• ลาบดีขม คนยอง ข่วงสิงห์ – เชียงใหม่

    เช้าวันที่สามของทริปเชียงใหม่ ผมตื่นมาด้วยอาการมึนเล็กน้อยหลังจากจัดชุดใหญ่ไปเมื่อคืน ก็เลยตื่นสายพอสมควรทำให้ข้ามมื้อเช้าไปมื้อเที่ยงเลยครับ โดยชาวคณะเดินทางกันไปยังร้าน ลาบดีขม คนยอง เป็นร้านที่รุ่นพี่ที่เคารพรักได้แนะนำไว้นานแล้ว (พี่เหมา MBF ฮ่าๆ) ร้านนี้เป็นร้านที่ผมอยากมาตั้งแต่ปีก่อนครับ แต่คราวที่แล้วเดินทางมาถึงร้านปรากฎว่าปิด คราวนี้มาถึงร้านไม่ปิดแล้ว ฮ่าๆ ตัวร้านเป็นอาคารพาณิชย์ขนาดสองห้องบนถนนโชตนา ไม่ไกลจากวัดช่วงสิงห์ ทำให้บางทีหลายๆ คนก็เรียกชื่อร้านว่า ลาบดีขม คนยอง ข่วงสิงห์ ที่นี่เสิร์ฟอาหารเหนือหลากหลายเมนู มีเมนูหลักคือลาบควาย ทั้งดิบและสุก ลาบหมู และอีกหนึ่งลาบซึ่งเป็นจานเด็ดของร้านคือ ลาบปลา นอกจากเมนูลาบ ก็ยังมีเมนูของย่างต่างๆ รวมถึงยำและแกง บางวันอาจจะมีเมนูพิเศษด้วยครับ

  • Ay Chung Flour-Rice Noodle ก๋วยเตี๋ยวน้ำข้น ร้านดัง – ไทเป ไต้หวัน

    วันที่สองในไทเป ผมออกจากที่พักแล้วก็เดินทางไปหาอาหารเช้ารับประทานครับ เป้าหมายของผมในวันนี้คือร้านดังอีกแห่งของไทเป เปิดมายาวนานตั้งแต่ปี 1975 ร้านนึ้มีชื่อว่า Ay-Chung Flour-Rice Noodle อยู่ที่ย่าน Ximending จากที่พักผมประมาณ 700 เมตร ผมก็เลยเดินครับ บรรยากาศรอบๆ ตัวร้านอารมณ์เหมือนสยามสแควร์ คือเป็นโซนวัยรุ่นๆ หน่อย แต่มีร้านเก่าแก่นี่ตั้งอยู่ หน้าร้านมีลูกค้ามากมาย วันที่ผมไปคิวไม่ยาวมาก อ่านมาว่าบางวันอาจจะมีคิวยาวได้ ที่นี่เสิร์ฟเมนูเดียวคือเส้นหมี่ที่ทำจากข้าวสาลี ตัวน้ำซุปข้นๆ เหมือนกระเพาะปลาบ้านเรา มีเบสของซุปเป็นหอยเชลล์ ส่วนเครื่องนั้นเป็นไก่และก็ไส้ไก่ครับ ที่นี่ไม่มีโต๊ะนั่ง ก็คือเสิร์ฟมาในถ้วยกระดาษ ให้เลือกสั่งได้สองขนาด เสร็จแล้วก็ยืนซดกันหน้าร้านเลย

  • ลาบบังเกอร์ ร้านลาบปิดดึก ราคาประหยัด – เชียงใหม่

    หลังจากจบคืนแรกของงาน Chiang Mai Craft Fest ผมและเพื่อนๆ ก็ไปจัดมื้อดึกกันครับ เป็นอีกหนึ่งร้านปิดดึกเจ้าดังอีกแห่งของเชียงใหม่ ร้านนี้ชื่อร้านว่า ลาบบังเกอร์ครับ อยู่บนถนนเชียงใหม่-ลำพูน ไม่ไกลจากร้านน้ำต้น เฮาส์บาร์ครับ อ่านจากในเน็ตมาว่าที่มาของชื่อนั้นมาจากที่ตอนน้ำท่วมทางร้านเอากระสอบทรายมาตั้งกั้นน้ำจนกลายเป็นบังเกอร์นั่นเอง ตัวร้านจะดูเพิงๆ บ้านๆ หน่อย แต่ปริมาณโต๊ะและลูกค้าแน่นร้าน ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่น ขี่มอเตอร์ไซค์มาจิ้มจอดหน้าร้านกัน อาหารของที่นี่ก็จะเป็นเมนูอาหารเหนือครับ มีหลากหลายเมนู ทั้ง ลาบดิบ ลาบสุก แอ๋บอ่องออ จิ้นส้มหมกไข่ อะไรงี้โดยเสิร์ฟมาในจานขนาดเล็ก จานละประมาณ 10-20 บาท นั่นคือถูกมากๆ ครับ โต๊ะเรากินกันจานเป็นตั้งๆ ยังไม่ถึง 1000 บาทเลยครับ และอาหารก็อร่อยดีทุกเมนูครับ

  • Beer Ammo คราฟท์เบียร์บาร์เน้นสายเบลเยี่ยม – ไทเป ไต้หวัน

    หลังจากออกจากร้าน Beer Cat ทีแรกผมลังเลว่าจะกลับโรงแรมเลยดีไหม คิดไปคิดมาเวลามีน้อยแค่สองคืน ก็เลยตัดสินใจเดินไปอีกร้านที่อยู่ไม่ไกลกัน มีชื่อว่าร้าน BeerAmmo ครับ ร้าน BeerAmmo เป็นร้านขนาดหนึ่งห้องอาคารพาณิชย์บนถนน Nanjing West เป็นตึกหัวมุมพอดี ภายในร้านสลัวๆ หน่อย มีโต๊ะประมาณ 4-5 โต๊ะ ที่สะดุดตาเป็นพิเศษก็คือเบียร์ขวดและกระป๋องที่เรียงรายเป็นกำแพงอยู่ทางผนังฝั่งซ้ายมือของร้านครับ โดยเบียร์ที่นี่จะเน้นเบียร์เบลเยี่ยมเป็นหลักครับมีหลายสไตล์หลายยี่ห้อพอสมควร มีทั้งพวกเปรี้ยว พวกหวาน แรงๆ ตามสายเบลเยี่ยม

  • Old Street Bak Kut Teh บักกุ๊ดเต๋เจ้าอร่อยสาขาสนามบิน Chang Gi – สิงคโปร์

    Bak Kut Teh เป็นเมนูที่ผมจะต้องหาโอกาสไปทานซักอย่างน้อย 1 ร้านถ้าได้ไปสิงคโปร์ครับ ทริปล่าสุดก็เช่นกัน เป็นร้านที่ผมเคยทานแล้ว แต่กลับมาซ้ำเพราะติดใจ ร้านนี้ชื่อ Old Street Bak Kut Teh เป็นเจ้าที่มีหลายสาขา ผมไม่เคยทานสาขาในเมืองครับ เคยทานแต่ที่ Terminal 4 ของสนามบิน Chang gi คราวก่อนทานขากลับไทย ไม่ได้เขียนถึง คราวนี้พอลงเครื่องมาก็แวะทานก่อนเข้าเมืองเลยครับ  ที่นี่เมนูจะเป็นจอซ่อนอยู่ในลิ้นชักใต้โต๊ะ เมนูให้เลือกสั่งเยอะครับ ผมเองไม่ได้สั่งบักกุ๊ดเต๋ สั่งเฉพาะกระเพาะหมู เซี่ยงจี้ เส้นเปล่าๆ และก็ฟองเต้าหู้ ส่วนพี่ชายสั่งบักกุ๊ดเต๋ กับไส้พะโล้

  • Two Dogs Taproom คราฟท์เบียร์บาร์ย่าน Roppongi – Tokyo

    ในทริปโตเกียวเมื่อเดือนกันยายนนั้นมีอีกหนึ่งร้านคราฟท์เบียร์ที่ผมได้แว้บครับ เป็นร้านที่จดเอาไว้นานแล้วอีกหนึ่งร้าน พอดีที่พักคราวนี้อยู่แถว Roppongi ก็เลยลองแวะไปดูซะหน่อยครับ ร้านนี้มีชื่อว่า Two Dogs Taproom ครับ ร้านอยู่ไม่ไกลจากสถานี Roppongi ครับ ประมาณ 300 เมตร แต่ระหว่างทางตอนดึกๆ ก็ดูน่ากลัวนิดนึง คือไม่มืดนะครับ แต่แบบมันเป็นโซนที่เที่ยวกลางคืนคล้ายๆ พวกสีลมบ้านเรา ผมก็ก้มหน้าก้มตารีบๆ เดินไปร้าน ตัวร้านอยู่บนชั้นลอย ขนาดกลางๆ เป็นห้องโปร่งสูง ตกแต่งแนวสปอร์ตบาร์ เข้าใจว่าเจ้าของเป็นฝรั่งครับ วันที่ไปดึกแล้วแต่ก็พอมีลูกค้าอยู่สองสามโต๊ะ ผมมาคนเดียวก็เลยนั่งหน้าบาร์

  • Pigalle คราฟท์เบียร์บาร์ไซส์เล็กแต่อบอุ่น สถานี Sangenjaya – Tokyo

    เจอเบียร์แรงหนักๆ ที่ Thrash Zone ให้พอมึนๆ สมาชิกก็เดินมาขึ้นรถไฟกลับเข้าโตเกียวครับ เรานั่งสาย Tokyu-Toyoko กลับมาลงที่ Shibuya ก่อนจะเปลี่ยนสายเป็น Tokyu-Den-entoshi เพื่อมาลงที่สถานี Sangenjaya แล้วก็เดินอีกนิดเดียวก็จะมาถึงร้านเป้าหมายอีกแห่งของคืนนี้ ร้านนี้มีชื่อว่า Pigalle ครับ เป็นร้านที่ผมเคยได้ยินชื่อมาซักพัก แต่ไม่เคยมีโอกาสได้มา คราวนี้ก็เลยเป็นครั้งแรกครับ หน้าร้านวันนี้คนแน่นเต็มจนล้นมาออกมาหน้าถนน เพราะมีงาน Tap Takeover & Meet The Brewer จากโรงดังของอังกฤษ ใช่แล้วครับ Cloudwater จาก Manchester นั่นเอง ที่จริงขนาดของร้าน Pigalle นี่ก็เล็กมากอยู่แล้ว อารมณ์แบบตรอกๆ ตกแต่งด้วยไม้ ให้บรรยากาศแบบยุโรปหน่อยครับ พอมีงานก็เลยคนทะลัก ยืนออกันแน่นตั้งแต่หน้าประตู เบียร์สดที่นี่มีทั้งหมด 6 แทปครับ วันที่ไปมี Cloudwater เสิร์ฟทั้งหมด 4 แทป ส่วนตู้แช่เบียร์ขวดมีพวกเบลเยี่ยมอะไรอย่างนี้หลากหลายพอสมควร

  • Thrash Zone คราฟท์เบียร์บาร์สไตล์ Heavy Metal – Yokohama

    จากร้าน Antenna America พวกเราเดินทางกันต่อมายังร้านดังอีกร้านของ Yokohama ครับ เป็นร้านที่ผมได้ยินชื่อมานานแล้วเช่นกัน คะแนนในเว็บ ratebeer นี่เป็นอันดับหนึ่งเลยครับ ร้านนี้ชื่อว่า Thrash Zone ครับอยู่ห่างจากสถานี Yokohama ประมาณ 500 เมตรเท่านั้นครับ ตัวร้านจะอยู่ตรงหัวมุมพอดี ทางเข้าเล็กๆ ร้านไม่กว้างแต่ลึกยาวเข้าไปประมาณนึง ที่นี่มีจุดเด่นก็คือเพลง heavy metal มีตู้แอมป์ Marshall เรียงกันเป็นแผงเพื่อนตกแต่งร้าน พนักงาน(ไม่แน่ใจว่าเจ้าของรึเปล่า) ก็ดูรอคๆ ในทีวีเปิดสารคดีวงดนตรีเมทัล อย่างวง Pantera  แต่ร้านเงียบๆ ไม่เปิดเพลงเมทัลนะครับ ภายในร้านร้อนนิดๆ อาจจะเพราะผมจิบมาแล้วด้วย

  • Antenna America คราฟท์เบียร์บาร์ร้านดังของเมือง Yokohama

    ขออนุญาตกระโดดมาเขียนร้านคราฟท์เบียร์ญี่ปุ่นก่อนเพราะ มีหลายท่านสอบถามมาเนื่องจากเป็นสิ้นปีแล้ว ก็เลยเดินทางไปเที่ยวกันครับ ร้านแรกที่จะเล่าถึงเป็นร้านที่ผมเคยเดินทางมาเมื่อทริปโตเกียวเมื่อเดือนธันวาคม 2016 แต่ตอนนั้นเป็นปีใหม่ร้านปิดเลยได้แต่มอง มาคราวนี้มีโอกาสเลยเดินทางกับชาวคณะมาอีกครั้งครับ คือทานราเม็งร้าน Tsuta เสร็จเราก็นั่งรถไฟสาย Keihintohoku ยาวลงมาที่เมือง Yokohama สถานี Kannai ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมงเดินต่อนิดเดียวก็ถึงร้าน Antenna America ครับ ตัวร้านจะอยู่บนชั้น 5 ของตึกครับ ที่นี่ผมเข้าใจว่าเค้าเป็นบริษัทนำเข้าคราฟท์เบียร์แล้วก็เลยเปิดร้านขายเองด้วย ทำให้มีเบียร์ค่อนข้างหลากหลายยี่ห้อโดยเฉพาะจากฝั่งอเมริกา เมื่อสองสามปีก่อนน่าจะว้าวมาก แต่หลายๆ ยี่ห้อตอนนี้บ้านเราก็มีผู้นำเข้ามาหมดแล้ว