|

เจ๊แอ้ม โจ๊ก เลือดหมู หัวหิน

ร้านสุดท้ายของทริปหัวหินคราวนี้ เราแวะไปทานข้าวเช้ากันครับ แน่นอนว่าหนีไม่พ้นโจ๊กและเลือดหมู ร้านนี้เป็นอีกหนึ่งร้านดัง ชื่อร้าน “ร้านเจ๊แอ้ม โจ๊ก เลือดหมู” ครับ

เป็นร้านที่ผมเพิ่งเคยมาทานครั้งแรก แม้ว่าจะดังมานานแล้วเหมือนกัน ตัวร้านจะอยู่ในซอย 55 หรือ ถนนชมสินธุ์ครับ เข้าซอยมาแล้วร้านจะอยู่ซ้ายมือ เป็นอาคารกึ่งไม้กึ่งปูน สำหรับที่จอด ต้องเล็งๆริมถนนแถวบริเวณร้านเอาครับ วันที่ผมไป ฝนตกปรอยๆ เดินลำบากนิดนึงครับ

สำหรับเมนูอาหารก็จะมีโจ๊ก มีต้มเลือดหมู ของทานเล่นจะมีพวกขนมจีบ ซาลาเปา และขนมปังสังขยาครับ เครื่องดื่มก็มีชา กาแฟ โอวัลตินร้อนเย็น

JeAmm_16
ด้านหน้าร้านครับ
JeAmm_15
อยู่ในหมึกแดงไกด์ด้วย
JeAmm_14
บรรยากาศภายในร้านครับ
JeAmm_11
โจ๊กร้อนๆ
JeAmm_13
ฝั่งขวาของร้านเป็นซุ้มชงเครื่องดื่ม
JeAmm_02
ระหว่างรออาหารก็สั่งน้ำมาทานครับ แก้วนี้เป็น ชานม
JeAmm_08
โอวัลตินร้อน
JeAmm_09
โอวัลตินเย็น
JeAmm_03
มีปาท่องโก๋ให้ทานด้วยครับ แต่ผมว่าเฉยๆ
JeAmm_04
โจ๊กมาละครับ เนื้อเนียนดีครับ แต่มีกลิ่นควันๆ ไหม้ๆ เหมือนมันติดก้นหม้อ พวกเครื่องในไม่ขม ไม่คาว อร่อยดีครับ
JeAmm_05
ต้มเลือดหมูบ้าง หมูสับร้านนี้เด้งดึ๋งๆเลยครับ เครื่องในไม่คาว แต่แข็งกว่าที่ใส่ในโจ๊ก
JeAmm_07
หมูสับดึ๋งๆ
JeAmm_06
ของทานเล่น ‘ขนมจีบ’
JeAmm_10
ไข่ลวกร้านนี้จะเสิร์ฟใส่ถ้วยมาแบบนี้เลยครับ

โดยรวมก็โอเคครับ รสชาติใช้ได้ แต่ก็ไม่ได้ตื่นเต้นมากเท่าไหร่ ติดเรื่องหาที่จอดรถลำบากด้วยครับ ยังไงอาจจะลองดูร้านนี้ไว้เป็นตัวเลือกสำหรับอาหารเช้า เวลามาเที่ยวหัวหินครับ

เจ๊แอ้ม โจ๊ก เลือดหมู หัวหิน
เบอร์โทร : 081-833-6820, 084-635-1172
เปิด : 4.00-13.00
foursquare
ที่จอดรถ : ริมถนนใกล้ร้าน

JeAmm_01
เมนูร้าน เจ๊แอ้ม

Similar Posts

  • |

    กินปิ้งย่างที่ร้าน Izakaya Tenkin (居酒屋 天金) – Hokkaido ตอนที่ 4.2

    กลับมาจากสวนสัตว์ Asahiyama เราก็เก็บข้าวเก็บของแล้วพักผ่อนอยู่ที่โรงแรม ค่ำๆก็ออกมาหาข้าวกิน วันนี้เดินมาร้าน izakaya ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมเท่าไหร่ 10-15นาทีก็ถึง ร้านนี้ชื่อร้าน Izakaya Tenkin (居酒屋 天金) ตอนหาข้อมูลน่าจะเจอจากเว็บแนะนำของการท่องเที่ยวของ Asahikawa บรรยากาศร้านก็เป็นสไตล์ izakaya ทั่วไป มีห้องส่วนตัวเล็กๆ มีเคาเตอร์ อบอุ่นๆ ครึกครึ้นคนมากินดื่มกัน ในเมืองไทยก็ลองไปดูร้าน นากิยะ หรือ โทราจิโร่ ก็ได้

  • |

    จิบเบียร์ Brew Dog สดๆที่ร้าน Brew Dog Bar Roppongi, Tokyo

    คอคราฟท์เบียร์และเบียร์อิมพอร์ตน่าจะคุ้นชื่อกับแบรนด์ BrewDog กันนะครับ สำหรับผมแล้วตอนที่เริ่มสนใจและศึกษาหาความรู้ หาเบียร์มาลองชิม ก็มีแบรนด์ BrewDog นี่หละครับที่เป็นยี่ห้อแรกเลยที่ทำให้รู้จัก IPA โดยสองตัวแรกที่ได้ทานคือ Punk IPA กับ 5 A.M. หลังจากนั้นก็เลยไปสู่เบียร์ยี่ห้ออื่น ชนิดอื่นๆตามมาครับ ก่อนจะถึงตัวร้านก็เกริ่นคร่าวๆ เกี่ยวกับแบรนด์ BrewDog ซะหน่อยครับ ก่อตั้งในปี 2007 นี่เองที่เมือง Fraserburgh โดย 2 ชาวสกอตแลนด์ James Watt และ Martin Dickie ที่เบื่อหน่ายเบียร์แบบดั้งเดิมในสหราชอาณาจักร ปัจจุบันฐานการผลิตอยู่ที่เมือง Ellon แล้วก็ส่งขายไปทั่วโลก ในไทยก็มีตัวแทนจำหน่ายคือ Smilling Mad Dog ครับ เบียร์ของแบรนด์นี้ก็จะมีหลากหลายตัว หลากหลายชนิด โดยเป็นเบียร์ที่มีการทดลองสูตรใหม่ๆ แปลกๆให้ชิมอยู่เสมอ แม้ว่าจะมาจาก Scotland แต่ก็วัยรุ่นไม่แพ้พวกคราฟท์เบียร์จากอเมริกาครับ นอกจากนี้เจ้าของทั้ง 2 คน James Watt และ Martin Dickie ยังมีรายการชื่อ Brew Dogs…

  • |

    Belgian Beer Weekend งานเบียร์ประจำปีใจกลาง Grand Place กรุงบรัสเซลส์ – ประเทศเบลเยี่ยม

    หลังมื้อกลางวันที่เราจับหอยใส่ท้องที่ร้าน Chez Leon ไปคนละ 1 หม้อ ก็แยกย้ายกันไปชอปปิ้งและพักผ่อนต่อ ก่อนจะกลับมารวมกันที่ Grand Place เพื่อเข้าร่วมงาน Belgian Beer Weekend หนึ่งในไฮไลต์ของทริป Road to Belgium ครั้งนี้ครับ งานครั้งนี้จัดเป็นครั้งที่ 20 แล้วครับ จัดในช่วงสุดสัปดาห์ ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ของต้นเดือนกันยายน มีโรงเบียร์มาเข้าร่วมทั้งหมด 36 โรง รวมเบียร์ทั้งหมดประมาณ 400 กว่าตัว ยังไม่ต้องดื่มแค่ดูรายชื่อเบียร์ก็เมาแล้วครับ โรงที่มาออกก็จะมีทั้งสดและขวด สไตล์เบียร์ค่อนข้างหลากหลาย ครบถ้วน ทั้งสายหวานแรง อย่าง Belgian Strong สายนุ่มอย่าง Witbier สายผลไม้ต่างๆ สายเปรี้ยวอมหวานอย่าง Flander Red Ale และแน่นอนว่าสายเปรี้ยวอย่าง Lambic ก็ต้องมา

  • |

    The Fox Craft Beer House ถนน Kingsland สถานี Haggerston – London

    คืนวันเสาร์หลังจากออกไปตระเวณที่ Tiny Rebel และ Deya ผมก็นั่งรถไฟกลับมาถึง London ประมาณ 3 ทุ่มกว่า แล้วก็หาข้าวทานเป็นร้านอาหารตุรกีชื่อ Mangal แนวปิ้งๆ (Kebab เดี๋ยวเล่าละเอียดๆ อีกทีครับ) กินเสร็จก็ขึ้นรถเมล์หาเบียร์จิบก่อนนอนมาลงที่ร้าน The Fox ซึ่งอยู่ไม่ไกลเท่าไหร่ ตัวร้านอยู่บนถนน Kingsland ซึ่งไม่ไกลจากที่พัก Airbnb ของผมเท่าไหร่ครับประมาณ 1 กิโลเมตรเท่านั้น ถ้าเดินทางด้วยรถไฟก็ลงสถานี Haggerston (overground) ร้านจะเป็นตึกทรงโบราณๆ เพราะมีอายุเก่ากว่าร้อยปีตั้งแต่ปี 1881 เลยทีเดียวครับ ด้านหน้าร้านมีโต๊ะนั่งอยู่สองสามตัว ข้างในคนแน่นและก็ค่อนข้างร้อนผมเลยซื้อเบียร์ออกมานั่งข้างนอก แต่นั่งได้แป๊บเดียวพี่การ์ดก็มาบอกว่าให้เข้าไปนั่งข้างในเพราะเลยเวลาแล้ว ประมาณซักเกือบๆ 5 ทุ่ม ถ้าจำไม่ผิด เข้ามานั่งข้างในได้ซักพัก พอจะสั่งเบียร์เพิ่มประมาณ 5 ทุ่มครึ่ง เดินไปพนักงานบอกปิดบาร์แล้วจ้าเพราะร้านปิดเที่ยงคืนครับ

  • Ramen To Biiru กินราเม็งแกล้มคราฟท์เบียร์ สาขา Vesterbro – Copenhagen

    จบงาน MBCC 2018 วันที่สอง ก็ยังจะไปกินราเม็งอีก คนบ้าอะไรไปกินราเม็งที่เดนมาร์ก ไปผิดประเทศรึเปล่า แต่วันนี้ไปอีกร้านครับ เป็นร้านในเครือ Mikkeller นั่นก็คือ Ramen To Biiru ที่จริงเมื่อปี 2016 ผมเคยไปร้าน Ramen To Biiru แล้วแต่เป็นอีกสาขานึงครับ ส่วนสาขาVesterbro ที่ไปคราวนี้อยู่ตรงถนน Enghavevej ไม่ไกลจากงานเช่นกัน เดินพอไหว ไปถึงก็มีคิวหน้าร้านนิดหน่อย ส่วนใหญ่ก็คือเดินมาจากงานนั่นหละครับ พอถึงคิวก็กดสั่งราเม็งจากตู้ แต่ไม่ต้องจ่ายเงิน เอาใบไปให้พนักงานที่เคาท์เตอร์ แล้วก็สั่งเบียร์ได้

  • 26 ยี่สับหลก ก๋วยเตี๋ยวเนื้อหม้อไฟบรรยากาศหว่องๆ ถนนเจริญกรุง – วังบูรพาฯ

    เมื่อวันก่อนที่แวะไปร้านบ้านบางกอกนั้น ผมและชาวคณะได้ไปทานข้าวเย็นที่ร้าน 26 ยี่สับหลก กันก่อนครับ ตัวร้านอยู่บนถนนเจริญกรุงฝั่งใกล้ๆ กับบ้านหม้อ เป็นอาคารพาณิชย์ขนาด 2 ห้อง บรรยากาศหว่องๆ ด้วยไฟสีแดง และเพลงจีนที่คลออยู่เบาๆ โดยชื่อร้าน ยี่สับหลก นั้นแปลว่า หุงต้มง่าย ล้อกับเสียงอ่านเลขวันเกิด(26)ของเจ้าของร้านด้วยครับ ที่นี่เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อซึ่งเจ้าของร้านนั้นเป็นทายาทของร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อนายโส่ยร้านดังบนถนนพระอาทิตย์ รสชาติน้ำซุป ความเปื่อยของเนื้อ ก็เลยไม่ต้องห่วงเพราะได้สูตรเด็ดมาจากทางบ้านนั่นเองครับ แต่ใครที่ไม่ทานเนื้อทางร้านก็มีเมนูหมูขายด้วยเช่นกัน สำหรับเมนูอาหารถ้ามาคนเดียวหรือสองคน ก็จะมีพวกก๋วยเตี๋ยว เกาเหลา และข้าวอบหม้อดินครับ แต่ถ้ามากันหลายคนแนะนำเมนูหม้อไฟที่เราสามารถสั่งเนื้อส่วนต่างๆ มาเพิ่มได้เอง เสียดายวันที่ผมไป ไส้และเอ็นของโปรดดันหมดก็เลยอดลองครับ


แสดงความคิดเห็น