Interboro Spirits & Ales Brooklyn, New York

มาถึงโรงสุดท้ายของวัน หลังจากที่ไป Brooklyn Brewery และ Grimm ผมกับครอบครัว ก็เดินเท้าเลี้ยวซ้ายประมาณ 300 เมตรก็ถึงครับ อยู่ใกล้มากๆ โรงนี้มีชื่อว่า Interboro Spirits & Ales ครับ

Interboro ก่อตั้งโดย Jesse Ferguson ในปี 2016 ตัวเค้าเองเริ่มต้มเบียร์แบบ Homebrew พัฒนาฝีมือ และก็ได้เป็น Head Brewer ที่โรง Carton Brewing และก็ได้ทำงานที่โรงดัง Other Half ด้วย

ซึ่งก่อนจะมาเป็น brewer Jesse เคยเป็นดีเจทำงานเพลง Hiphop ในค่าย Definitive Jux ทำให้เบียร์หลายๆ ตัว เป็นงาน Collaboration กับ ศิลปิน Hiphop รวมถึงชื่อของเบียร์หลายๆ ตัว ก็มีแรงบันดาลใจจากชื่อเพลง ชื่อศิลปิน

ด้านหน้าโรง
บรรยากาศภายในโรง
บริเวณหน้าบาร์
รายการเบียร์
โลโก้บนผนัง
ห้องซ้ายเป็นโซนต้ม
มีโต๊ะอยู่ด้านในด้วย
ตารางอีเวนท์
Mad Fat Fluid เป็น NE IPA ที่มีชื่อมาจากเนื้อเพลง Halftime ของ Nas ฮอปส์โทนส้มๆ สดชื่น มีขมหน่อย ยางๆ เบียร์ค่อนข้างดราย คลีน อร่อย ชอบมากครับตัวนี้
อีกแก้วที่ลองชื่อ Double Dry Hopped Premiere IPA ออกดรายๆ ฮอปส์ไซตรัส มีขมๆ เบียร์คลีนดีเช่นกัน

กลับมาที่โรง ด้านหน้าโรงดูไม่ใหญ่มาก ตัวตึกสีขาวดูดิบๆ ลุยๆ หน่อย เราไปถึงภายในโรงคนเยอะอีกเช่นเคยครับ แต่ก็มีคนใจดีแบ่งที่นั่งให้เรา 

ภายในโรงแบ่งเป็นสองฝั่ง ฝั่งขวาเป็นส่วนของที่นั่ง ตัวบาร์อยู่ด้านในสุด ส่วนห้องฝั่งซ้ายมือ เป็นโซนต้มและหมักครับ แต่ด้านในก็มีโต๊ะสูงตั้งๆ มีลูกค้าไปยืนจิบกันอยู่เยอะพอสมควร

ด้วยความที่จัดอย่างหนักหน่วงมาจากโรง Grimm แล้ว ทำให้ผมเองได้ลองชิมเบียร์ของ Interboro เพียง 2 ตัวครับ เป็น IPA ทั้งคู่ ตัวแรกคือ Mad Fat Fluid เป็น NE IPA ที่มีชื่อมาจากเนื้อเพลง Halftime ของ Nas ฮอปส์โทนส้มๆ สดชื่น มีขมหน่อย ยางๆ เบียร์ค่อนข้างดราย คลีน อร่อย ชอบมากครับตัวนี้ อีกแก้วที่ลองชื่อ Double Dry Hopped Premiere IPA ออกดรายๆ ฮอปส์ไซตรัส มีขมๆ เบียร์คลีนดีเช่นกัน

โดยรวมก็อร่อยประทับใจครับ บรรยากาศภายในก็โอเค ซึ่งนอกจากเบียร์ ทางโรงก็มีเหล้าที่กลั่นเองขายด้วย เป็นอีกหนึ่งโรงที่น่าแวะมาเยี่ยมชม ยิ่งโดยเฉพาะถ้ามา Grimm แล้วก็เดินมาอีกนิดเดียวเท่านั้นครับ

Interboro Spirit & Ales Brooklyn, New York
เบอร์ : (877) 843-6545
เปิด : จันทร์-ศุกร์ 17.00-23.00 เสาร์ 11.00-23.00 อาทิตย์ 11.00-20.00
เว็บไซต์
เพจ
Instagram
foursquare

Similar Posts

  • | |

    Heart Of Darkness คราฟท์เบียร์บาร์บนถนน Ly Tu Trong, Ho Chi Minh – เวียดนาม

    เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสไปเมืองโฮจิมินห์ประเทศเวียดนามมาครับ เป็นหนึ่งในประเทศที่อยากไปมานานมากๆ ทริปส่วนใหญ่ก็จะเกี่ยวข้องกับคราฟท์เบียร์ เพราะไปงานสัมมนาคราฟท์เบียร์สองวันครับ หลังจากลงเครื่องที่สนามบินก็เรียก Uber ไปที่โรงแรมบนถนน Lý Tự Trọng เก็บของแล้วเดินเท้าประมาณ 800 เมตรไปยังร้านแรกของทริปนั่นก็คือ Heart Of Darkness ซึ่งตอนนี้หลายคนน่าจะคุ้นชื่อเพราะมีการนำเข้ามาขายในบ้านเราแล้วครับ (เป็นเบียร์สดทั้งหมด ขายตามร้านคราฟท์เบียร์บาร์) ตัวร้านขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ด้านหน้าเป็นโซนเอาท์ดอร์มีโต๊ะอยู่ 6-7 โต๊ะ เข้าประตูมาด้านใน บรรยกาศมืดๆ สลัวๆ หน่อยครับ ฝั่งซ้ายเป็นบาร์ขนาดใหญ่ บนกำแพงเป็นจอทีวีแสดงรายชื่อเบียร์สด ซึ่งวันที่ไปนี่มีถึงจัมป์อยู่ 21 ตัวเลยครับ

  • Yellow Ape Craft คราฟท์เบียร์บาร์เสิร์ฟเบียร์สด 26 แทป สถานี Kitahama – Osaka

    กระเถิบออกจากย่าน Namba มาแถว Kitahama ครับ ร้านที่ไปวันนี้มีชื่อว่า Yellow Ape Craft สามารถเดินทางมาได้ทั้งจากสถานี Kitahama หรือถ้าสาย Midosuji ก็ลงที่สถานี Yodoyabashi แต่จะเดินเยอะกว่านิดนึงครับ ร้านนี้เป็นร้านดังอีกร้านของ Osaka มีแทปเบียร์สดถึง 26 หัว วันที่ไปจัมป์ไว้ทั้งหมด 19 ตัวครับ ซึ่งวันที่ไปนี่ก็เป็นวันครบรอบ 5 ปีของร้านพอดี แต่เค้าจัดงานไปตั้งแต่วันที่ 7 แล้ว ฮ่าๆ ก็เลยมีเบียร์พิเศษสองสามตัวสำหรับงานวันเกิดด้วยครับ ตัวร้านเป็นตึกเล็กๆ ชั้นหนึ่งเป็นบาร์รอบ ฝั่งซ้ายเป็นแบบยืนกินซึ่งมีลูกค้าแบบเดินเข้ามาทานแก้วเดียวแล้วกลับบ้านก็มีครับ ฝั่งขวามีสตูลนั่งได้ ข้างล่างจะแน่นๆ หน่อย ถ้าด้านบนจะพอมีที่ มีโต๊ะให้นั่งได้ครับ สำหรับอาหารก็มีเมนูหลากหลายพอสมควรทั้งของทานเล่นและจาน Main กินจริงจังก็มีครับ

  • Baku คราฟท์เบียร์บาร์บนถนน Kokusai Dori เมือง Naha – Okinawa

    Okinawa เป็นหมู่เกาะทางตอนล่างสุดของประเทศญี่ปุ่น ห่างจากเกาะคิวชูเกือบๆ 700 กิโลเมตรครับ เอาจริงๆ อยู่ใกล้ประเทศไต้หวันมากกว่าเยอะ ที่นี่เป็นอีกแห่งที่ผมตั้งใจว่าถ้ามีโอกาสจะมาเที่ยว แต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะได้มาเร็วขนาดนี้ พอดีมีทริปดูงานโผล่มาก็เลยได้แวะมาเร็วกว่าที่คิดไว้ครับ คืนแรกผมพักที่ Naha เมืองใหญ่สุดของเกาะ Okinawa หลังจากที่กินข้าวเย็นเสร็จก็แวะไปที่คราฟท์เบียร์บาร์ร้านแรกของทริป มีชื่อร้านว่า Baku ครับ ร้าน Baku อยู่ไม่ไกลจากถนน Kokusai Dori ถนนเดินเล่นเส้นหลักของ Naha ตัวร้านอยู่บนชั้นสองของตึก เข้าร้านมาก็จะสลัวๆ หน่อย วันที่ไปไม่มีลูกค้าเลย กลุ่มของผมเข้ามาเป็นกลุ่มแรก เจ้าของถามว่านี่จะมากินเบียร์กันใช่ไหม อารมณ์แบบพวกคุณไม่ได้หลงกันมานะ

  • | |

    Copenhagen Street Food โกดังเก่ารวมร้านอาหาร

    ตอนหาข้อมูล Copenhagen ก็เจอที่นี่ แล้วก็จดไว้เลยว่ายังไงสายกินอย่างเราต้องไปให้ได้ครับ ที่นี่มีชื่อว่า ‘Copenhagen Street Food’ ผมเดินทางมาจากโบสถ์ Grundtvigs Kirke ด้วยรถเมล์กลับเข้ามาในตัวเมือง ลงที่ป้ายแล้วเดินมาเรื่อยๆ ระหว่างทางคนเยอะครับ คือบรรยากาศรอบๆ ดูเงียบแต่ทุกคนมุ่งหน้ามาที่นี่กันหมด ตัวโกดังจะอยู่ติดริมปากทะเลเลยครับ ซึ่งเกาะที่ตั้งของโกดังมีชื่อว่า Paper Island ภาษา Danish เขียนว่า PapirØen ซึ่งก็มีที่มาเพราะโกดังเหล่านี้เคยเป็นสถานที่เก็บกระดาษของ Association of the Danish Press ก่อนจะกลายมาเป็น Copenhagen Street Food ในปี 2014 ที่นี่มีร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่มมากกว่า 35 ร้าน อาหารนี่หลากหลายสไตล์มาก ทั้งบราซิล ญี่ปุ่น เกาหลี อิตาลี่ อินเดีย และอีกมากมาย ส่วนเครื่องดื่มก็มีทั้งเบียร์ เหล้าไวน์ วันที่ผมไปเป็นบ่ายแก่ๆ วันเสาร์ครับ คนเยอะมาก ข้างในหาที่นั่งไม่ได้เลย ซื้อเสร็จต้องออกมานั่งลมโกรกอยู่ข้างนอก ซื้อมาร้อนๆ แป๊บเดียวเย็น ฮ่าๆ

  • | |

    จิบเบียร์ที่โรงดัง Northern Monk เมือง Leeds – ประเทศอังกฤษ

    วันที่สองในเมืองแมนเชสเตอร์ ผมทานอาหารเช้าร้านใกล้ๆ ที่พัก แล้วก็เดินทางไปยังสถานี Manchester Piccadilly เช่นเคย วันนี้เราจะเดินทางไปยังเมือง Leeds ที่อยู่ห่างออกไปเพียง 70 กิโลเมตรเท่านั้น นั่งรถไฟจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ความรู้เกี่ยวกับเมือง Leeds นั้นผมแทบจะไม่มีเลย รู้จักครั้งแรกก็แน่นอนว่าต้องมาจากฟุตบอล คือรู้ว่าเป็นอริกับ Man Utd ตำนานของ Man Utd. อย่าง Eric Cantona นี่ก็อยู่ Leeds มาก่อน Rio Ferdinand และ Alan Smith ก็เช่นกัน พอมาหาข้อมูลเพิ่มถึงได้รู้ว่า Leeds เป็นเมืองใหญ่ เป็นเมืองเศรษฐกิจและมหาวิทยาลัย มีประชากรมากเป็นอันดับ 3 รองจาก London และ Birmingham ที่เล่าไปทั้งหมดไม่ได้เกี่ยวกับเป้าหมายวันนี้ของผมเท่าไหร่ครับ ฮ่าๆ เป้าหมายที่เดินทางมา Leeds ก็คือโรงเบียร์ Northern Monk ครับ…

  • Social Kitchen จิบเบียร์ Brut IPA ในโรงต้นฉบับ San Francisco

    วันสุดท้ายของทริป ทุกคนแยกย้ายกันเที่ยวตามอัธยาศัยเหมือนเดิม บางคนไปชอปปิ้ง บางคนไปจิบเบียร์ต่อครับ ผมเองตอนเช้าไปร้านขายอุปกรณ์ทำเบียร์ พอช่วงบ่ายก็ไปแวะจิบ ที่แรกของวันนี้ เป็นโรงเบียร์ชื่อ Social Kitchen ครับ อยู่ทางฝั่งซ้ายๆ ของตัวเมือง San Francisco ด้านล่างของสวน Golden Gate Park ครับ สาเหตุที่เรามาที่นี่ก็เพราะว่า โรงนี้เป็นโรงแรกที่เริ่มทำ Brut IPA ก็เลยอยากมาลองว่าเจ้าที่คิดค้น ทำออกมาแล้วจะเป็นยังไง อร่อยไหม


แสดงความคิดเห็น