่ 5.4

    หลังจากครบ 3 โรงแล้วเราก็ออกเดินทางลงใต้ประมาณ 220 กิโลเมตร โดยคืนนี้เราจะพักที่เมือง Masterton ซึ่งอยู่ระหว่างทาง ไป Wellington ที่เราจะไปขึ้นเครื่องข้ามไปเกาะใต้กันในวันพรุ่งนี้ตอนค่ำๆ สำหรับการเดินทางจาก Napier ลงไป Masterton ช่วง 100 กิโลเมตรแรกนี่ขับรถค่อนข้างยาก เพราะว่าถนนแคบมาก หลายจุดจะเป็นถนนวิ่งสวนกันฝั่งละเลน เล็กกว่าถนนต่างจังหวัดบ้างเราอีก บางทีเจอรถใหญ่ช้าๆ บ้าง ถนนกว่าจะโอเคใหญ่และวิ่งได้สะดวกขึ้นก็คือผ่านเมือง Dannevirke ไปแล้ว ทำให้ระยะทาง แค่ 200 กว่าโล ใช้เวลา 3 ชั่วโมงกว่าๆได้ ช่วงค่ำพอถึง Masterton เราไม่ได้ไปทานข้าวที่ร้าน เพราะหาแล้วไม่ค่อยมีอะไรมาก เมืองค่อนข้างเล็ก ก็เลยไป Pak n’ Save ซุปเปอร์มาร์เก็ตในตัวเมือง ซื้อเนื้อสัตว์ ซื้อผักกลับมาทำที่โรงแรมทานแทน

  • |

    ประสบการณ์ขึ้น NIght Bus จาก Osaka ไป Tokyo – Japan Nov ตอนที่ 6.4

    ทานข้าวเย็นที่ Okayama เสร็จก็แยกตัวจากกรุปเพื่อนั่งรถไฟไป Osaka ทริปนี้เราไม่ได้พักที่ Osaka เลย ได้แค่แวะเดินเล่นแป๊บเดียว จาก Okayama เรานั่งรถไฟประมาณ 1 ชั่วโมง เป็นรถชินกังเซนครับ พอมาถึงสถานี Shinosaka ก็ต้องรถใต้ดินเพื่อไปเดินเล่นที่ dotonbori แวะถ่ายรูปที่ป้ายกูลิโกะซะหน่อย กลัวไม่รู้ว่ามาจริง จนพอใกล้เวลาก็เดินทางไปยังสถานี Umeda(Osaka) แล้วเดินไปยังตึก Umeda Sky Building ในแผนที่เหมือนใกล้ แต่เอาจริงๆก็เดินเหนื่อยใช้ได้ราวๆ 800 เมตรครับ มาถึงก่อนเวลาเดินทางนิดหน่อย เราเดินทางด้วย NIght Bus ยี่ห้อ Willer Express เป็นเจ้าใหญ่เหมือนกันเว็บไซต์เป็นภาษาอังกฤษ สามารถจองตั๋วด้วยบัตรเครดิตจากหน้าเว็บได้เลยครับ ที่จริงนั้นเราสามารถขึ้นรถ Night Bus จาก Okayama ไปลงโตเกียวเลยก็ได้ แต่ที่เรามาขึ้นโอซาก้าเพราะว่ามันมีแบบ Executive นั่นเองครับ นอกจากไปโตเกียวก็ยังมีเดินทางไปที่อื่นๆด้วย ทำให้บริเวณที่รอขึ้นรถนั้นมีคนเยอะเต็มห้องครับ พอถึงเวลาเจ้าหน้าที่ก็จะมาตามๆ บอกปลายทางแล้ว เรียกขึ้นรถ ก่อนขึ้นก็จะมีเช็คชื่ออีกครั้งครับ วันที่เราเดินทางนั้นรถออกประมาณ 00.35 และจะไปถึงโตเกียวตอน 8…

  • White Labs ชิมเบียร์ในแทปรูมของผู้ผลิตยีสต์เจ้าดัง San Diego

    จากโรง Pure Project สมาชิกในทริปส่วนใหญ่ก็เตรียมนั่งรถกลับเข้าไปในตัวเมือง San Diego ครับ แต่ก็มีกลุ่มย่อยที่จะไปแวะอีกที่นึงก่อน อยู่ไม่ไกลกัน ที่นี่คือ White Labs ครับ สำหรับคนต้มเบียร์น่าจะคุ้นชื่อกัน คือเป็นยี่ห้อของยีสต์ที่ใช้หมัก (รวมถึงหมักไวน์ด้วย) ก่อตั้งโดยคุณ Chris White เมื่อปี 1995 ที่ San Diego นี่หละครับ หลายๆ โรงคราฟท์เบียร์ที่เริ่มในช่วงนั้นก็เป็นทั้งเพื่อนและลูกค้า กลายเป็นเจ้าใหญ่ก็หลายเจ้า ปัจจุบัน White Labs มีจำหน่ายทั่วอเมริกา รวมถึงอีก 35 ประเทศทั่วโลก  ความพิเศษของสาขาที่เรามาก็คือนอกจากขายยีสต์แล้ว ที่นี่ยังเป็น taproom ด้วยครับ ซึ่งความเจ๋งมันจะอยู่ตรงที่เบียร์ที่เสิร์ฟนั้นจะเสิร์ฟ เป็นคู่หรือสามแก้ว เพื่อให้ชิมความแตกต่างของยีสต์แต่ละตัว ว่าตัวไหนคาแรคเตอร์เป็นยังไง


แสดงความคิดเห็น