Beer Ammo คราฟท์เบียร์บาร์เน้นสายเบลเยี่ยม – ไทเป ไต้หวัน

หลังจากออกจากร้าน Beer Cat ทีแรกผมลังเลว่าจะกลับโรงแรมเลยดีไหม คิดไปคิดมาเวลามีน้อยแค่สองคืน ก็เลยตัดสินใจเดินไปอีกร้านที่อยู่ไม่ไกลกัน มีชื่อว่าร้าน BeerAmmo ครับ

ร้าน BeerAmmo เป็นร้านขนาดหนึ่งห้องอาคารพาณิชย์บนถนน Nanjing West เป็นตึกหัวมุมพอดี ภายในร้านสลัวๆ หน่อย มีโต๊ะประมาณ 4-5 โต๊ะ ที่สะดุดตาเป็นพิเศษก็คือเบียร์ขวดและกระป๋องที่เรียงรายเป็นกำแพงอยู่ทางผนังฝั่งซ้ายมือของร้านครับ

โดยเบียร์ที่นี่จะเน้นเบียร์เบลเยี่ยมเป็นหลักครับมีหลายสไตล์หลายยี่ห้อพอสมควร มีทั้งพวกเปรี้ยว พวกหวาน แรงๆ ตามสายเบลเยี่ยม

ร้านอยู่ตรงหัวมุม ป้ายใหญ่ชัดเจนครับ
หน้าร้าน
ฝั่งซ้ายมือเป็นขวกเบียร์เรียงรายแน่นๆ
ส่วนใหญ่จะเป็นเบลเยี่ยม
บรรยากาศภายในร้าน
ตัวแรกชื่อ Me Myself & IPA จากโรงที่ไม่ค่อยคุ้นตาชื่อ Het Uiltje ประเทศเนเธอร์แลนด์ครับ ออกมอลตี้ เกรนๆ ค่อนข้างหวาน มีส้มบางๆ ไม่ซ่ามาก
ก่อนกลับปิดท้ายด้วยเบียร์เปรี้ยวตัวโปรดของผมและใครหลายๆ คน Duchess De Bourgogne เปรี้ยว หวาน ตัดเลี่ยนได้ดีเลยครับ
ผมเองจัดมาชุดใหญ่ตั้งแต่หัวค่ำเลยได้จิบแค่สองตัว คือ Me Myself & IPA และแม่หญิงดัชเชส ช่วงหลังพอลูกค้าหมด พนักงานของร้านก็มายืนคุยเรื่องซีนคราฟท์เบียร์ไต้หวันให้ฟัง ผมเองก็เลยคุยเรื่องของไทยกลับไปให้เค้าฟังบ้าง เรียกว่าแลกเปลี่ยน ข้อมูลความเหมือนความต่างให้ฟังกันครับ จนดึกและผมเริ่มรู้สึกว่าถึงลิมิตของตัวเองแล้ว ก็เลยขอตัวกลับที่พัก

รวมๆ ร้านนี้ก็ถือว่าเบียร์เยอะพอสมควรครับ แต่ก็อย่างที่บอกว่าจะเอนไปทางเบลเยี่ยมเป็นหลัก ถ้าจะหาพวกสายอเมริกันโลกใหม่ก็อาจจะไม่ค่อยมีครับ


Beer Ammo ไทเป
เบอร์โทร : +886 2 2550 0286
เปิด : 16.00-24.00
เพจ
foursquare

Similar Posts

  • | |

    Warpigs Brewpub บาร์บีคิวและคราฟท์เบียร์ Copenhagen

    ร้าน Warpigs Brewpub เป็นความร่วมมือกันระหว่าง 2 แบรนด์ Mikkeller และ 3 Floyds ทำเป็น Brewpub ที่มีอาหารรมควันสไตล์ Texas เป็นหลัก แล้วก็มีเบียร์ตัวที่ต้มที่นี่เสิร์ฟแบบสดพร้อมกับแบรนด์อื่นๆ รวม 20 แทป ร้านอยู่ในโซนที่ชื่อว่า Meatpacking District ครับ ไม่ไกลจากสถานี Copenhagen Central Station คือเดินประมาณ 700 เมตร แล้วก็ไม่ไกลจากร้าน Mikkeller Bar ด้วยครับ ประมาณ 550 เมตรเท่านั้นเอง ตัวร้านเป็นห้องยาวๆ มีกระจกใสเห็นข้างใน ตัวอาคารเคยเป็นโรงเชือดมาก่อน คือบริเวณนี้เคยเป็นย่านซื้อขายเนื้อสัตว์ก็เลยมีชื่อว่า Meatpacking District ซึ่งบริเวณรอบๆ ก็จะมีร้านอาหาร เท่ๆ สวยๆ อยู่หลายร้านเลย

  • Beer Ma Kanda คราฟท์เบียร์บาร์และ Bottleshop สถานี Kanda, Tokyo

    นอกจากสาขา Kitasenju แล้ว พวกเรายังจอดแวะที่ร้าน Beer Ma อีกสาขาด้วยครับ สาขานี้จะอยู่ที่สถานี Kanda ซึ่งก็อยู่ระหว่างทางที่เรากลับเข้าเมืองเช่นกัน สาขานี้อยู่ห่างจากสถานี Kanda ประมาณ 100 กว่าเมตร หน้าร้านจะแคบกว่าสาขา Kitasenju หน่อย เข้ามาปุ๊บก็จะเป็นโต๊ะและเก้าอี้ทรงสูงสีไม้เข้มๆ ด้านหลังเป็นบาร์ ที่นี่มีเบียร์สดทั้งหมด 8 แทปครับ วันที่ผมไปเป็นเบียร์นอก 7 และญี่ปุ่นอีกหนึ่ง มีให้สั่งทั้งหมด 3 ไซส์ หรือจะสั่งเป็นเบียร์ไฟลท์ 3 แก้วก็ได้ (1,500 เยน)

  • Le Trappiste บาร์เบียร์บรรยากาศโบราณชั้นใต้ดิน เมือง Bruges – ประเทศเบลเยี่ยม

    จากร้าน Cafe Cambrinus คณะของเรายกขบวนไปต่ออีกร้านที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลประมาณ 300 เมตรเท่านั้นครับ ร้านนี้มีชื่อว่า ‘Le Trappiste’ ร้าน le Trappiste ห่างจากจัตุรัสใจกลางเมืองออกไป 270 เมตร ตัวร้านลงไปอยู่ในชั้นใต้ดินครับ บรรยากาศในร้านดูเก่าแก่ รอบๆ เป็นอิฐและปูนแบบโบราณ วันที่เราไปนั้นลูกค้าแน่นเต็มร้านครับ ทีแรกมีลูกค้ากลุ่มนึงเล่นบอลโต๊ะเล็กกันอยู่ เสียงดังโหวกเหวกใช้ได้เลย ซักพักกลุ่มนี้ก็จากเราไป ร้านเงียบลงนิดหน่อย แต่ก็ยังกังวาลด้วยเสียงคุยจากลูกค้าที่นั่งกันอยู่เต็มร้านครับ ที่นี่มีเบียร์สดเสิร์ฟทั้งหมด 21 แทป แล้วก็มีเบียร์ให้เลือกอีกเยอะมาก ซึ่งก็จะมีเบียร์ Trappist จากโรงอื่นๆ ทั่วโลกให้ได้ลองชิมด้วยครับ โดยตัวเบียร์สดก็สามารถสั่งเป็นแบบเบียร์ไฟลท์ได้ด้วย

  • Yellow Ape Craft คราฟท์เบียร์บาร์เสิร์ฟเบียร์สด 26 แทป สถานี Kitahama – Osaka

    กระเถิบออกจากย่าน Namba มาแถว Kitahama ครับ ร้านที่ไปวันนี้มีชื่อว่า Yellow Ape Craft สามารถเดินทางมาได้ทั้งจากสถานี Kitahama หรือถ้าสาย Midosuji ก็ลงที่สถานี Yodoyabashi แต่จะเดินเยอะกว่านิดนึงครับ ร้านนี้เป็นร้านดังอีกร้านของ Osaka มีแทปเบียร์สดถึง 26 หัว วันที่ไปจัมป์ไว้ทั้งหมด 19 ตัวครับ ซึ่งวันที่ไปนี่ก็เป็นวันครบรอบ 5 ปีของร้านพอดี แต่เค้าจัดงานไปตั้งแต่วันที่ 7 แล้ว ฮ่าๆ ก็เลยมีเบียร์พิเศษสองสามตัวสำหรับงานวันเกิดด้วยครับ ตัวร้านเป็นตึกเล็กๆ ชั้นหนึ่งเป็นบาร์รอบ ฝั่งซ้ายเป็นแบบยืนกินซึ่งมีลูกค้าแบบเดินเข้ามาทานแก้วเดียวแล้วกลับบ้านก็มีครับ ฝั่งขวามีสตูลนั่งได้ ข้างล่างจะแน่นๆ หน่อย ถ้าด้านบนจะพอมีที่ มีโต๊ะให้นั่งได้ครับ สำหรับอาหารก็มีเมนูหลากหลายพอสมควรทั้งของทานเล่นและจาน Main กินจริงจังก็มีครับ

  • แวะจิบเบียร์สดที่ร้าน Cafe Cambrinus ใจกลางเมือง Bruges – ประเทศเบลเยี่ยม

    เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมมีโอกาสได้เดินทางไปประเทศเบลเยี่ยมกับชาวคณะ Captain Barrel ครับ เป็นการไปเบลเยี่ยมครั้งแรกของผมเลย ทริปนี้ราวๆ 7 วันครับ พักที่สองเมืองใหญ่คือ Bruges และ Brussels แล้วก็แว้บออกไปโรงเบียร์ตามเมืองต่างๆ ครับ ผมทยอยๆ เล่าไปทีตอนนะครับ โดยวันแรกคณะของเราเดินทางจากสนามบินในเมือง Brussels มายังเมือง Bruges ด้วยรถบัสขนาดใหญ่ เดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมง ก็มาถึงที่พักครับ เราพักกันที่โรงแรม novotel ไม่ไกลจากใจกลางเมือง เดินเท้าเอาได้ เข้าที่พักทานอาหารเย็นที่ร้าน Mr. Spaghetti แล้ว เราก็เริ่มทริป Road to Belgium กันที่ร้านแรกชื่อว่า Cafe Cambrinus เป็นร้านเบียร์ขนาดไม่ใหญ่มาก แต่มีแทปเบียร์สดให้เลือกชิมเยอะพอสมควรเลย ที่จริงแล้วที่นี่เป็นร้านสาขาที่สอง สาขาแรกอยู่ห่างออกไปประมาณ 70 เมตร ตอนแรกที่เรามาถึง ในร้านยังพอมีลูกค้าโต๊ะอื่นๆ อยู่บ้าง ไปๆมาๆ คณะของเราก็ทยอยยึด จนกลายเป็นคนไทยกระจายตัวแน่นร้าน ฮ่าๆ สั่งเบียร์มาทานด้วย อาหารและกับแกล้มด้วยครับ

  • บันทึกการเดินทาง ‘เกาะกง 21 ชั่วโมง’

    อย่างที่หลายๆ คนอาจจะทราบกันว่าการทำเบียร์ในประเทศไทย ต้องมีเครื่องจักรที่มีกำลังผลิตได้อย่างน้อย 10 ล้านลิตรต่อปี น้อยลงมาหน่อยก็คือ Brewpub หรือร้านขายเบียร์สด (ไม่สามารถบรรจุขวดได้) ก็มีขั้นต่ำที่ 100,000  ลิตรต่อปีซึ่งทำให้การจะขออนุญาตเป็นโรงงานผลิตเบียร์, ร้านขนาดเล็กและกลางเป็นไปไม่ได้เลย พอกระแสคราฟท์เบียร์มาจากทางฝั่งอเมริกา เราคนไทยที่สนใจจะผลิตเบียร์เองเพื่อจำหน่ายก็ต้องหาหนทางเพื่อจะผลิต หลายทีมต้องเดินทางไปผลิตยังต่างประเทศแล้วนำเข้ามา ขั้นตอนก็คือไปหาโรงเบียร์ที่รับทำเบียร์ตามสูตรที่เราคิดขึ้น จากนั้นเปิดบริษัทนำเข้าในประเทศไทย นำเบียร์เข้ามาเหมือนว่าเป็นเบียร์นำเข้าจากต่างประเทศ เป็นความขำขื่น น่าเศร้า น่าสงสารที่ Brewer(คนต้มเบียร์) ต้องออกไปทำแล้วนำเข้ามา ทั้งที่เราควรจะผลิตได้ในประเทศ สร้างงานสร้างรายได้ให้พนักงาน ลูกจ้าง แล้วก็เสียภาษีให้รัฐ หนึ่งในนั้นทีมคนไทยที่ใช้อีกวิธีคือไปเปิดโรงงานเบียร์เองที่ต่างประเทศ ผลิต แล้วนำเข้ามาขายในไทย แบรนด์นั้นก็คือทีมคนหัวแข็ง ‘StoneHead’ ซึ่งน่าจะเป็นเจ้าแรกที่เปิดโรงงานในต่างประเทศ(เกาะกง กัมพูชา)


แสดงความคิดเห็น