คราฟท์เบียร์

  • Churchill’s Pub & Grille คราฟท์เบียร์บาร์ เมือง San Marcos

    คืนที่สองในเมือง San Marcos ของเรายังไม่จบลงง่ายๆครับ จากโรง Pizza Port สมาชิกบางส่วนก็แยกย้ายกันกลับ ผมเองเดินทางกับสมาชิกส่วนที่เหลือไปอีกร้านนึงชื่อ Churchill’s Pub & Grille ครับ ที่นี่ตั้งชื่อตามนายกรัฐมนตรีคนดังของอังกฤษ หน้าร้านมีป้ายไฟเป็นเงาหน้าของ Churchill เข้าประตูมาปุ๊บมีการ์ดตัวใหญ่ ยืนตรวจ passport อยู่ กลัวอายุไม่ถึงเช่นเคยครับ บรรยากาศในร้านดูเป็นผับแบบเก่าๆ นิดนึง ไม่ได้เป็นแบบทันสมัย ดูอบอุ่นๆ มีที่ปาเป้าอะไรแบบนี้ ตัวบาร์จะอยู่ด้านใน สลัวๆ หน่อย พนักงานดูไม่ค่อยยิ้นแย้มเท่าไหร่ครับ ฮ่าๆ

  • Pizza Port กินพิซซ่าแกล้มคราฟท์เบียร์จากแบรนด์เก่าแก่

    เสร็จจากโรง Wild Barrel เรากลับไปเก็บของกันที่โรงแรมแล้วก็ออกเดินทางออกมาทานข้าวเย็นกันที่โรงเบียร์ Pizza Port ซึ่งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากที่พักของเราครับ  Pizza Port นับเป็นแบรนด์เก่าแก่อีกหนึ่งแบรนด์ เริ่มเสิร์ฟเบียร์ที่ต้มเองตั้งแต่ปี 1992 โดยก่อนหน้าเป็นร้าน Pizza ที่เปิดในปี 1987 ครับ สำหรับสาขาแรกนั้นตั้งอยู่ที่ Solana Beach ส่วนสาขาที่เรามากันวันนี้ (Bressi Ranch) เป็นสาขาที่ 5 แล้วซึ่งเปิดในปี 2013 สาขานี้ขนาดค่อนข้างใหญ่ และเป็นโรงที่มีไลน์ผลิตกระป๋อง ทำให้แบรนด์สาขาส่งออกไปขายได้ทั่วโลก (ผมดื่มแบรนด์นี้ครั้งแรกที่ประเทศญี่ปุ่น) วันที่ไปคนเต็มร้านเลยครับลูกเล็กเด็กแดงวิ่งกันเต็มไปหมด ภายในร้านสว่าง ฝั่งซ้ายมือเป็นบาร์เบียร์ ฝั่งขวาเป็นส่วนของครัว ถ้าจะสั่งอาหารก็มาฝั่งนี้ ด้านนอกยังมีโซนกองไฟที่คนนั่งกันอยู่เพียบๆ เพราะอากาศเย็นกำลังดีครับ

  • Wild Barrel โรงใหม่มาแรงเน้นเอจในถังบาร์เรล – San Marcos, California

    จากโรง Stone เราเดินทางกลับเข้ามายังในตัวเมือง San Marcos ครับ มาแวะโรงที่สองของวัน เป็นโรงที่อาจจะยังไม่คุ้นชื่อกันเท่าไหร่ ที่นี่มีชื่อว่า Wild Barrel  Wild Barrel เพิ่งก่อตั้งไม่นานนี้คือเมื่อปี 2017 เท่านั้นครับ โดยเริ่มต้นจากเพื่อน 3 คน คือ Bill Sysak, Bill Sobieski และ Chris White  ตัวโรงอยู่ในอาคารเดียวกับสนามตีเบสบอลอัตโนมัติ แปลกดีครับ คือฝั่งขวาเป็นสนาม ฝั่งซ้ายเป็น Taproom และ ห้องต้มกับถังบาร์เรลอยู่อีกห้องด้านใน

  • Sublime Ale House คราฟท์เบียร์บาร์เสิร์ฟเบียร์สด 40 แทป – San Marcos, California

    เสร็จจากโรง Lost Abbey เราเดินทางไปยังร้าน Sublime Ale House เพื่อทานอาหารเย็นกันครับ ที่นี่เป็นคราฟท์เบียร์บาร์และก็มีอาหารขายด้วย ตัวร้านขนาดค่อนข้างใหญ่ครับ ตัวบาร์เป็นสี่เหลี่ยมอยู่ตรงกลางร้าน มีเบียร์ทั้งหมด 40 แทปครับ ทางร้านแยกในเมนูเอาไว้เป็น Local และ Domestic สำหรับอาหารมีหลากหลายพอสมควร อย่าง สลัด ซุป เบอร์เกอร์ แซนด์วิช แมคแอนด์ชีส และพิซซ่าครับ มีพวกของกินเล่นนิดหน่อย

  • Stone Brewing ทัวร์โรงเบียร์และทานอาหารที่โรงคราฟท์เบียร์ชื่อดัง – San Marcos, California

    เช้าวันรุ่งขึ้นที่โรงแรม Lakehouse Resort ในเมือง San Marcos เราทานข้าวเช้ากันช่วงสายๆ เสร็จตอนเที่ยงก็ออกเดินทางไปยังโรงเบียร์ Stone หนึ่งในเป้าหมายหลักของทริปนี้ Stone ก่อตั้งขึ้นในปี 1996 ซึ่งโรงดั้งเดิมที่ก่อตั้งก็คือโรง Lost Abbey ที่เราไปมาเมื่อวานนี่เองครับ ส่วนโรงปัจจุบันที่เรามากันวันนี้นั้น เริ่มเปิดใช้งานเมื่อปี 2006 ตอนที่มาถึงหน้าโรงนึ่กลิ่นมอลต์กลิ่นฮอปส์ลอยฟุ้ง หอมมาก พอเข้ามาภายในโรงมีทั้งส่วนขายของที่ระลึก พวกเสื้อ หมวก แก้ว และของเบ็ดเตล็ดอื่นๆ พอเข้าไปด้านในก็จะเป็นฮอลล์โล่งสูง ส่วนนี้เป็นห้องอาหารและแทปรูมครับ  ติดกันกับส่วนนี้เป็นโซนเอาท์ดอร์ที่บรรยากาศดีมากๆ แล้วก็มีสวนขนาดกลางๆ อยู่ติดกัน ตรงโซนนี้เราก็กลับมาทานข้าวตอนบ่ายหลังจาก Brewery Tour อีกที ระหว่างรอเวลา Brewery Tour พวกเราก็นั่งจิบเบียร์และซื้อของที่ระลึก เบียร์สดที่จัมป์นั้นนอกจากเบียร์ของสโตนเอง ก็จะมี Guest Beer มาด้วย ซึ่งเป็นความโชคดีของพวกเราที่ตอนที่ไปนั้น มีเบียร์ดัง Pliny The Elder ของ Russian River จัมป์อยู่ ก็เลยจัดกันซะคนละแก้วครับ…

  • Craft Room Sathorn คราฟท์เบียร์บาร์ไซส์กำลังดี – ถนนสาธรเหนือ

    วันก่อนได้แวะไปลองนั่งจิบร้านคราฟท์เบียรฺบนถนนสาธรมาครับ ชื่อร้าน Craft Room Sathorn เป็นร้านที่ผมผ่านหลายที แต่เป็นช่วงกลางวันซะมากกว่า เลยไม่ได้ชิม ตัวร้านเป็นห้องขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่อยู่บนถนนสาธรฝั่งเหนือ ตั้งอยู่ตรงหัวมุมของศูนย์มิตซูบิชิครับ ติดกับปั๊ม Caltex ผมไปช่วงค่ำวันเสาร์อพอมีลูกค้านิดหน่อยครับ ที่นี่มีเบียร์สดทั้งหมด 6 แทป แล้วก็มีเบียร์ขวด เบียร์กระป๋องอีก 1 ตู้ครับ เบียร์สดเสิร์ฟสองไซส์ เล็กกับใหญ่ เมนูอาหารก็มีของทานเล่นเยอะพอสมควร แต่ผมไม่ได้ลองเพราะอิ่มข้าวเย็นมาก่อนแล้ว ซีเลคชันเบียร์สดดีเลยครับ ผมได้ลองชิม Frau Gruber ไป ตัว Butcher’s Lamb อร่อย ลื่นเหมือนเดิมครับ NE ค่ายนี้ไม่เคยผิดหวังเลย ผมชอบตรงแก้วไซส์เล็กของร้าน คือให้อารมณ์ร้านคราฟท์ที่ญี่ปุ่น แบบเลิกงานเสร็จแวะจิบซักสองแก้วก่อนกลับบ้านประมาณนี้ ซึ่งถ้าใครทำงานแถวๆ โซนนี้ก็น่าแวะมาจิบเลยครับ มีโอกาสคราวหน้าจะกลับไปลองชิมอาหารครับ Craft Room Sathorn ถนนสาธรเหนือเบอร์ : +66 92 896 7878เปิด : 17.00-23.30 ปิดวันอาทิตย์เพจfoursquare

  • The Lost Abbey โรงเบียร์ดังเน้นสไตล์เบลเยี่ยม เมือง San Marcos – California

    เรามาถึงเมือง San Marcos ช่วงเย็นๆ หลังจากเช็คอิน เก็บของที่โรงแรมแล้ว ก็ออกเดินทางต่อด้วย Uber ไปยังโรงเบียร์ที่ 3 ของวันนี้ครับ เป็นอีกหนึ่งโรงดังที่หลายคนน่าจะคุ้นชื่อนั่นก็คือ The Lost Abbey Lost Abbey ได้เปิดโรงนี้ในปี 2006 เบียร์ที่ผลิตนั้นจะเน้นเป็นสไตล์เบลเยี่ยมเป็นหลัก แต่จุดกำเนิดนั้นเริ่มมาก่อนหน้าตั้งแต่ปี 1997 โดย Tomme Arthur (Co-Founder ของ Lost Abbey) ได้เข้าไปเป็น brewer ของ Pizza Port และก็ได้ต้มเบียร์ชื่อ Dubbel Overhead Abbey Ale ซึ่งนับได้ว่าเป็นเบียร์เบลเยี่ยมตัวแรกของโรง แล้วก็ทยอยออกมาเรื่อยๆ ซึ่งก็ได้รับคำชมมากมาย ฝึกวิชาอยู่หลายปี จนปี 2005 ก็มีโรงเป็นของตัวเองเมื่อ Stone ย้ายไปยังโรงใหม่ที่ใหญ่ขึ้น ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล Vince และ Gina Marsaglia Tomme Arthur …

  • |

    Devilish Chews+Brews เมนูรมควัน เสิร์ฟพร้อมคราฟท์เบียร์ – สุขุมวิท 101/1

    วันก่อนไปอีกหนึ่งร้านที่จดเอาไว้ในลิสต์นานแล้วครับ แต่ด้วยความที่อยู่ไกลบ้านพอสมควรเลยไม่ได้ไปซะที พอดีธุระใกล้ๆ ก็เลยได้ไปลองครับ ร้านนี้มีชื่อว่า Devilish Chews+Brews ครับ ตัวร้านอยู่ในโครง Di Wavery ซอยสุขุมวิท 101/1 (ซอยวชิรธรรมสาธิต) ถ้ามา BTS ลงสถานีอุดมสุขจะใกล้ที่สุดครับ ตัวร้านเป็นห้องในโครงการขนาดกลางๆ ไม่ใหญ่ไม่เล็ก ตอนแรกที่ดูรูปในเน็ตผมคิดว่อยู่ในตึกอะไรประมาณนี้ ตกแต่งสีโทนดำๆ หน่อยครับ มีห้องใหญ่ตรงกลางแล้วด้านในมีอีกห้องขนาดเล็กกว่าหน่อย ตอนไปถึงลูกค้ายังไม่มี แป๊บเดียวพอเริ่มค่ำๆ ลูกค้ามาเพียบเลยครับ เป็นโต๊ะจองหลายโต๊ะ แนะนำว่าถ้ามาหลายคน ควรโทรจองเพื่อความชัวร์ครับ

  • Mikkeller SD โรงตัวเองแห่งแรกของแบรนด์ชานเมือง San Diego

    จาก Ale Smith เราเดินฝ่าฝนบางๆ ไปกันที่โรงที่สองของวันนี้ คือโรง Mikkeller San Diego ซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียง 1.3 กิโลเมตรเท่านั้นครับ นับเป็นโรงแรกของแบรนด์ Mikkeller ก่อนหน้านี้ต้มที่โรงคนอื่นเป็นหลัก ที่นี่เริ่มกิจการในปี 2016 โดยโรงนี้เป็นโรงเก่าของ Ale Smith นั่งเอง บนถังหมักยังมีเขียนเอาไว้ว่า ทำ customize ให้กับ Ale Smith ด้วยครับ  สาเหตุหนึ่งที่ Mikkeller มาซื้อต่อก็เพราะตัว Mikkel นั้นรู้จักและคุ้นเคยกับ Peter Zein เจ้าของ Ale Smith (ในวิกิเขียนว่า Peter เคยให้คำแนะนำวิธีการพัฒนาตัว Coffee Stout ของ Mikkeller)