อาหารฝรั่ง

  • Arno’s Butcher & Eatery ร้านสเต็กเนื้อดรายเอจ – ช่องนนทรี

    วันก่อนมีโอกาสไปลองร้านสเต็กที่ได้รับความนิยมอย่างมากเมื่อซักสามสี่ปีก่อน ช่วงนั้นใครเป็นสายเนื้อจะต้องกล่าวถึงร้านนี้กันเป็นประจำ แต่กลายเป็นว่าตัวผมเองยังไม่เคยมีโอกาสได้ทานซักครั้ง จนเค้าขยายไปหลายสาขา ก็ยังไม่ได้ลอง ร้านที่พูดถึงอยู่นี้มีชื่อว่า Arno’s นั่นเองครับ ผมไปลองที่สาขาแรกดั้งเดิมในซอย นราธิวาสราชนครินทร์ 20 ไปถึงร้านประมาณ 11 โมงครึ่งได้ วันนี้ไม่ได้จองมา แต่ก็มีที่ครับ พอเที่ยงลูกค้าเริ่มทยอยๆ มา เกือบจะเต็มร้านเหมือนกัน (เป็นวันธรรมดานะครับ) ได้โต๊ะเสร็จพนักงานก็มาแจ้งให้ไปเลือกเนื้อที่ห้องด้านหน้าของร้าน ในตู้มีเนื้อวัวหลายส่วนให้เลือก ที่นี่มีชื่อเรื่องเนื้อ dry aged ก็เลยมีหลายอายุให้เลือกชิมตั้งแต่ 75-120 วันครับ นอกจากเนื้อวัว ตู้ข้างๆ ก็จะมีอาหารทะเลอย่างลอบสเตอร์ หอยนางรม แซลมอนและชีส รวมถึงบนตู้ก็จะมีหน้าตาของสลัดให้ดู

  • Freebird อาหารออสเตรเลียร้านสวยในซอยสุขุมวิท 47

    -= ร้านนี้ปิดแล้วครับ =- ได้ไปลองชิมร้านอาหารฝรั่งอีกร้านแถวสุขุมวิทครับ แต่ไม่ได้เป็นอาหารฝรั่งเศส หรืออิตาเลียน เป็นอาหารออสเตรเลีย ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่าต่างจากอาหารฝรั่งอื่นๆ ยังไง ฮ่าๆ ร้านนี้มีชื่อว่า Freebird อยู่ในซอยสุขุมวิท 47 ครับ ตัวร้านเป็นบ้านเก่านำมาดัดแปลงเป็นร้าน ตกแต่งโทนอบอุ่นๆ สลัวๆ ร้านสวยมาก ชอบโทน ชอบบรรยากาศมากครับ เมนูอาหารที่นี่ก็จะมีจานเรียกน้ำย่อย สลัด เมนูเส้นๆ แล้วก็จานหลักกับสเต็กครับ นอกจากนี้แต่ละวันก็จะมีเมนูพิเศษเสิร์ฟด้วย อย่างเช่น สเต็กโทมาฮอว์คอะไรงี้

  • Schneider Haus จิบเบียร์แกล้มอาหารเยอรมันในซอยอารีย์ 4

    -= ร้านนี้ปิดแล้วครับ =- วนเวียนไปย่านอารีย์อีกครั้งครับ คราวนี้ไปกันที่ร้าน Schneider Haus ร้านอาหารและเบียร์เยอรมัน ในซอยอารีย์ 4 ครับ ถ้ามาจากฝั่งถนนพหลโยธินก็ตรงเข้าซอยมาประมาณ 350 เมตร ซอย 4 จะอยู่ฝั่งซ้ายมือ เข้ามาไม่ไกลร้านจะอยู่ขวามือครับ ที่นี่เป็นเหมือนฐานหลักของเบียร์ Schneider มีเบียร์สดเสิร์ฟทั้งหมด 5 ตัวแล้วก็ยังมีเบียร์ขวดให้เลือกชิมอีกด้วยครับ สำหรับอาหารก็จะมีรายการอาหารสไตล์เยอรมันเสิร์ฟเป็นหลัก เช่น ขาหมู ไส้กรอก หรือหมูชนิทเซล อะไรประมาณนี้ แต่ก็มีเมนูอาหารไทยและพาสต้าเสิร์ฟด้วยครับ ตัวร้านเป็นบ้านเก่านำมาดัดแปลง ตกแต่ง ด้านในยังมีลานโล่งเป็นโซนเอาท์ดอร์ด้วย หน้าหนาวคงจะบรรยากาศดีน่าดู ผมไปร้านช่วงเย็นวันเสาร์ ลูกค้าแน่นร้าน เกือบจะไม่ได้โต๊ะแล้วครับ บรรยากาศในร้านสบายๆ ลูกค้าคุยกันสนุกสนาน เสียงดังนิดหน่อย

  • 2203 ทานข้าวอร่อยๆ แกล้มคราฟท์เบียร์ดีๆ – วิภาวดีฯ 16

    วันก่อนมีโอกาสไปทานอาหารกลางวันที่ร้าน 2203 มาครับ ปกติที่ไปร้านนี้ ก็จะไปวันที่มีอีเวนต์ทุกครั้ง อย่างเช่นงาน ความเบียร์จงมี ความสุนทรีย์จึงมา หรือ มื้อพิเศษกับ Paul Holgate เรียกว่าไม่เคยไปวันธรรมดาเลยครับ ร้าน 2203 เป็นร้านอาหารที่เปิดทั้งกลางวันและเย็นครับ เมนูอาหารที่เสิร์ฟจะเน้นเป็นอาหารจานเดียว อย่างเช่น พาสต้า สเต็ก หรือข้าวผัดต่างๆ และที่เป็นเมนูยอดนิยมยอมก็คือเบบี้พิซซ่า ไซส์จิ๋วขนาด 7 นิ้ว อีกหนึ่งอย่างที่น่าสนใจของร้านนี้ก็คือมีคราฟท์เบียร์เสิร์ฟให้ทานคู่กับอาหารครับ เป็นเบียร์สดทั้งหมด 7 แทป แล้วก็มีเบียร์กับกระป๋องให้เลือกอีกหลายสิบตัวเหมือนกันครับ ตัวร้านอยู่ในซอยวิภาวดี 16 หรือซอยโชคชัยร่วมมิตร สามารถเข้าจากทางวิภาวดี ลาดพร้าวหรือรัชดาก็ได้ครับ ตัวร้านขนาดกลางๆ ไม่เล็กไม่ใหญ่ โทนออกสีไม้ธรรมชาติ แอร์เย็นสบาย วันที่ผมไปช่วงกลางวัน มีลูกค้าอยู่อีกสองโต๊ะครับ

  • Kika จิบไวน์แกล้มอาหารอร่อย ซอยคอนแวนท์ – สีลม

    เข้าเมืองอีกหนึ่งรอบครับ วนเวียนไปที่สีลม ซอยคอนแวนท์เหมือนเดิม (เนื่องจากชาวคณะ ผู้ร่วมมื้ออาหารทำงานอยู่แถวนี้) คราวนี้เป็นร้านที่เพิ่งเปิดไม่นาน ร้านนี้มีชื่อว่า ‘Kika’ ครับ ตัวร้านอยู่ปากซอยพิพัฒน์ 2 ทางเข้าร้าน Eat Me เลยครับ วันที่ผมไปเป็นช่วงเย็นวันธรรมดา ลูกค้าเยอะพอสมควร มีทั้งชาวต่างชาติและคนไทย ชั้น 1 เกือบเต็ม ก็เลยขึ้นมานั่งชั้น 2 โล่งๆ สบายๆ ร้านตกแต่งสวยงาม ไลท์ติ้งดี เมนูที่นี่จะเน้นไปทางอาหารสเปน ปริมาณไม่เยอะมากเน้นแชร์ๆกันตามแบบ tapas ซึ่งแฮม iberico และ ชีสเพลทต่างๆ รวมถึงอาหารกระป๋อง ก็เป็นเมนูที่ทางร้านแนะนำให้ลองครับ

  • Le Cochon Blanc เนื้อย่างเตาไฟขนาดใหญ่ ร้านสวย – สุขุมวิท 31

    ร้านที่แวะไปวันนี้เป็นร้านที่น่าจะเห็นบน Facebook มาซักพัก ดูน่าทาน โดยที่ดึงดูดเป็นพิเศษก็คือรูปเตาย่างทรงกลมขนาดที่ตั้งโชว์อยู่ ย่างให้ลูกค้าดูชัดๆ ครับ ร้านนี้มีชื่อว่า Le Cochon Blanc แปลเป็นไทยได้ว่าหมูสีขาว ซึ่งไฟนีออนไลท์โลโก้ด้านหน้าร้านก็ดัดเป็นรูปหมูมีปีกตามชื่อ ตัวร้านอยู่ในซอยสุขุมวิท 31 ครับ ถ้ามาจากปากซอยฝั่งสุขุมวิทถึงสี่แยกเลี้ยวขวา เข้ามาประมาณ 550 เมตร ร้านจะอยู่ขวามือตรงข้ามกับ Peppina อาหารอิตาเลี่ยนร้านดัง ด้านหน้าร้านมีที่จอดรถนิดหน่อยครับ พอเข้ามาในตัวร้านก็จะเจอเตาใหญ่ตั้งตอนรับเราอยู่ด้านหน้า ขวามือเป็นตู้เย็นโชว์เนื้อต่างๆ เข้ามาด้านในร้าน บรรยากาศเงียบสงบ ไฟสลัวๆ ร้านสวยเลยครับ วันที่ผมไปเป็นวันธรรมดา ช่วงหัวค่ำ ลูกค้ายังไม่เยอะมาก

  • Eat Me – อาหารฝรั่งร้านสวยบรรยากาศดี ซอยคอนแวนท์ – สีลม

    ร้านที่แวะไปคราวนี้เป็นอีกร้านที่ได้ยินชื่อมานาน เพิ่งจะมีโอกาสได้ไปครับ ทีแรกตั้งใจว่าจะไปตั้งแต่ก่อนสงกรานต์ ปรากฎว่าทางร้านปิดช่วงก่อนสงกรานต์ เพื่อจะได้เป็นบริการยาวในช่วงสงกรานต์ ร้านนี้มีชื่อว่า ‘EAT ME’ เป็นร้านอาหารฝรั่งเจ้าเก้าแก่กำลังจะอายุครบ 20 ปีแล้วครับ เสิร์ฟเมนูผสมผสานหลายสัญชาติ มีเชฟใหญ่คนปัจจุบันคือเชฟ Tim Butler ที่ประจำการมาตั้งแต่ปี 2010 ตัวร้านอยู่ที่ซอยพิพัฒน์ 2 ในซอยคอนแวนท์ ถ้าเดินมาจากปากซอยฝั่งสีลมจะประมาณ 300 เมตรครับ บรรยากาศภายในร้านจะสลัวๆ หน่อย เพลงแนวกรูฟๆ ดึ่มๆ ผมจองโต๊ะมาล่วงหน้าช่วงหัวค่ำของวันธรรมดา ตอนแรกลูกค้าไม่เยอะ ซักพักทยอยมาจนเต็มชั้น 2 แนะนำว่าควรจองไม่ควร walk in ครับ สำหรับที่ชั้น 2 นี้จะมีโซนเอาท์ดอร์ด้วย สามารถระบุตอนจองได้ครับ

  • ห้องอาหาร Amber Kitchen โรงแรม Huahin Marriott Resort & Spa – หัวหิน

    ข้าวเย็นมื้อแรกในหัวหินผมออกไปทานที่ร้านแสงไทย ซีฟู้ด พอวันที่สองตอนแรกตั้งใจจะทานห้อง Big Fish ของโรงแรม Huahin Marriott Resort & Spa แต่ดันมีงานเลี้ยงพอดีเลยอด ก็เลยทานที่ห้อง Amber Kitchen ที่เป็นห้องอาหารเช้าของโรงแรมนั่นเองครับ ซึ่งตอนเย็นจะเป็นบุฟเฟต์ เลือกเมนูหลักได้สามอย่าง แล้วที่เหลือก็เดินตักได้เรื่อยๆ เข้าใจว่า เป็นบุฟเฟต์เกือบจะทุกวัน แต่มีบางวันอาจจะเมนูไม่เหมือนกันต้องดูที่ประกาศของโรงแรมครับ หรือถ้าไม่ทานบุฟเฟต์ ก็สามารถสั่งเป็นจานๆ แบบ A La Carte ได้ เมนูก็จะมีทั้งอาหารฝรั่งและอาหารไทย มีทั้งซีฟู้ดและเนื้อสัตว์ ซึ่งโต๊ะผมก็เลยมีทั้งคนทานบุฟเฟต์และ A la carte ครับ

  • Elements ร้านอาหารฝรั่งเศสผสมผสานญี่ปุ่น โรงแรม Okura Prestige – ถนนวิทยุ

    ร้าน Fine Dining ร้านสุดท้ายของปี 2017 ที่ผมมีโอกาสได้ไปทานคือร้าน Elements ครับ เมนูของที่นี่เป็นอาหารที่ผสมผสานระหว่างอาหารญี่ปุ่นและอาหารฝรั่งเศส คือมีวัตถุดิบ เครื่องปรุงและรสชาติหลายๆ อย่างเป็นญี่ปุ่น แต่นำมาปรุงเป็นอาหารฝรั่งเศส ซึ่งลงตัวมากๆ ครับ ตัวร้านอยู่ที่ชั้น 25 ของโรงแรม The Okura Prestige หัวมุมถนนวิทยุติดกับถนนเพลินจิต บรรยากาศภายในโรงแรมนี่มีกลิ่นอายเป็นญี่ปุ่นมากๆ ดูมินิมัล คลีนๆ พอออกจากลิฟต์ต้องขึ้นบันไดไปอีกหนึ่งชั้นครับ ช่วงที่ผมไปเป็นเทศกาลคริสมาสต์ก็เลยมีต้นคริสมาสต์ขนาดใหญ่ประดับอยู่ เข้าไปในร้านขนาดกลางๆ ตกแต่งสีสันดูสดใสด้วยไฟสีน้ำเงิน พนักงานพาไปนั่งด้านใน ติดกับส่วนของครัวครับ กลิ่นอาหารนี่หอมเลย สำหรับเมนูอาหารทางร้านมีแบบที่เป็นคอร์สให้เลือกสองคอร์ส คือ Elements Pretige และ Elements Signatures หรือไม่อย่างนั้นก็สามารถสั่งแยกเป็นจานๆ ได้ ดูไปดูมาเมนูน่าลองหลายอย่างแล้วราคาถ้าสั่งแยกก็ไม่ต่างจากคอร์สมา สุดท้ายโต๊ะเราก็เลยสั่งแยกเป็นจานครับ