รีวิว Business Class สายการบิน China Airlines กรุงเทพ – ไทเป – โตเกียว

เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาผมมีโปรแกรมการเดินทางไปโตเกียวเพื่อร่วมงาน Mikkeller Beer Celebration Tokyo ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกครับ ตอนที่หาตั๋วอยู่ก็เจอ China Airlines ซึ่งจะแวะพักที่ Taipei พอลองกดดูว่าถ้าพักไทเปซัก 2 คืนจะแพงขึ้นเยอะไหม ปรากฎว่าแพงขึ้นประมาณ 200 บาทเท่านั้น

ก็เลยตัดสินใจจอง China Airlines เพราะส่วนตัวอยากไปเที่ยวไทเปมานานมากแล้ว คราวนี้มีโอกาสก็เลยขอลองหน่อยครับ ซึ่งเวลาออกเดินทางค่อนข้างถูกใจผมคือออกสายๆจากไทย ไปถึงไทเป เย็นๆ แต่พอถึงวันจริงก็รู้สึกว่าเป็นเวลาบินที่ดี แต่ลำบากเรื่องการเดินทางเพราะต้องฝ่ารถติดไปถึงสุวรรณภูมิประมาณ 9 โมง ก็เลยต้องออกแต่เช้ามืดจากที่บ้าน

ตัดภาพมาวันเดินทางหลังจากผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยและต.ม. แล้ว China Airlines มีเลาจน์ของตัวเองให้ผู้โดยสารครับ ขนาดเลาจน์จะเล็กหน่อย แต่ก็พอมีที่นั่ง อาหารและเครื่องดื่มก็มีพอประมาณ

พอถึงเวลาก็มาขึ้นเครื่อง ทั้ง 4 ไฟลท์ที่นั่งผมได้นั่ง Airbus A350 ทั้งหมดครับ โดยชั้น Business Class ของเครื่องรุ่นนี้จะจัดที่นั่ง 1-2-1 ผมได้นั่ง ริมหน้าต่าง และที่นั่งตรงกลาง สำหรับที่นั่งผมว่าเป็นส่วนตัวดี สามารถปรับราบได้ 180 องศา ซึ่งก็หลับสบายดี บริการของพนักงานสุภาพเรียบ ส่วนอาหารก็โอเค รสชาติใช้ได้ครับ

ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงนิดๆ ก็มาถึงไทเป ผมนั่งรถไฟฟ้าเข้าเมือง นอนไปสองคืน เช้าอีกวันก็มาสนามบินด้วยรถไฟฟ้าเหมือนเดิม ไฟลท์ไปโตเกียวก็ปกติและเรียบร้อยดี

เข้าประตูหมายเลข 9
ที่สุวรรณภูมิเคาเตอร์อยู่ที่แถว S ครับ
ช่อง Business Class ไม่ค่อยมีคนเท่าไหร่
ตั๋วเดินทางพร้อมบัตร Premium Lane และ บัตรเข้าเลาจน์
เราออกเดินทางจากเกต D4 ครับ
เป็นเครื่อง Airbus A350
บรรยากาศในชั้นธุรกิจ China Airlines Airbus A350
บรรยากาศภายในชั้น Business Class
บรรยากาศภายในชั้น Business Class
ที่นั่งข้างๆ ผมครับ
ที่นั่งหมายเลข 10K แถวหน้าสุดฝั่งขวามือครับ ความแปลกอย่างนึงของ China Airlines คือจะมี Belt แบบคาดอกด้วยซึ่งพนักงานจะแจ้งให้คาดทั้งตอนขึ้นและลงครับ
ที่นั่งหมายเลข 10G
เสิร์ฟน้ำส้มและขนม ก่อนเทคออฟครับ
หน้าจอแสดงแผนที่
น่าจะแถวๆ สมุทรปราการครับ
ที่นั่งสามารถปรับนอนราบได้ 180 องศา
มี Wifi แต่เสียเงิน
โคมไฟข้างที่นั่ง
ที่วางขา
ปุ่มปรับเก้าอี้เป็น touch screen
Controller
ช่องปลั๊กแบบ Universal และ USB
ช่องหูฟังและ USB อีกช่อง
ผมสั่งจินโทนิคมาจิบระหว่างรออาหารครับ
รายการอาหาร
รายการเครื่องดื่ม
ไวน์
ไวน์
ไวน์
ขนมปังหนึบเหนียว
แซลมอนรมควัน เนื้อนุ่มรสเค็มมัน มาพร้อมกับผักย่างเย็นๆ ด้านล่างคือมะเขือเทศใส่มายองเนส ส่วนปลาเทราต์เค็มจัด
จานหลักเป็นเนื้อตุ๋น เปื่อยๆ แต่เหนียวครับ รสเค็มหวาน ขิงๆ มีผักเป็นเห็ดกับต้นหอม เสิร์ฟมากับเส้นบะหมี่หนานุ่ม ลวกมาหนึบๆ ฝั่งซ้ายเป็นผักคลุกน้ำมันงา อุ่นๆ
มื้อนี้ทานกับไวน์แดงครับ
ผลไม้สด
กาแฟดำ
และไอศครีม Haageb Dazs
ภายในห้องน้ำ
ภายในห้องน้ำ
สามชั่วโมงนิดๆ ก็ลงจอดที่สนามบิน Taoyuan ครับ
เครื่องของ Chiana Airlines เพียบๆ

สองวันต่อมาผมออกเดินทางจากโรงแรมแต่เช้า เพื่อเดินทางไฟลท์ CI104 เวลาประมาณ 12.45 ครับ

บรรยากาศที่หน้าเคาเตอร์
ตั๋วและบัตรเข้าเลาจน์
ออกที่เกต D5 ครับ
เป็น Airbus A350 เช่นกัน
บรรยากาศภายในชั้น Business Class
คราวนี้ย้ายมาฝั่งซ้ายครับเป็นที่นั่ง 10A
ผมจิบน้ำส้มเหมือนเดิม
ระหว่างที่ถอย
ผ่านโกดังของ China Airlines
หน้าจอ
จิบจินโทนิคเช่นเคยครับ
รายการอาหารครับ ลิสต์ไวน์เหมือนกันทุกไฟลต์
หน้าตาอาหารกลางวัน
ขนมปังไฟลท์นี้นุ่มดี
จากเรียกน้ำย่อยเป็นอกเป็ดควันๆ เสิร์ฟมาเย็น เนื้อนุ่มดีครับ ด้านในเป็นไส้อโวคาโดเนียนๆ ทานคู่กับพริกหยวก กระเจี๊ยบ กรุบเย็น
สลัด ผักเย็นกรอบ มีเนื้อสัตว์เป็น iberico โรยด้วยมะเขือเทศแห้ง
จานหลักเป็นเนื้อแก้มวัวครับ เปื่อยนุ่ม มีคาวนิดๆ แต่ก็อร่อยดี ทานคู่กับมันฝรั่งและฟักทองนุ่มอุ่นๆ เสิร์ฟมาพร้อมกับซุกกินี่อบกับชีสเบคอน
เมฆหนา สวยงาม
ลงจอดที่สนามบินนาริตะ
ฝนลงปรอยๆ
เครื่อง Japan Airlines จอดเรียงรายกันครับ

มาถึงวันกลับ เที่ยวบินจะออกตอนเย็นจาก Narita บินไป Taipei พักประมาณ ชั่วโมงนิดๆ แล้วขึ้นไฟลท์ 4 ทุ่มกว่ากลับไทย แต่ปรากฎว่าไม่เป็นไปตามแผนครับ พอใกล้ถึงเวลา boarding พนักงานประกาศว่าจะดีเลย์ ให้รอฟังข้อมูลเพิ่มเติมอีกครึ่งชั่วโมง พอถึงเวลาพนักงานประกาศซ้ำว่าให้รออีกครึ่งชั่วโมง

ในใจตอนนี้ผมเริ่มไม่เป็นสุขแล้วครับ เพราะคิดว่ามีโอกาสตกเครื่องไฟลท์กลับไทย พยายามสอบถามเจ้าหน้าที่ว่าสามารถย้ายไปอีกไฟลท์ของ China Airlines ได้ไหม เพราะยังดูมีลุ้นที่อาจจะกลับไทยทัน ได้รับคำตอบว่าเครื่องเต็ม ต้องรอเครื่องเดิมไม่สามารถเปลี่ยนไฟลท์ให้ได้

สุดท้ายเครื่องดีเลย์รวม 2 ชั่วโมงได้ ผมก็ทำใจแล้วว่าตกเครื่องแน่ คงต้องนอนโรงแรม บินออกมาได้ประมาณเกือบ 1 ชั่วโมงระหว่างที่หงุดหงิดเรื่องตกเครื่องกลับไทย ปรากฎเครื่องบินผ่าน turbulence สั่นอย่างรุนแรง แรงจนแอร์โฮสเตจ ต้องกลับมารัดเข็มขัดด้วย คือในชีวิตผมนั่งเครื่องแล้วเสียวมากที่สุดคือนั่งไปสิงคโปร์ ไฟลท์นั้นบินๆ อยู่มันตกวู้บลงมาเยอะๆ เหมือนรถไฟเหาะ

แต่ครั้งนี้แตกต่างออกไป มันเป็นเครื่องสั่น แบบสั่นไม่หยุด ไม่จบเสียที ยาวนานมาก เป็น 20 นาทีผมใจหายใจคว่ำมาที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตครับ จนผ่านไป บินต่อแบบลุ้นๆ อีกประมาณ ชั่วโมงนิดๆ แล้วก็ถึงไทเปเกือบๆ เที่ยงคืน พนักงานมายืนต้อนรับที่ตรงทางออกจากเครื่องพร้อมแจ้งข่าวดีว่า คืนนี้ต้องนอนที่ไทเปและกลับไทยในวันรุ่งขึ้น ไฟลท์ 7.20 ทางสายการบินได้จัดที่พักให้คือโรงแรมโนโวเทลที่ติดอยู่กับสนามบิน

โดยผู้โดยสารที่ตกไฟลท์กลับไทยมีผมกับคุณพี่นักธุรกิจชาวญี่ปุ่น 2 คน ซึ่งเราสองคนก็คิดตรงกันว่าไม่อยากออกไปนอนโนโวเทล เพราะต้องผ่าน ต.ม. ออกไป แล้วตอนเช้าก็ต้องรีบตื่นมาผ่าน ต.ม. เข้าสนามบินอีก ถ้าออกไปคงจะได้นอนไม่กี่ชั่วโมงอยู่ดี คุณพี่เลยช่วยกันโวยกับหมวยกราวนด์สาวของChina Airlines จนสุดท้ายก็ได้นอนในห้องพัก ของ Premium Plaza Lounge ห้องก็โอเคครับ มีห้องน้ำรวมอยู่ข้างนอก มีอาหารให้รับประทาน

ขึ้นที่เกท 72 เวลาเขียน 18.20 แต่ได้ออกจริงประมาณ 20.20 ครับ
บรรยากาศในชั้น Business Class เป็น A350 เหมือนกันแต่หน้าตาต่างกันนิดหน่อย
ที่นั่ง
โคมไฟก็ต่างกันเล็กน้อย
จอก็ต่างกันครับ
จอทัชสกรีนปรับพนัก
จินโทนิค
รายการอาหาร
หน้าตาอาหารมื้อนี้ครับ
ทานกับไวน์แดง
ขนมปังนุ่ม มีเนื้อมะกอกดำผสม อร่อยดีครับ
เมนูเรียกน้ำย่อย เป็นแซลมอนรมควัน เนื้อนุ่มหนึบ เสิร์ฟมาเย็นๆ ข้างล่างเป้นมันบดเนื้อเนียนด้านบนโรยด้วยไข่ปลากรุบๆ ทานกับมะเขือเทศเชอรี่เย็นๆ และแตงดอง
แฮมนุ่มเค็มกำลังดี เย็น ทานกับเมลอนหวานเจี๊ยบ
จานหลักเป็นเนื้อส่วน Tenderloin หนึบๆ สุกไปนิดนึงครับ ทานกับมันบดเนื้อเนียนๆ รสหวานหน่อย
ไอศครีม Haagen Dazs
บนหน้าจอยังหลอกให้เราดีใจว่าจะได้นั่งเครื่องกลับกรุงเทพ ทั้งๆ ที่เลยเวลาไปเยอะมากแล้ว
พอลงมาก็มีเจ้าหน้าที่มาต้อนรับและแจ้งข่าวว่าต้องนอนหนึ่งคืน โดยที่แรกจะให้ออกไปนอนโนโวเทล คุยไปคุยมา ก็ได้นอนที่  Plaza Premium Lounge ในสนามบินครับ
ได้นอนที่นี่แทน
หน้าห้องนอนเป็นทางยาวๆ แบบนี้
ภายในห้องพักครับ พอนอนได้ ไม่ลำบากมาก

เช้าพนักงานก็มาเคาะประตูปลุกตอนเวลาที่เราแจ้งไว้ได้นอนไปประมาณเกือบ 5 ชั่วโมง ผมอาบน้ำเสร็จ ก็มากินก๋วยเตี๋ยวเนื้อในเลาจน์ อีกรอบ คือเหมือนกับสวรรค์กลั่นแกล้งว่า อยากกินนักใช่ไหมไอ้ก๋วยเตี๋ยวเเนื้อไต้หวันเนี่ย งั้นตกเครื่องกินอีกมื้อให้หายอยากละกัน ฮ่าๆ

สุดท้ายก็ขึ้นเครื่องกลับไทยตอน 7 โมงนิดๆ ยังได้กินก๋วยเตี๋ยวเนื้อสับแบบแห้งอีกรอบ เอาให้สะใจไปเลย ฮ่าๆ

ออกที่เกท D1
Airbus A350 เช่นเคยครับ
บรรยากาศในชั้น Business Class
ไฟลท์นี้ผมได้มานั่งตรงกลาง ค่อนมาด้านหลังครับ
บรรยากาศภายในชั้น Business Class
ที่นั่งไฟลท์นี้
รายการอาหารครับ
หน้าตาอาหารมื้อเช้าวันนี้
ครัวซอง
มูสลี
จานหลักเป็นก๋วยเตี๋ยวเส้นแบนๆ ราดหน้าด้วยเนื้อไก่ครับ เส้นหนึบอร่อยดีครับ หน้าตาแปลกดี
ไข่ต้ม รสเค็มหวาน หอมยาจีน
ผลไม้
นั่งดู hobbit ได้นิดเดียวก็ถึงสุวรรณภูมิครับ


โดยรวมถ้าไม่นับเรื่องดีเลย์จนตกเครื่อง ผมก็รู้สึกโอเคและประทับใจ
China Airlines ครับ เครื่องใหม่ อาหารโอเค พนักงานสุภาพ บริการดี แต่พอเจอเรื่องดีเลย์ก็เลยแหยงๆ ไปเหมือนกันครับ

Similar Posts

  • |

    เยี่ยมชมโรงสาเก Ishikawa เมือง Fussa

    ทริปโตเกียวเมื่อช่วงสิ้นปี 2016 นั้นผมมีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมโรงสาเก Ishikawa มาครับ ตัวโรงอยู่ที่เมือง Fussa ออกจากใจกลางโตเกียวไปประมาณ 50 กว่ากิโลฯ นั่งรถไฟสาย Chuo ออกไปทางตะวันตกประมาณชั่วโมงกว่าๆ ก็จะถึงสถานี Haijima ครับ จากสถานีโรงอยู่ห่างประมาณ 1 กิโลเมตรจะเดินหรือ taxi ก็ได้ สำหรับโรงสาเก Ishikawa นี้ เป็นหนึ่งโรงที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมามากที่สุดแห่งหนึ่ง เพราะออกไม่จากตัวเมืองไม่ไกล แล้วก็เป็นโรงที่มีประวัติยาวนาน เปิดกิจการมาตั้งแต่ปี 1863 ซึ่งยังคงดำเนินการโดยตระกูล Ishikawa รุ่นที่ 18 ครับ สืบทอดจากบรรพบุรุษมาจนถึงรุ่นปัจจุบัน ทางโรงนั้นเปิดให้คนนอกสามารถเข้าเยี่ยมชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่ต้องแจ้งมาล่วงหน้า คณะของเราได้ลองติดต่อทางเมลแล้วแต่เค้ายังไม่ทันตอบ ก็เลยเดินทางมาลุ้นเอา มาถึงตอนแรกก็เงียบๆ นึกในใจว่าคงอดแน่ๆ คุยไปคุยมามีฝรั่งเค้าติดต่อมาเยี่ยมชม 1 คู่ พวกเราก็เลยโชคดี เพราะทางเจ้าหน้าที่ให้ร่วมเป็นกรุ๊ปเดียวกันไปครับ

  • รีวิว Business Class สายการบิน Korean Air กรุงเทพ-โซล-กรุงเทพ

    การเดินทางไปงานเบียร์ The Beer Week Seoul ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีของผมเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานั้น ผมเดินทางด้วยสายการบิน Korean Air ครับ ตอนแรกที่หานั้นคิดอยู่ว่าจะบิน Korean Air หรือ Asiana ดี สุดท้ายมาลงเอยที่ Korean Air ครับ ไฟลท์ออกจากกรุงเทพฯ ที่สุวรรณภูมิ เวลาเที่ยงคืนสิบนาที (KE 658) บิน 5 ชั่วโมงนิดๆ ก็ถึงสนามบินอินชอนช่วง 7 โมงกว่าๆ (เวลาเกาหลีเร็วกว่าไทย 2 ชั่วโมง) ทริปนี้ผมบินชั้นธุรกิจก็เลยนอนสบายหน่อย หลับสนิท เพราะเก้าอี้ปรับนอนราบได้ แต่ก็หลับได้แป๊บเดียวก็ตื่นมาทานข้าวเวลาประมาณตี 3 ตี 4 บ้านเรา สำหรับเลาจน์ตอนแรกเปิดรีวิวดูคิดว่าจะได้ไปลองเลาจน์ KLM / Air France ปรากฎเค้าให้ไป Louis Tavern อีกแล้ว ฮ่าๆ อดลองของใหม่ครับ มีขากลับได้เข้าไปลองเลาจน์ของ…

  • |

    Taruichi ร้าน Izakaya เสิร์ฟเนื้อปลาวาฬ – Shinjuku

    นอกจากราเม็งแล้ว ทริปนี้ผมก็ยังมีโอกาสได้แวะไปทานพวกร้าน Izakaya หรือร้านนั่งดื่มสไตล์ญี่ปุ่น บางร้านก็อาจจะเน้นเมนูปลาดิบ บางร้านเน้นของทอด หรือบางร้านก็อาจจะมีรวมๆ หลายห อย่างเลย รอบนี้ผมได้ไป 2-3 ร้าน ส่วนมากก็จะทานช่วงค่ำๆ ก่อนออกไปหาร้านคราฟท์เบียร์ดื่ม ร้านนี้ Taruichi(樽一) อยู่ไม่ไกลจากโรง Hotel Gracery Shinjuku ที่พัก อยู่ในโซน Kabukicho เหมือนกันครับ เดินจากตัวโรงแรมประมาณ 300 เมตร ถ้าจากสถานี JR Shinjuku เลยก็จะประมาณ 550 เมตร ระหว่างทางไปผ่านร้านเหล้า บาร์นิดหน่อย ตัวร้านอยู่ชั้นใต้ดินครับ ลงมาทางบันไดร้านจะอยู่ซ้ายมือ เข้าไปในร้านคนเยอะเหมือนกันครับ พนักงานมาต้อนรับพูดภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างโอเค เมนูก็มีภาษาอังกฤษ ที่นั่งเป็นแบบโต๊ะสูง สำหรับร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องเนื้อปลาวาฬเอามาแล่เป็นซาชิมิ มีหลายชิ้นส่วนของปลา นำมาปรุงแต่ละเมนูต่างๆ กันไป

  • Maruken Suisan โอเด้งเจ้าเด็ดน้ำซุปอร่อย สถานี Akabane โตเกียว

    เช้าวันที่ห้าของทริปโตเกียวเมื่อเดือนมกราคม 2020 เราเดินทางขึ้นเหนือไปยังสถานี Akabane คือจากที่พักเรา ก็ใช้เวลาราวๆ 35 นาทีครับ แวะเปลี่ยนสายที่ Shinjuku นั่นเอง หลายท่านอาจจะคุ้นชื่อ Akabane จากคลิปตลกเมื่อสองสามปีก่อนที่คนแชร์กันเยอะๆ (ต้นฉบับโดนลบไปแล้ว) ว่าเป็นย่านคนบวม คนเมาเยอะ เพราะราคาเบียร์ ราคาเครื่องดื่มโซนนี้ถูกจริงครับ แล้วร้านกินดื่มก็เยอะจริง พวก Izakaya หรือ Yakitori เปิดมันตั้งแต่สายๆ กันเลย ในคลิปจะมีสัมภาษณ์เด็กๆ เพราะมีโรงเรียนประถมอยู่ตรงนั้น ซึ่งผมก็เจอโรงเรียนที่ว่าด้วยเช่นกัน ฮ่าๆ

  • Golden Brown เบอร์เกอร์สไตล์อเมริกัน Naka Meguro – Tokyo

    ร้านนี้เป็นอีกหนึ่งร้านที่นิตยสาร Monocle แนะนำไว้ โดยตัวร้านก็อยู่ไม่ไกลจากร้าน Cignale Enoteca ซึ่งวันแรกที่ผมอกหักจาก Cignale ก็เดินเรื่อยๆ มาจนถึงร้านนี้ครับ จริงๆ ถ้าเดินทางมาจากที่อื่นให้ลงสถานี Ikejiri-ohashi หรือ Naka-Meguro ครับ Golden Brown เป็นร้านขายแฮมเบอเกอร์สไตล์อเมริกัน ตัวร้านตกแต่งให้อารมณ์แบบเก่าๆ วินเทจๆ โทนสี วัสดุก็ดูเป็นอเมริกัน หน้าร้านเป็นกระจกและไม้ ผมชอบพวกฟอนต์ของเค้า ดูย้อนยุคดี วันที่ไปเป็นหัวค่ำวันธรรมดา มีลูกค้าอยู่นิดหน่อย แปลกดีมีแต่สาวๆ ครับ เพลงในร้านเปิดเพลงเบาๆ สบายๆ ผ่อนคลายดี ที่ร้านนี้ดังก็เพราะว่าเค้าใส่ใจในการทำเบอร์เกอร์แบบพิถีพิถันในแต่ละจาน เนื้อที่ใช้เป็นเนื้อจากออสเตรเลียครับ ก็เลยทำให้ราคาต่อชิ้นสูงใช้ได้ ตกประมาณ 900-1,700 เยน เป็นเงินไทยก็ 300-500 บาท เป็นเซ็ตเสิร์ฟมาพร้อมฟราย

  • |

    ข้าวหมูทอดร้าน Katsureitsu Tei เมือง Kumamoto – Kyushu 2014 ตอนที่ 4.4

    หลังจากเดินเล่นจนเย็นที่ปราสาท Kumamoto กรุปเราตัดสินใจทานข้าวที่นี่ก่อนขึ้นรถไฟกลับไปยัง Fukuoka เพราะว่าเริ่มเย็นและหิวแล้ว หิ้วท้องไปจนถึง Fukuoka อาจจะเป็นลมไปก่อน สำหรับร้านที่ไปทานนั้นเป็นร้านยอดนิยมร้านหนึ่งของ Kumamoto มีคนไทยรีวิวไว้เยอะแยะมากมายครับ คะแนนใน Tabelog ก็สูงพอสมควร ร้านนี้ชื่อว่า Katsureitsu Tei (勝烈亭) เป็นร้านข้าวหมูทอด หมูทอดแบบชุบแป้งทอดที่เรียกว่า ทงคัตสึ นั่นเองครับ ไปถึงร้านช่วงหัวค่ำตอนแรกก็ลุ้นว่าจะต้องรอคิวนานไหม สรุปว่าโชคดีได้โต๊ะเลย ร้านนี้มีเมนูเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้สะดวกในการสั่งครับ รายการอาหารก็จะมีหมูสันใน สันนอกแบบธรรมดา และแบบพิเศษ แล้วก็จะมีกุ้งด้วย


แสดงความคิดเห็น