• Katsukura หมูทอดทงคัตสึร้านดังจากเกียวโต – ICONSIAM


    กลับไปที่ ICONSIAM อีกครั้งครับ แน่นอนว่าไปหาของกินเหมือนเดิม ฮ่าๆ หลังจากที่ได้ไปลอง Masa Zushi และ Unagi Toku คราวนี้เป็นร้านเป็นร้านหมูทอดเจ้าดัง Katsukura ซึ่งตัวผมเองถ้าไปแถวโซนโอซาก้า เกียวโตก็จะแวะไปทานทุกทริป คุ้นๆ ว่าน่าจะไปทานซัก 4-5 รอบแล้ว (เช่นสาขาสถานีเกียวโต) ร้าน Katsukura เป็นร้าน Tonkatsu ร้านเก่าแก่จากเมือง Kyoto ครับ เปิดสาขาแรกในปี 1994 คือตอนนี้ก็อายุราวๆ 25 ปีแล้ว สำหรับสาขาในไทยนี้เป็นประเทศที่ 2 ต่อจากจีนที่ทางออกมาเปิดนอกประเทศ ตัวร้านอยู่ในโซน Rose Dining ด้านในเกือบจะสุดทางครับ บรรยากาศดูสีโทนอ่อนๆ มินิมัลแบบญี่ปุ่น วันที่ผมไปลูกค้าเยอะพอสมควรถ้าเทียบกับร้านอื่นที่เงียบเกือบทุกร้าน หลังจากสั่งอาหารเสร็จพนักงานก็จะเอาถ้วยมาให้เราบดงาเพื่อใส่ในน้ำจิ้มหมูครับ สำหรับหมูทอดนั้น จะมีให้เลือกสองส่วนคือสันนอกและสันใน แต่ละส่วนมีน้ำหนักให้เลือก สามขนาดคือ 80, 120 และ 160 กรัม รอไม่นานแต่ละจานก็ทยอยมาเสิร์ฟ 

  • Sousaku ร้านซูชิในซอยอารีย์ 4

    มีธุระที่อารีย์วันก่อน พอเสร็จงานก็เลยแวะไปลองร้านที่จดเอาไว้อีกหนึ่งร้านครับ เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อ Sousaku อยู่ในอารีย์ 4 ซอยเดียวกับร้าน Schneider Haus นั่นเองครับ ตัวร้านเหมือนบ้านเก่านำมาดัดแปลง ผมไปช่วงบ่ายแก่ๆ ร้านกำลังจะเบรค ทั้งร้านเลยมีแค่เราโต๊ะเดียวครับ พนักงาน พาขึ้นมานั่งที่ชั้น 2 บริเวณใกล้ๆ กับเคาท์เตอร์ของพ่อครัวครับ เมนูที่เสิร์ฟเป็นซูชิ ซาชิมิ โรล และสลัดครับ คือเป็นของเย็นเกือบทั้งหมด ไม่ได้ใช้ไฟปรุง (มีใช้ torch พ่นไฟบ้าง)  ชิมไปหลายชนิดปลา สดใหม่ อร่อยดีครับ คำกำลังดี ปลาจาระเม็ดอร่อย ทูน่าก็ดีครับ แต่ส่วนตัวรู้สึกว่าข้าวในซูชิแข็งไปหน่อย กินแล้วแบบ ร่วนๆ  โดยรวมก็โอเคครับ พนักงานยิ้มแย้มแจ่มใส ราคาอาหารก็โอเค ใครชอบทานซูชิแวะมาลองได้ครับ Sousaka ซอยอารีย์ 4เบอร์ : 02 279 2461เปิด : 12.00-15.00, 17.00-22.00 ปิดวันจันทร์เว็บไซต์เพจfoursquare

  • Sweet Poppy อาหารฝรั่งร้านอร่อยบรรยากาศชายทะเล – ถนนสามัคคี

    ไปร้านใกล้บ้านอีกร้านครับ ร้านนี้อ่านเจอครั้งแรกในนิตยสาร อ่านและดูรูปก็น่าสนใจ มีโอกาสก็เลยได้แวะไปลอง ร้านนี้ชื่อร้านว่า ‘SWEET POPPY’ ครับ ร้านอยู่ในถนนสามัคคี ถ้าเข้าจากฝั่งติวานนท์จะใกล้กว่า ตัวร้านเข้ามาจากปากทางนิดนึง ด้านในมีที่จอดกว้างขว้างพอสมควร ผมไปช่วงเย็นวันอาทิตย์คนเยอะเลยครับ แนะนำว่าควรโทรจองครับ ตัวร้านแบ่งเป็นสองโซนคือห้องแอร์และกระโจมฟางขนาดใหญ่แบบ open air ซึ่งตัวกระโจมนี้มีหน้าตาบรรยากาศ เหมือนอยู่ริมชายหาดเลยครับ คือมีบาร์อยู่ด้วยยิ่งทำให้เหมือนเข้าไปใหญ่

  • Wild Barrel โรงใหม่มาแรงเน้นเอจในถังบาร์เรล – San Marcos, California

    จากโรง Stone เราเดินทางกลับเข้ามายังในตัวเมือง San Marcos ครับ มาแวะโรงที่สองของวัน เป็นโรงที่อาจจะยังไม่คุ้นชื่อกันเท่าไหร่ ที่นี่มีชื่อว่า Wild Barrel  Wild Barrel เพิ่งก่อตั้งไม่นานนี้คือเมื่อปี 2017 เท่านั้นครับ โดยเริ่มต้นจากเพื่อน 3 คน คือ Bill Sysak, Bill Sobieski และ Chris White  ตัวโรงอยู่ในอาคารเดียวกับสนามตีเบสบอลอัตโนมัติ แปลกดีครับ คือฝั่งขวาเป็นสนาม ฝั่งซ้ายเป็น Taproom และ ห้องต้มกับถังบาร์เรลอยู่อีกห้องด้านใน

  • Sushi Kanda ซูชิแบบ Omakase ร้านอร่อยในซอยทองหล่อ

    วันก่อนได้ไปลองชิมร้านซูชิแบบ omakase อีกหนึ่งร้านครับ ร้านนี้มีชื่อเสียงมาพักใหญ่ๆ เปิดมาประมาณ 5 ปีกว่าแล้ว ร้านนี้มีชื่อว่า ‘Sushi Kanda’  ครับ ร้าน Sushi Kanda อยู่ในซอยทองหล่อ 17 สามารถเข้าจากทางซอย 5 หรือ 9 ก็ได้ครับ ตัวร้านอยู่บนชั้นสอง ชั้นล่างจะเป็น Max Valu และร้านยากินิคุกับร้านเทมปุระครับ  หน้าร้านเรียบๆ พอเข้ามาก็จะเจอกับเคาท์เตอร์รูปตัว c ยาวตามขนาดร้าน และก็มีห้องเล็กๆ อยู่ด้านหลังอีกสองสามห้องมั๊งครับ

  • Hachikin ร้าน Izakaya ราคาจานละ 50 และ 100 บาท – สุขุมวิท 26

    ได้กลับไปยังร้านญี่ปุ่นในซอยสุขุมวิท 26 อีกครั้งครับ หลังจากไม่ได้ไปหลายปีพอสมควร คือตรงปากซอย 26 นี่จะมีซอยเล็กๆ อยู่ ในซอยนี่จะเป็นร้านญี่ปุ่นเต็มไปหมดครับทั้ง izakaya karaoke สุดซอยยังเป็นเรียวกังอีกด้วย สำหรับร้านที่ไปคราวนี้มีชื่อว่า Hachikin ครับ เป็นร้านสไตล์ Izakaya ครับ มีเมนูหลากหลายประมาณนึง ซึ่งจุดเด่นของที่นี่คือ แต่ละเมนูมีแค่สองราคาคือ 50 และ 100 บาท โดยเมนูดังของร้านคือ Warayaki หรือการย่างปลาด้วยฟาง มีปลาให้เลือกสองชนิด คือ ปลาโอ และ ปลาทูน่า พอเราสั่งเสร็จ พอครัวก็จะไปย่างที่ตู้กระจกตรงกลางร้าน

  • Il Bolognese อาหารอิตาเลี่ยนเจ้าอร่อย เสิร์ฟพิซซ่าไฟลุก – สาธร

    สำหรับร้านที่แวะไปทานวันนี้ เป็นอีกร้านที่อยู่ในลิสต์ที่จดไว้นานแล้วครับ เป็นร้านอาหารอิตาเลี่ยน อยู่ในซอยสาธร 7 ที่นี่ชื่อร้านว่า Il Bolognese ครับ ตัวร้านเป็นเหมือนบ้านเก่านำมาดัดแปลง ทางเข้าร้านอยู่ด้านข้าง มีโซนเอาท์ดอร์ด้วย พอเข้ามาด้านในร้าน ฝั่งขวามือก็จะเป็นเตาอบพิซซ่า ขนาดใหญ่ครับ  ผมไปช่วงกลางวันวันธรรมดา ไม่ได้จองไป เกือบจะไม่ได้ที่ครับ ลูกค้าเยอะมาก โต๊ะเกือบจะเต็มเลย ภายในบรรยากาศดูสลัวๆ หน่อย มีตู้แช่ไวน์ขนาดใหญ่อยู่ด้านในครับ ที่นี่มีเมนูกำลังดีครับ ไม่เยอะไม่น้อย มีเรียกน้ำย่อย สลัด ซุป พาสต้า และก็มีเมนเป็นเนื้อกับซีฟู้ดครับ ส่วนเมนูดังของร้านก็คือพิซซ่านั่นเอง โต๊ะเราทานพาร์มาแฮมเป็นอย่างแรก อร่อยดีครับ เข้ากันดีกับขนมปังและมอสซาเรล่าสด พิซซ่าลองไปสองหน้า แป้งขอบกรอบดี แต่แป้งข้างล่างนุ่มไปหน่อย หน้าอร่อย  อีกจานเป็น Osso buco เนื้อเปื่อยนุ่มเป็นบางจุด บางจุดยังไม่ค่อยเปื่อยครับ ที่อร่อยคือรีซอสโต้ที่เสิร์ฟมาด้วยกัน ข้าวหนึบ ชีสเยอะดี ส่วนพาสต้าได้ลองแบบ Vongole เส้นลวกมาดีมาก อัลเดนเต้ครับ รสมันเค็ม มีหอยตัวเล็กเนื้อหนึบ อยากบีบมะนาวซักนิด  โดยรวมอร่อยดีครับ ค่อนข้างประทับใจเลย…

  • Sublime Ale House คราฟท์เบียร์บาร์เสิร์ฟเบียร์สด 40 แทป – San Marcos, California

    เสร็จจากโรง Lost Abbey เราเดินทางไปยังร้าน Sublime Ale House เพื่อทานอาหารเย็นกันครับ ที่นี่เป็นคราฟท์เบียร์บาร์และก็มีอาหารขายด้วย ตัวร้านขนาดค่อนข้างใหญ่ครับ ตัวบาร์เป็นสี่เหลี่ยมอยู่ตรงกลางร้าน มีเบียร์ทั้งหมด 40 แทปครับ ทางร้านแยกในเมนูเอาไว้เป็น Local และ Domestic สำหรับอาหารมีหลากหลายพอสมควร อย่าง สลัด ซุป เบอร์เกอร์ แซนด์วิช แมคแอนด์ชีส และพิซซ่าครับ มีพวกของกินเล่นนิดหน่อย

  • Stone Brewing ทัวร์โรงเบียร์และทานอาหารที่โรงคราฟท์เบียร์ชื่อดัง – San Marcos, California

    เช้าวันรุ่งขึ้นที่โรงแรม Lakehouse Resort ในเมือง San Marcos เราทานข้าวเช้ากันช่วงสายๆ เสร็จตอนเที่ยงก็ออกเดินทางไปยังโรงเบียร์ Stone หนึ่งในเป้าหมายหลักของทริปนี้ Stone ก่อตั้งขึ้นในปี 1996 ซึ่งโรงดั้งเดิมที่ก่อตั้งก็คือโรง Lost Abbey ที่เราไปมาเมื่อวานนี่เองครับ ส่วนโรงปัจจุบันที่เรามากันวันนี้นั้น เริ่มเปิดใช้งานเมื่อปี 2006 ตอนที่มาถึงหน้าโรงนึ่กลิ่นมอลต์กลิ่นฮอปส์ลอยฟุ้ง หอมมาก พอเข้ามาภายในโรงมีทั้งส่วนขายของที่ระลึก พวกเสื้อ หมวก แก้ว และของเบ็ดเตล็ดอื่นๆ พอเข้าไปด้านในก็จะเป็นฮอลล์โล่งสูง ส่วนนี้เป็นห้องอาหารและแทปรูมครับ  ติดกันกับส่วนนี้เป็นโซนเอาท์ดอร์ที่บรรยากาศดีมากๆ แล้วก็มีสวนขนาดกลางๆ อยู่ติดกัน ตรงโซนนี้เราก็กลับมาทานข้าวตอนบ่ายหลังจาก Brewery Tour อีกที ระหว่างรอเวลา Brewery Tour พวกเราก็นั่งจิบเบียร์และซื้อของที่ระลึก เบียร์สดที่จัมป์นั้นนอกจากเบียร์ของสโตนเอง ก็จะมี Guest Beer มาด้วย ซึ่งเป็นความโชคดีของพวกเราที่ตอนที่ไปนั้น มีเบียร์ดัง Pliny The Elder ของ Russian River จัมป์อยู่ ก็เลยจัดกันซะคนละแก้วครับ…