Steak Land Kobe จะลิ้มรสเนื้อโกเบก็ต้องไปโกเบ !! – osaka ตอนที่ 5.1

– blog นี้ ย้ายมาจาก blog เก่านะครับ –

วันที่ 5 ของการเดินทางเราออกมานอก Osaka อีกวันหนึ่ง นั่งรถไฟมุ่งหน้าไป Kobe(神戸市) ทางทิศตะวันตของ Osaka โดยออกจากสถานี Umeda ไปสถานี Sannomiya (三宮駅) ใช้เวลาประมาณ 21 นาที

แน่นอนมาโกเบก็ต้องไปทานของขึ้น ก็คือสเต็กเนื้อโกเบ ร้านนี้ Steak Land @nattachai เคยมาทานก่อนแล้วทีนึง คราวนี้เลยพาน้องๆมาทานอีกรอบ

สำหรับ Steak land ก็จะขายเป็น Teppanyaki (鉄板焼き) เหมือน Loin ที่เราไปกินกันในวันที่ 3 ของทริปชื่อร้าน ステーキランド ถ้าอ่านแบบญี่ปุ่น จะได้เสียน่ารักๆว่า ซึเตกิ ลันโดะ 😀

SteakLand2011_14
ตัวร้านอยู่ไม่ไกลจากสถานี Sannomiya เดินสบายๆ พอมาหน้าร้านพนักงานเค้า ก็พามาอีกตึกอยู่ไม่ห่างกันนัก น่าจะเพราะพื้นที่มากกว่า
SteakLand2011_13
พามาตึกนี้ขึ้นลิฟต์ไปชั้น 6
SteakLand2011_12
ซองตะเกียบ
SteakLand2011_11
น้ำจิ้ม
SteakLand2011_10
ดูขนาดชิ้นเนื้อ o.O
SteakLand2011_09
มัน ใหญ่ มากกก !!
SteakLand2011_08
สำหรับคนไม่ทานเนื้อก็มีอย่างอื่นอยู่บ้างครับ จานนี้เป็นหอยเป๋าฮื้อ
SteakLand2011_07
สลัด อยู่ในเซ็ต

เชฟเริ่มปรุงหอยเป็นอย่างแรก

เสร็จจากหอยก็มาผัดกระเทียม ที่นี่จะต่างกับ Loin กระเทียมทอดกรอบมาแต่แรกแล้ว มาผัดๆเอาน้ำมันเฉยๆ
ที่ Loin จะผัดตั้งแต่กระเทียมยังสดๆเลย

ผัดผัก

พระเอกมาแล้ว เป็น Sirloin และ Tenderloin (ญี่ปุ่นจะเรียก Roast)

SteakLand2011_06
เห็ด
SteakLand2011_05
เนื้อๆ
SteakLand2011_04
ส่วนที่เป็นมัน เค้าจะเอามาหั่นเล็กๆ แล้วผัดกับผัก อร่อยมากครับ
SteakLand2011_03
โรยกระเทียมด้านบน
SteakLand2011_02
ผักที่ผัดกับมันวัวครับ
SteakLand2011_01
ออกมาเป็นงี้

 

สรุปว่าเป็นมื้อนึงที่ประทับใจที่สุดในทริปนี้ เนื้อนุ่มอร่อย มีรสชาติวัวเต็มๆคำ เชฟพิถีพิถัน
แต่ก็เป็นอีกมื้อที่ราคาโหดพอสมควร ถ้ามีโอกาสก็เป็นอีกร้านที่ควรมาลองครับหากมา โกเบ

Steak Land Kobe ステーキランド
เปิดทุกวัน 11:00-22:30

-
คลิกเพื่อดูแผนที่

เว็บที่ให้ข้อมูลเพิ่มเติม (มีเมนูภาษาญี่ปุ่นด้วย)

http://japan-guides.blogspot.com/2010/08/steak-land.html

http://r.gnavi.co.jp/k205300/menu1.html

– blog นี้ ย้ายมาจาก blog เก่านะครับ –

Similar Posts

  • |

    ตลาดนิชิกิ (Nishiki Market) เกียวโต – Japan 2014 ตอนที่ 4.3

    ทานราเม็งที่ร้าน Gogyo เสร็จ เราก็มาเดินเล่นที่ตลาดนิชิกิ (錦市場) ซึ่งอยู่แถวร้านนั่นแหละครับ ตลาดนี้เราเคยมาแล้วตอนทริปปี 2011 คราวนี้ก็เลยพาพ่อแม่มาเดินเล่นย่อยราเม็งไปด้วย ที่นี่ก็จะขายพวกของสด ของแห้ง ผัก ผลไม้ ขนม หลายๆอย่าง แต่จะเป็นของวัตุดิบทำอาหารซะเยอะ ของกินเล่นแบบทานได้เลยก็พอมีอยู่บ้าง หรืออย่างไข่ปลา ใบชา เหล้า ของฝากจุกจิก ก็มีขายอยู่สองสามร้าน

  • | | |

    Bread, Espresso & อาหารเช้าและกาแฟอร่อยๆ – Omotesando, Tokyo

    อย่างที่หลายคนน่าจะพอรู้มาว่าคนญี่ปุ่นเป็นคนที่ทำอะไรแล้วต้องให้สุดๆ เค้าก็เลยมีอาหาร ขนม เครื่องดื่ม ที่อร่อยไม่แพ้ต้นฉบับ อย่างเบเกอรี่ก็เช่นกัน ในญี่ปุ่นมีร้านขนมปัง อร่อยๆ เยอะมาก จนสามารถจัดเป็นงานขนมปังได้ แค่ในโตเกียวตามทานหมดนี่ตายแน่นอนครับ กลับมาที่ร้านที่ไปมาในทริปเดือนตุลาคมอีกร้าน เป็นร้านขายเบเกอรี่และกาแฟ มีชื่อญี่ปุ่นว่า パンとエスプレッソと (ปัง-โตะ-เอซุปุเระโซะ-โตะ) ซึ่งก็แปลตรงตัวเป็นอังกฤษได้ว่า Bread, Espresso & ในโตเกียวมีหลายสาขาครับ ตัวผมไปทานที่สาขา Omotesando อยู่ห่างจากสถานีมา 500 เมตร ไม่ไกลร้าน Omotesando Koffee และ ร้าน World Breakfast All Day  ตัวร้านทาสีขาวเป็นหลัก มีงานไม้มาช่วยเสริม ด้านหน้าเป็นกระจกบานใหญ่มองเห็นขนมปังแบบต่างๆที่อบเสร็จแล้วดูน่าอร่อย พอเข้ามาด้านในดูสลัวนิดหน่อย  มีเพลง jazz เพลง blues เปิด สบายๆ ดี ลูกค้าในร้านส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงครับ สำหรับอาหารก็จะมีเซ็ตอาหารเช้าและกลางวัน เป็นพวกขนมปัง, panini และสลัด

  • |

    น้ำตก Ryozu Nikko

    โปรแกรมของวันนี้คือออกเดินทางไปยัง Nikko เมืองมรดกโลกแห่งหนึ่งของญี่ปุ่นครับ นับเป็นความลงตัวเพราะตั้งใจว่าทริปนี้จะออกไปต่างจังหวัดซักวันสองวัน แล้ววันศุกร์ในโตเกียวโรงแรมเต็มหมด ก็เลยออกเดินทางไปพักผ่อนนอกเมืองพอดี Nikko เป็นเมืองที่อยู่ทางทิศเหนือของโตเกียวไปประมาณ 150 กิโลเมตร นั่งรถบัสหรือรถไฟใช้เวลาราวๆ 2-2.30 ชั่วโมงครับ ส่วนตัวแล้วเคยมากับที่บ้านเมื่อหลายปีก่อน จำได้ว่ามาแค่ ศาลเจ้า Toshogu อย่างเดียว การเดินทางเป็นยังไงก็จำไม่ค่อยได้แล้ว การเดินทางของพวกเราเริ่มจากสถานี Shinjuku ที่จะมีรถไฟวิ่งตรงไป Nikko ตอนเช้าตรู่ 7.30 วันละ 1 รอบเท่านั้น ค่าโดยสารคนละ 4,000 เยน ซึ่งคุ้นๆว่าต้องจองล่วงหน้าครับ น่าจะเป็น reserved seat ทั้งขบวน ถ้าเกิดพลาดเที่ยวนี้ก็ยังเดินทางไปได้ แต่จะเปลี่ยนรถ 3 ที

  • |

    ราเม็งร้าน Menkuiya สถานี Hakata – Kyushu 2014 ตอนที่ 2.4

    กลับจาก Dazaifu ก็หาข้าวเย็นทานแถวๆโรงแรมครับ เปิดดูหลายร้าน เล็งๆ ไว้ร้านนึงก็คิวยาวมาก สุดท้ายเลยเลือกทานราเม็ง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมเท่าไหร่ พอเดินไหว ร้านนี้ชื่อ Menkuiya (めんくいや) เข้าไปทั้งร้านมีอยู่โต๊ะเดียว เริ่มลังเล แต่ทำยังไงได้ หิวแล้ว ร้านอื่นๆก็หาไม่ได้ คงต้องฝากท้องไว้กับร้านนี้ โต๊ะเดียวที่อยู่ก็เหมือนกับเป็นการ reunion กลุ่มคุณป้า ซึ่งร้านนี้ก็มีหม้อไฟของขึ้นชื่อของ Fukuoka ขายด้วย คุณป้าก็เลยจัดชุดใหญ่กันเต็มที่ครับ ส่วนกรุปของเราก็ทยอยๆ สั่งราเม็งมาลอง 2-3 แบบ สั่งข้าวหมูชาชูมาลอง และก็ลองสั่งไส้กรอกมาทานเล่น 1 จาน อาหารค่อนข้างออกช้ามาก เพราะเป้นช่วงปีใหม่ พนักงานในร้านเหลือ 2 คน ผลัดกันทำ ต้อนรับ รับออเดอร์ เสิร์ฟ เลยดูวุ่นวายพอสมควร

  • |

    Sarutahiko Coffee ร้านกาแฟสถานี Ebisu

    ออกจาก 21_21 Design Sight ก็เดินทางไปยัง Roppongi Hills ครับ ไปทานข้าวกลางวันที่ ‘Pintokona‘ ร้านซูชิสายพานร้านเดิม จากนั้นก็เดินทางด้วยรถไฟสาย Hibiya Line มาลงสถานี Ebisu ครับ มาแวะทานกาแฟตอนบ่ายๆ ก่อนจะไปเที่ยวต่อ ร้านที่มาชื่อว่า Sarutahiko Coffee อยู่สถานี Ebisu เลยครับ ขนาดร้านเล็กหน่อย ตกแต่งร้านด้วยไม้จริง บรรยากาศดูอบอุ่นดี มีขายขนมและกาแฟอยู่ด้านขวามือภายในร้านครับ ด้านหน้าร้านมีชงกาแฟขายแบบ takeaway อยู่  ด้านในมีโต๊ะเล็กๆ 3-4 โต๊ะ ลูกค้าแน่นร้านครับ ตอนแรกได้กามา ผมยังต้องยืนตรงบาร์ ซักพักถึงจะได้ที่นั่งครับ

  • Chatan Harbor Brewery โรงเบียร์สดริมทะเลใน American Village – Okinawa

    คืนที่สามเป็นอีกคืนที่มีโอกาสได้ไปแวะร้านเบียร์ 2 ร้านครับ ทั้งสองร้านอยู่ในโซนที่มีชื่อว่า American Village โซนเดินเล่นหลักของเมือง Nakagami เมืองใหญ่อีกแห่งของเกาะ Okinawa ร้านแรกที่ได้ไปคือ Chatan Harbor Brewery ครับ ที่นี่เป็น Brewpub และร้านอาหาร ดูค่อนข้างหรูนิดๆ อาหารก็ราคาสูงหน่อย มีโซนเอาท์ดอร์วิวทะเลอะไรประมาณนี้ มีเบียร์สดให้ลองชิมหลายตัว แต่ถ้าไม่ทานอาหารเข้าร้านมาโซนบาร์จะอยู่ฝั่งขวามือ เป็นบาร์รูปตัว U ขนาดใหญ่ สามารถมองเห็น background เป็นถัง ferment และหม้อต้มเบียร์ผ่านกระจกใสได้ชัดเจนครับ ในร้านเปิดเพลงฝรั่ง ปอปรอคยุค 80s


แสดงความคิดเห็น