OK@Chiang Rai คราฟท์เบียร์บาร์ เมืองเชียงราย

มื้อกลางวันตอนบ่ายแก่ๆ เราทานกันที่ร้านหลู้ลำ พอช่วงเย็นค่ำๆ ด้วยความที่ยังค่อนข้างอิ่มอยู่ เลยสคิปการทานมื้อเย็น แต่ไปร้านเบียร์แทน สั่งกับแกล้มเอาครับ

ร้านที่ไปคืนนี้มีชื่อว่า OK@Chiang Rai เป็นร้านที่ผมได้ยินชื่อมานานว่าขายคราฟท์เบียร์อยู่ที่เชียงราย สามารถเข้าร้านจากถนนพหลโยธิน ตัวร้านอยู่ในเวิ้งของโรงแรม Park Inn ครับ เข้ามาจะอยู่ฝั่งซ้ายมือ

ขนาดร้านกลางๆ มีสองสามโซน โซนแรกเป็นโซนหลักของร้าน บาร์และที่นั่งต่างๆ อยู่โซนนี้ ไฟสลัวๆ สีสันอ่อนๆ ออกมาเป็นโซนเอาท์ดอร์รอบๆ สุดท้ายเป็นอีกห้องที่ติดกัน จะมีความเป็นส่วนตัวหน่อยครับ

เข้ามาในเวิ้งร้านจะอยู่ฝั่งซ้ายมือครับ
ด้านหน้าร้าน
มีขวดเบียร์เรียงโชว์อยู่
โซนเอาท์ดอร์
รายการอาหาร
บรรยากาศภายในร้าน
บรรยากาศภายในร้าน
โซนหน้าบาร์
รายการเครื่องดื่ม
ด้านบนเรียงกระป๋องเบียร์ต่างๆ
ตู้เบียร์ครับ
รายการเบียร์
อีกห้องนึง จะมีความส่วนตัวหน่อย
Knee Deep – Court Side เป็น IPA ครับ ออกมอลตี้ คั่วอ่อนๆ ฮอปส์ออกยางๆ บอดี้บาง
Sivilai เป็นลาเกอร์ไทยต้มนอก ออกมอลตี้ รสน้ำผึ้ง ค่อนข้างหวาน จบขมๆ เบียร์ซ่ามากพอสมควร
เฟรนช์ฟราย นุ่มๆ รสหวานเค็ม
Hop Nation – The dawn เป็น Double NE IPA ฮอปส์โทนส้มเขียวหวาน โทนซิตรัส รสหวาน บอดี้หนา ออกครีมๆ
ไส้กรอกพันเบคอน มาอุ่นๆ รสเปรี้ยว เผ็ด ทานเพลินดีครับ
ถั่วแระญี่ปุ่น มาเย็นๆ รสออกเค็มๆ
เนื้อรมควันน้ำจิ้มแจ่ว
เป็นเนื้อนุ่ม เปื่อย แห้งๆ มาไม่ร้อน รสเค็มมัน หวานๆ มีความเหมือนบีฟเจอกี้ ผสมแจ่วๆ
สุดท้าย Rogue – Outta Line เป็น West Coast IPA รสหวาน มอลตี้ ครีมๆ กระป๋องนี้ฮอปส์ไม่ค่อยออก
กิมมิคอีกอย่างของที่นี่คือ เบียร์ IPA จะมีดอกฮอปส์ใส่มาให้ด้วยครับ
เสิร์ฟกับดอกสดๆ แบบนี้เลย

ที่นี่เสิร์ฟเบียร์ขวดและเบียร์กระป๋องครับ มีหลากหลายสไตล์ผสมกันทั้งเบียร์โลกเก่าจากยุโรปและคราฟท์จากฝั่งโลกใหม่ ลิสต์เบียร์อาจจะไม่อัพเดตเร็วเท่ากรุงเทพ แต่ก็มีให้เลือกชิมเยอะพอสมควรครับ

ผมได้ลองชิมไปทั่้งหมด 4 ตัว เป็น IPA 2 (Knee Deep, Rogue) Double NE IPA 1 (Hop Nation) และก็ Lager อีกหนึ่งตัวครับ (Sivilai)

ส่วนกับแกล้มมีเฟรนช์ฟราย นุ่มๆ รสหวานเค็ม อีกจานเป็นไส้กรอกพันเบคอน มาอุ่นๆ รสเปรี้ยว เผ็ด ทานเพลินดี และก็ถั่วแระญี่ปุ่น มาเย็นๆ รสออกเค็มๆ 

ที่แปลกดีคือเมนูเนื้อรมควันน้ำจิ้มแจ่ว เป็นเนื้อนุ่ม เปื่อย แห้งๆ มาไม่ร้อน รสเค็มมัน หวานๆ มีความเหมือนบีฟเจอกี้ ผสมแจ่วๆ 

โดยรวมก็โอเคครับ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับร้านคราฟท์เบียร์ในเมืองเชียงราย ร้านเปิดตั้งแต่ 11.00 แต่ปิดไวหน่อย 22.00 ก็ปิดครับ

OK@Chiang Rai เชียงราย
เบอร์ : 091 875 0655
เปิด : 11.00-22.00
เพจ
foursquare

Similar Posts

  • |

    Blackyard Roast & Brew อาหารฝรั่งแกล้มคราฟท์เบียร์ – กาญจนาภิเษก

    วันก่อนได้แวะไปอีกหนึ่งร้านที่ตั้งใจจะไปนานแล้วแต่ด้วยความที่อยู่ไกลบ้านผมพอสมควรกว่าจะหาโอกาสได้ก็นานเลยครับ ร้านนี้ชื่อร้านว่า Blackyard ครับ ร้าน Blackyard อยู่ในโครงการ Paseo Park บนถนนกาญจนาภิเษกครับ ที่นี่ขายอาหารฝรั่งพวก สเต็ก สปาเก็ตตี้ เบอร์เกอร์อะไรประมาณนี้ แต่นอกจากอาหารจุดเด่นอีกอย่างก็คือมีคราฟท์เบียร์ให้เลือกชิมค่อนข้างหลากหลายพอสมควรครับ ผมไปร้านในช่วงค่ำๆของวันเสาร์ ลูกค้าเกือบเต็มร้าน เกือบจะไม่ได้โต๊ะครับ ร้านขนาดกลางๆ ไม่เล็กไม่ใหญ่ตกแต่งโทนดำๆ เข้มๆ จัดไฟสวยงาม พนักงานมารับออเดอร์สุภาพเรียบร้อยดี

  • Cafe Rose Red จิบเบียร์คืนในสุดท้ายเมือง Bruges – ประเทศเบลเยี่ยม

    คืนสุดท้ายในเมือง Bruges หลังจากที่กลับมาจากโรง Rodenbach ช่วงหัวค่ำพอดี อาหารทางโรงก็เลี้ยงมาเต็มอิ่มแล้ว ก็เลยหาร้านเบียร์ไปดื่มกันครับ ทีแรกเราเดินไปถึงร้าน De Garre ปรากฎว่าร้านปิด Private Party เลยต้องย้ายหาร้านใหม่ ซึ่งเป็นอีกร้านที่จดเอาไว้ อยู่ห่างกันนิดเดียวเพียง 400 เมตร ร้านนี้มีชื่อว่า Cafe Rose Red ครับ ขนาดร้านค่อนข้างกว้าง เป็นสองห้องใหญ่ๆ ติดกัน ภายในร้านตกแต่งด้วยกุหลาบแดงตามชื่อร้าน เปิดเพลงแจ๊ซชิลล์ๆ ลูกค้าส่วนใหญ่จะแก่ๆ หน่อย ที่นี่มีเบียร์ให้เลือกเยอะมากครับ โดยเฉพาะพวกแลมบิค ในลิสต์นี่ตัวหายาก ตัวเก่าๆ มีเพียบเลยครับ ส่วนอาหาร เนื่องจากแน่นมาจากมื้อเย็นแล้วก็เลยสั่งมาแค่กับแกล้มมาทานแก้เลี่ยน ไม่ได้สั่งอะไรจริงจังครับ

  • | |

    Heart Of Darkness คราฟท์เบียร์บาร์บนถนน Ly Tu Trong, Ho Chi Minh – เวียดนาม

    เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสไปเมืองโฮจิมินห์ประเทศเวียดนามมาครับ เป็นหนึ่งในประเทศที่อยากไปมานานมากๆ ทริปส่วนใหญ่ก็จะเกี่ยวข้องกับคราฟท์เบียร์ เพราะไปงานสัมมนาคราฟท์เบียร์สองวันครับ หลังจากลงเครื่องที่สนามบินก็เรียก Uber ไปที่โรงแรมบนถนน Lý Tự Trọng เก็บของแล้วเดินเท้าประมาณ 800 เมตรไปยังร้านแรกของทริปนั่นก็คือ Heart Of Darkness ซึ่งตอนนี้หลายคนน่าจะคุ้นชื่อเพราะมีการนำเข้ามาขายในบ้านเราแล้วครับ (เป็นเบียร์สดทั้งหมด ขายตามร้านคราฟท์เบียร์บาร์) ตัวร้านขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ด้านหน้าเป็นโซนเอาท์ดอร์มีโต๊ะอยู่ 6-7 โต๊ะ เข้าประตูมาด้านใน บรรยกาศมืดๆ สลัวๆ หน่อยครับ ฝั่งซ้ายเป็นบาร์ขนาดใหญ่ บนกำแพงเป็นจอทีวีแสดงรายชื่อเบียร์สด ซึ่งวันที่ไปนี่มีถึงจัมป์อยู่ 21 ตัวเลยครับ

  • Mystic Rooftop คราฟท์เบียร์บาร์ดาดฟ้าชั้น 4 ถนนประดิพัทธ์

    – ร้านนี้ปิดแล้วครับ ทีมงานย้ายไปร้านใหม่ชื่อ บ้านดอกแก้ว– ประดิพัทธ์เป็นย่านที่ผมไม่ค่อยได้ไปบ่อย มีแวะไปซื้อแผ่นเสียงบ้าง แต่ก็เป็นช่วงกลางวันซะมากกว่า ทีนี้มีร้านเบียร์มาเปิดใหม่ เลยได้มาเดินตอนค่ำๆ เออ มันมีร้านอาหาร รถเข็น ร้านขนม เยอะเหมือนกัน ได้ลองไปชิมก๋วยจั๊บน้ำใสเจ้านึงอร่อยดี บรรยากาศแถวนี้จะดูเก่า ไม่ดูเก่ามาก แต่ก็ยังไม่พลุกพล่านแบบอารีย์ครับ กลับมาที่ร้านเบียร์ร้านใหม่ ชื่อ Mystic Rooftop คราฟท์เบียร์บาร์บนดาดฟ้าชั้น 4 ของโรงแรม Mystic Place เป็นโรงแรมที่ตกแต่งด้วยของสะสมย้อนยุคเรโทร ป้ายโฆษณา ยี่ห้อเบียร์ โทรศัพ์เก่า ทีวีเก่าประมาณนี้ ค่อยๆ เดินขึ้นบันไดไป 4 ชั้นเปิดประตูมาก็จะเจอร้านเลย ที่นี่มีขายเบียร์สดอยู่ 10 แทป แล้วก็มีเบียร์ขวดขายด้วยครับ เน้นคราฟท์เบียร์ไทยเป็นหลัก มีถั่วทอดเกลือให้หยิบทานฟรี หรือถ้าจะทานจริงจังเลยก็มีอาหารและกลับแกล้มให้สั่งได้ครับ

  • Other Half จิบเบียร์ที่โรงคราฟท์เบียร์เจ้าดัง Brooklyn, New York

    จาก Circa Brewing เราเดินกลับไปยังสถานี Jay St ขึ้นรถไฟลงล่างมาอีก 3 สถานีลงที่ Smith-9th Street สถานีนี้อยู่บนสะพานสูงๆ ครับ ต้องเดินลงบันไดมา บรรยากาศดูเป็นย่านแบบโรงงานนิดๆ เดินลุยฝนปรอยๆ มาเรื่อย ประมาณ 300 เมตร ก็ถึงโรงที่ 2 ของเราในวันนี้ อีกหนึ่งโรงที่ผมอยากมาที่สุดของทริปอเมริกาคราวนี้ นั่นก็คือ ‘Other Half’ นั่นเองครับ Other Half ก่อตั้งในปี 2014 โดย Sam Richardson, Matt Monahan และ Andrew Burman โดยมีเป้าหมายง่ายๆ ว่าผลิตเบียร์ที่เราอยากจะดื่มจากบริษัทที่เราอยากจะเป็นส่วนหนึ่งของโรงนั้น 

  • |

    The Fat Cow ร้านคราฟท์เบียร์เสิร์ฟพร้อมเบอร์เกอร์ – ลาดพร้าว 15

    ร้านนี้เป็นอีกร้านที่จดเอาไว้ว่าอยากมา แต่โซนลาดพร้าวนี่ก็ไม่ค่อยได้วนไปเลย คราวนี้มีธุระแถวนั้นพอดีก็สบโอกาสครับ แวะไปลองซะหน่อย ร้านนี้ชื่อว่า The Fat Cow อยู่ที่ปากซอย ลาดพร้าว 15 เดินทางด้วย MRT สะดวก ลงสถานีลาดพร้าวแล้วเดินย้อนกลับมาทางหัวถนน ประมาณ 400 เมตร จากสถานีครับ วันที่ผมไปเป็นช่วงหัวค่ำลูกค้าแน่นร้านเลยทีเดียว ด้านในเต็มก็เลยนั่งรอด้านนอกร้านไปก่อน ซักพักโต๊ะว่างถึงได้ย้ายเข้ามาด้านใน ขนาดร้านไม่ใหญ่มาก 1 ห้อง เปิดแอร์เย็นดี ลูกค้าเป็นคนไทยและชาวต่างชาติปนๆ กัน มองไปด้านนอกก็ดูรถติดบนถนนลาดพร้าว ฮ่าๆ อาหารของร้านนี้จะเป็นอาหารฝรั่งครับพวกเบอร์เกอร์  ฟิชแอนด์ชิปส์ พาสต้า สลัด อะไรประมาณนี้ แต่ที่เป็นทีเด็ดคือคราฟท์เบียร์ครับ Fat Cow มีคราฟท์ไทยขายเยอะมาก หลายแบรนด์ เจ้าดังๆ อย่าง Eleventh Fort, X-Beer, Decsnob, Triple Pearl มหานครและอีกหลายยี่ห้อ ผมว่าน่าจะเป็นร้านที่เยอะอันดับต้นๆ เลยหละครับ


แสดงความคิดเห็น